ท่ามะนาวคราวนี้ยังมีแม่ ถึงจะแก่แต่อยู่ถึงอีกหนึ่งฝน.........
ฝนมาท่ามะนาว
ท่ามะนาววันนี้มีสายฝน
ท้องฟ้าหม่นหมอกมีเหมือนคลี่ม่าน
มองมืดมัวเมฆหมู่อยู่กลางมาน
หนาวนับนานหนักหนาท่ามะนาว
แม่นั่งค่อมหลังคู้อยู่ข้างข้าง
นั่งเย็บผ้าเวลาว่างกลางความหนาว
ชายผ้าห่มขาดแล้วเป็นแนวยาว
ค่อยค่อยสาวด้านสอยตามรอยนั้น
มีผ้าห่มผืนใหม่อยู่ในตู้
แม่ก็รู้ว่ามีอยู่ที่นั่น
แต่บอกว่า “ยังไม่ใช้เสียดายมัน”
“ที่สำคัญมันก็ต้องพอเพียง”
“เอ็งช่วยแม่ร้อยด้ายเข้าท้ายเข็ม
แม่เล็มเล็มร้อยไม่ได้ปลายมันเบี่ยง
หรือว่าเป็นเพราะข้าตามันเอียง
อย่าได้เกี่ยงช่วยแม่คนแก่ที”
มองมือแม่สั่นเทาแล้วเศร้านัก
กรำงานหนักเนิ่นนานผ่านถึงนี่
ลูกสิบคนเติบใหญ่ต่างได้ดี
ตามวิถีที่มองทางของตน
ท่ามะนาวคราวนี้ยังมีแม่
ถึงจะแก่แต่อยู่ถึงอึกหนึ่งฝน
มองคุณแม่เย็บไปใจกังวล
อยากให้ฝนให้หนาวให้ยาวนาน
โสภณ เปียสนิท***บันทึกระหว่างนั่งมองแม่ชุนผ้าห่มเช้าวันฝนตก***6 พค. 2555***
วาว...จรรโลงใจก่อนนอนขอบคุณค่ะ
ถือว่าเป็นการจรรโลงใจได้ครับ
ขอบคุณที่แวะมา เป็นกำลังใจให้คนรจนากวี นะครับ
บอกได้คำเดียวว่าซึ้งมากค่ะะอาจารย์ กลอนบทนี้
ขอบคุณค่ะ :)
(ท่ามะนาวคราวนี้ยังมีแม่ ถึงจะแก่แต่อยู่ถึงอึกหนึ่งฝน มองคุณแม่เย็บไปใจกังวล อยากให้ฝนให้หนาวให้ยาวนาน)......
ขอบคุณที่แวะมาชม
ทั้งที่งานมากมาย
ขอบคุณที่แวะมาถึงท่ามะนาว
หมู่บ้านเล็กๆ ริมลำแควใหญ่กาญจนบุรีแล้ว
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
นำเจ้าไข่ สุนัขวเนจร ไว้ให้ชม
ซึ้งมากค่ะอาจารย์ เป็นกำลังใจในการดูแลคุณแม่ค่ะ
ฝนสาดวสันต์
จากกันวันที่มีสายฝน
ร่วงหล่นลงมาฟ้ารั่ว
ฟ้าร้องครืนครางน่ากลัว
ครึ้มคล้ำหม่นมัวหมางเมิน
ก้าวพรากจากไปช้าช้า
มองหายิงหายห่างเหิน
หยุดย่างทางยาวก้าวเดิน
เหลือเกินทานทนหม่นใจ
วันนี้ไม่มีรูปภาพประกอบ
แบบแนวบ้านๆ บ้างหรือครับ
บันทึกยามบ่าย
ยามบ่ายวันนี้ที่หัวหิน
แผ่นดินชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน
มุ่งมองหมองมัวทั่วมณฑล
หมองหม่นมากมายไร้คนมอง
ครึ้มคล้ำดำครอบถึงขอบฟ้า
ปรารถนาอยู่ในดวงใจหมอง
ฝากคำถึงใครดวงใจครอง
เคยย้ำยกย่องให้ยืนยาว