การจดบัญชีรับจ่ายของนักเรียนเป็นการส่งเสริมการเรียนการคิดในใจ ทางคณิตศาสต์ ไม่ใช่การคิดนอกใจ(คิดด้วยเครื่องคิดเลขคือการคิดนอกใจ)
ผู้เขียนนับว่าโชคดี มีวาสนาในการประชุมสัมนาแทบทุกครั้ง นอกจากได้รับความรู้ในที่ประชุมแล้ว ยังได้เพื่อนใหม่ มิตรใหม่ในการประชุมด้วย
ครั้งนี้ในการประชุมเตรียมความพร้อมเกษตรกรสู่ประชาคมอาเซี่ยน ในวันที่ 30 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาเช่นกัน นอกจากได้รับความรู้ใหม่เรื่องประชาคมอาเชี่ยนแล้ว ยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานกับท่านนักวิชาการกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่านเล่าว่า ก่อนย้ายมาอยู่กรมฯ เคยทำงานปฎิบัติอยู่ชายแดนตามแนวรอยตะเข็บตามโรงเรียน ตชด(ตำรวจตะเวนชายแดน) ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบสหกรณ์ ได้สอนครูแนะนำนักเรียนให้รู้จักการทำบัญชีรับจ่าย ในหลายพื้นที่
ท่านนักวิชาการกรมส่งเสริมสหกรณ์(พีรพงศ์ วาระเสน)
นัยของการแนะนำสอนให้เด็กทำบัญชีรับจ่าย ครัวเรือนตามที่สมเด็จพระเทพฯท่านทรงต้องการให้เด็กเข้าถึงและรู้จักตัวเองเป็นหลัก แต่สอนไปสอนมา ทั้งครูและนักเรียน แปรเปลี่ยนเจตนา จะเห็นเด็กไปจ่ายตลาดพกเครื่องคิดเลข เป็นการอำนวยความสะดวก การคิดจด
บัญชีรับจ่ายเป้าหมายเป็นการส่งเสริมการเรียนทางคณิตศาสตร์ ให้เด็กรู้คิดคำนวณในใจ ไม่ใช่คิดนอกใจ(คิดด้วยเคื่องคิดเลขคือคิดนอกใจ) แล้วนำมาจดบันทึกเป็นการส่งเสริมฝึกทักษะการเขียนคัด ให้มีความถนัดทางด้านวิชาภาษำไทย ยิ่งได้ร่วมกับกับครอบครัว จดบันทึกบัญชีรับจ่ายครัวเรือน เป็นการส่งวิชาสังคมชุมชน ซึ่งในการสอนการจดบัญชีท่านบอกว่าต้องมาทบทวนแนวคิดกันใหม่
นอกจากนั้นท่านนักวิชาการสหกรณ์ได้กรุณา ก็อปงานประชุมทางวิชาการที่ อาจารย์ จันทนา ชัยวรรณการ อธิบดีกรมเจ (เจรจาการค้าระหว่างประเทศ)ที่ได้ประชุมเรื่อง"ช่องทางการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด AEC ของประเทศไทย มาให้เรียนรู้ ทั้งยังได้เรียนรู้ การที่เกษตรกรเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยนว่าเราได้ เราเสียอะไร เตรียมตัวพร้อมในการแข่งต่อสู้กับเพื่อน10 ประเทศได้อย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ในเรื่องตลาดร่วมอาเซี่ยนอย่างสมบูณ์ ที่ทั้ง 10 ประเทศ รวมกันเป็นหนี่งทางด้านสินค้า
การบริการ
การลงทุน
แรงงานฝีมือ
เงินทุน
และความร่วมมือ
ส่วนกลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วมประชาคมอาเซี่ยน มี
ผู้ค้า
เกษตรกร
แรงงาน
นักธุรกิจ
ประชาชน
ผู้บริโภค
และนักวิชาชีพ
ทางด้านการเตรียมพร้อมของสินค้าเกษตรกรไทย มีจุดแข็ง
ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเษตรเป็นหลัก
เป็นผู้ประกอบการแปรรูปและมีศักยภาพสูง
ตัวสิินค้าเกษตรมีจุดเด่นเป็นที่ต้องการของตลาด
มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้เปรียบ
ส่วนจุดอ่อนของเกษตรกรไทย
มีเกษตรกรรายย่อยเกิน 80% มีผลต่อต้นทุนและการผลิต ต้นทุนการผลิตสูงกว่าเพื่อนบ้าน(หากไม่มีการคุ้มกันจะเสียโอกาส)
ขาดการพัฒนา
ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ขาดการบูรณาการร่วม
ขายผลผลิตเป็นวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่
รายได้น้อย ระยะการเสื่อมของสินค้าเร็ว
