4วัน3คืนในโฮจิมินห์ซิตี้  ที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษา  นอกจากการสังเกตการสอนในโรงเรียนประถมแล้ว  ครูอ้อยต้องเดินทางไปกับคณะทัวร์  จึงมีเวลาเป็นส่วนตัวน้อยมาก  ซึ่งครูอ้อยต้องตื่นแต่เช้า   ลงมาทานอาหารเช้า  จึงมีเวลาเป็นส่วนตัวเล็กน้อยก่อนการเดินทางของทุกวัน  เวลาเพียง 45 นาทีที่เดินไปทางทิศทั้ง 4 ของทุกวัน  ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในโฮจิมินห์มากมายสมควรแก่เวลา

*****

ครูอ้อยคิดจะใช้ยานพาหนะเป็นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างตระเวนไปทั่ว  แบบนักข่าว  แต่เห็นว่าไม่ปลอดภัย  อุกอาจจนเกินไป  และกลัวกลับมาไม่ตรงเวลาด้วย  จึงได้แต่เดิน  เดิน และเดิน

*****

ครูอ้อยชอบการสัญจรไปมาบนท้องถนนที่โฮจิมินห์มากเลย  ตอนที่ยังมาไม่ถึงที่นี่  คิดว่า  คงสับสนวุ่นวายมากทีเดียวเวลาข้ามถนนคงจะอันตราย.....แต่ตรงกันข้ามเลย  ที่นี่เขามีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย  เหมือนวัดใจ  วัดน้ำใจกันตลอดเวลา

*****

ความสะอาดของบ้านเมือง  ถนนหนทางแทบจะเหมือนบ้านเราแล้วนะ  แต่เรื่องของความมีน้ำใจ   รักษ์สิ่งแวดล้อม  ขอทาน  แตกต่างจากบ้านเรามากมาย  ผู้คนขยันทำมาหากิน  ไม่คิดหาทางเอาเปรียบคนอื่น  ที่ร้านขายทองก็ไม่มีตำรวจคอยเฝ้าเลย

*****

ที่โฮจิมินห์มีวัฒนธรรมดื่มกาแฟกันมาก  กาแฟของเขาอร่อยหอมมาก  เขามีสภากาแฟแบบบ้านเรา  แต่เป็นริมถนน  เก้าอี้เล็กๆ  หรือเก้าอี้นอนได้  คุยกัน  อ่านหนังสือพิมพ์กัน  สำหรับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ก็มารอลูกค้า  นอนรอที่เก้าอี้  เขาไม่สวมเสื้อวิน  ซึ่งคนเดินทางจะรู้กันเอง  และส่วนใหญ่คนท้องที่จะมีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง  ไปมาด้วยตนเอง  ไม่ขึ้นรถประจำทาง  ไม่ใช้รถยนต์

*****

*****

พ่อแม่จะไปส่งลูกเล็กไปโรงเรียนด้วยตนเอง  รถราไม่ติดขัดแบบใน กทม.ไม่มีชั่วโมงรีบเร่ง  รถจำนวนมากก็จริงแต่อากาศบริสุทธิ์ เพราะเขามีต้นไม้ใหญ่มากๆๆ  คนหาบเร่ขายของก็ยังมีอยู่เป็นระยะโดย ไม่มีเทศกิจคอยจับ 

*****

แต่ร้านค้าของชาวเวียดนามจะขาดการออกแบบให้สวยงาม  ไม่ค่อยมีการโฆษณาชวนเชื่อ  แต่ก็เห็นป้ายคัทเอ๊าท์มากมายตามตึกใหญ่ๆ  แดดร้อนมากที่โฮจิมินห์เหมือนเมืองไทยใน กทม.แต่เขามีร่มไม้  มีเก้าอี้ให้พวกเรานั่งเป็นระยะ  ส่วนใหญ่พวกเราจะไปตลาด   แต่ครูอ้อยเดินมากกว่าพวกเรา  เพราะชอบการเรียนรู้ชีวิต

*****

หนุ่มสาวของเขา  จะไม่เหมือนบ้านเราที่พากันไปห้าง  หนุ่มสาวที่เวียดนามหากพอใจกัน  จะไปศึกษา (จีบ) กันให้พูดกันรู้เรื่องกันก่อน  เขานับถือศาสนาคริสต์   ดังนั้นวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแตกต่างจากพวกเราชาวพุทธมากเลย   สภากาแฟ  ดื่มกัน  พูดคุยกัน  เมื่อพอใจกันก็ตกลงใจกันบนพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่มีการป้องกันเรื่องเลวร้ายที่จะตามมา  ดังนั้น  อาชญากรรม  ลามกอนาจาร  หรือ  การจี้ฆ่าข่มขืน  จึงมีน้อยมาก  หรืออาจจะไม่มีเลย 

*****

ชีวิตของคนเวียดนามโดยรวม  รักลุงโฮ  ที่มีปรัชญา....อิสรภาพ  เสรีภาพ  ชีวิตมีความสุข

*****

การเดินทางออกจากที่พักไปทางทิศใต้และทิศเหนือ  ในวันต่อมา  ครูอ้อยก็พบร้านค้าเครื่องหนังสวยๆ  ราคาถูก  มีแบบให้เลือกมากมาย  แต่ไม่ได้ซื้อเพราะที่บ้านก็มีมากมายแล้ว   เดินไปพบคนงานร้านค้าต่างๆ  มีแต่คนหนุ่มสาวทำงานกันขวักไขว่  ไม่มีการแต่งตัวฟุ้งเฟ้อ  ไม่ใส่เสื้อเกาะอก ไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือ  หรือ หูเสียบฟัง  เขาอาจจะจน  หรือเขาไม่ยึดติดก็ไม่ทราบได้....แต่วัยรุ่นที่บ้านเมืองนี้.....โฮจิมินห์ซิตี้  แปลกแตกต่างจากบ้านเรา กทม.มากมาย  ทั้งที่เขาเปิดประเทศมานานพอสมควร

*****

ที่มาเพียง 4 คืน 3 วัน  พบว่า ข้าวสวยของเขานุ่มน่ากินมาก  เขามีวัฒนธรรมในการกิน  ข้าวและขนมปัง  เฝอที่เหมือนก๋วยเตี๋ยว  มีผักบุ้งผัดเป็นอาหารขึ้นชื่อ  เวียดนามนิยมอาหารที่เป็นเมนูผักเพราะรักษาสุขภาพ.....เขาไม่มีคนอ้วน  แต่ครูอ้อยก็ซื้อชุดอ๋าวหย่ายได้แล้ว....ที่ีนี่ยังมีคนรูปร่างแบบครูอ้อยอยู่...ครูอ้อยคิด