พึ่งตลาดส่งออกเป็นหลัก
ในฐานะประธานกลุ่มเกษตรกรรายย่อยระดับอำเภอทำธุรกรรมไม่คิดดอกเบี้ยสอดคล้องกับศาสนา และส่งเสริมการผลิตเพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยน ฟังทั้งจุดอ่อนจุดแข็งของภาคเกษตรที่จะเข้าแข่งขันกับตลาดอาเซี่ยน เห็นทีจะมืดมน เพราะลำพังจะนำพาองค์กรให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัดในแต่ละปี ก็หนักหนาสาหัส แข่งกับตัวเองก็ชนะแค่เส้นยาแดง
หากจะให้ไปแข่งขันในเวทีอาเซี่ยน ภาครัฐ ต้องจริงจัง และจริงใจต่อเกษตรให้มากกว่านี้ เพื่อให้มีแรงสู้ เหมือนดังที่ท่านอาจารย์ จินตนา ได้สรุปรวบยอดไว้ว่า "เรียนรู้ ใส่ใจ ใช้ประโยชน์"แล้วเกษตรกรจะได้ประโยชน์การการเดินไปสู่ประชาคมอาเซี่ยน
(ขอบคุณ นักวิชาการ สหกรณ์จำชื่อไม่ได้ และขอบคุณอาจารย์ จินนา รองอธิบดีกรมเจ)
ขอบคุณ ชลัญธร มอบดอกไม้ก่อนไครในบันทึกนี้
ไปรู้ไปเห็นได้คุยได้คิดจึงนำคมความคิดมาเล่าต่อ ทั้งที่จำชื่อไม่ได้แต่เรื่องที่เขาเล่ากลับจำได้ดี
สวัสดีค่ะ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า อ่านแล้วเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมเกษตรกรสู่ประชาคมอาเซี่ยน
ทำให้มีความรูเรื่องประชาคมอาเซี่ยน เรื่องสหกรณ์ การทำบัญชีรับจ่าย ทำให้รู้ว่าสิ่งไหนควรจ่าย
และสิ่งไหนไม่ควรจ่าย และยังฝึกให้นักเรียนคิดเลขอีกด้วย นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีค่ะ..
ให้กำลังใจแข่งกับตัวเองนะคะท่านลุงบัง
เรียนครูทิพย์.....
เตรียมความพร้อมนี้ก็สำคัญ เหมือนเป็นการซ้อมพร้อมที่จะลงแข่งขัน
ทางด้านการศึกษาก็เห็นเตรียมความพร้อมของเด็กเพื่อแข่งขันกับเพื่อนบ้าน
ขอบคุณ พี่ใหญ่ งานนี้กลุ่มเกษตรกรเล็กที่ทำกลุ่มแบบพอเพียงมีทุนเรือนหุ้นน้อย คงยากในการแข่งขันกับเพื่อนบ้าน
เรียนคุณหมอธิรัมภา....
เรื่องสาธารณสุข ว่าหนัก แต่พอมาฟังเกษตรกรยิ่งพูดไม่ออก
เก๖รส่งการผลิต พานิชย์ไม่ช่วยส่งเสริมการขาย รัฐส่งเสริม อุตส่าหากรรม ทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำ
เรียนคุณ ตะวันดิน
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจเกษตรกร
เตรียมความพร้อมของเกษตรกร เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมอยู่เชียงราย จะถือว่าเป็นประตูแรกก็ว่าได้ ติดต่อประเทศ พม่า/ลาว การคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำและลักลอบเข้ามาอีกต่างหาก รับผลกระทบโดยตรง โดเฉพาะเกษตรกร แต่เกษตรกรทั่วไป ยังไม่รับรู้ว่าจะกระทบกับตัวเองอย่างไร รู้แต่ว่าจะมีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านแบบเสรี(ตามเขาว่า) สังเกตุไม่มีใครพูดถึงเลย รู้เฉพาะเป็นบางกลุ่ม ที่เกียวข้อง ยังไม่มีข้อมูลมาถึงชาวบ้านเลย
*ขอบคุณครับ ที่มีเวที่เกษตรกรสนใจประชาคมอาเซียน
เรียนคุณ ไพบูลย์ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ เขาขยับเรื่องนี้มานาน
แต่สื่อของรัฐที่บอกต่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร ยังสื่อไม่ถึง หรือไม่ได้สื่อ
ทั้งๆที่เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ ในความร่วมมือกันครั้งนี้ เปรียบง่ายๆ คือ ประชาคมอาเซี่ยน เท่ากับหนึ่งประเทศในโลก แต่ละประเทศจะเล็กลงเป็นจังหวัด จังหวัดจะเป็นอำเภอ อย่างนี้แหละ ประชาคมอาเซี่ยน