ตั้งแต่เขียนบันทึกมา บันทึกนี้คงจะเป็นหัวข้อที่เข้ากับหมวดหมู่หัวข้อปรัชญามากที่สุดเลยค่ะ เพราะอยู่ๆ วันนี้เป็นอีกครั้งที่นึกถึงคำว่า อัตวิสัย และ ปรวิสัย อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อเดือนก่อน ระหว่างที่นั่งอ่านหนังสือ อยู่ๆ 2 คำนี้ก็แว้บขึ้นมา วันนี้เลยมานั่งคิดอีกครั้งว่าทำไมเราถึงคิดถึง 2 คำนี้ขึ้นมาอีกครั้ง หากจะอธิบายก็คงเป็นเพราะความประทับใจอะไรบางอย่างกับ 2 คำนี้ค่ะ

รู้จัก 2 คำนี้ได้ยังไง

ดิฉันได้รู้จักคำนี้ครั้งแรกก็เมื่อตอนที่เรียนวิชาปรัชญาเมื่อตอนปี 1 ตอนนั้นก็ยังไม่เห็นความเชื่อมโยงกับการเรียนบริหารธุรกิจแล้วเราจะต้องมาเรียนปรัชญาทำไม เพียงแต่รู้ว่าวิชานี้มันได้ใจจริงๆ เพราะชอบมากที่ได้เรียนไปด้วยแล้วก็ได้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์ไปด้วย

ถึงแม้ห้องเรียนจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ ต้องเรียนในห้องประชุมของคณะ ซึ่งมีเก้าอี้กว่า 400 ตัว นักศึกษาประมาณ 100 คนต่างก็นั่งกระจัดกระจายกันไป แล้วอาจารย์ท่านก็นั่งตรงโต๊ะหน้าเวทีใหญ่

การเรียนวิชานี้เป็นอะไรที่อึ้งมากสำหรับการเรียนปี 1 ที่ยังไม่คุ้นชิ้นกับการเรียนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์ในห้องเรียนใหญ่ แต่....ด้วยความที่ตัววิชาและลักษณะคำถามชวนให้คิดของอาจารย์ ตัวดิฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขอแลกเปลี่ยนมุมมองตามที่ตนเองเข้าใจ ตามคำถามในเชิงปรัชญาที่อาจารย์มักจะเอ่ยในห้องเสมอ

ความประทับใจจากห้องเรียนนี้ยังไม่หมดค่ะ คำว่า อัตวิสัยและปรวิสัย ยังคงฝังอยู่ในหัวมาโดยตลอด เพราะจำได้ว่าเป็นคำถามที่ดิฉันมานั่งคุยต่อกับเพื่อนๆ ว่า อัตวิสัย และ ปรวิสัย มันต่างกันยังไง ตามความเข้าใจของแต่ละคน

ตกผลึกความคิด อัตวิสัยและปรวิสัย

ต่อเนื่องมาจากห้องเรียน 2 คำนี้เป็นประเด็นที่ดิฉันและเพื่อนๆ มานั่งคุยกันต่อ ยังจำได้ว่าสถานที่พูดคุยก็นั่งคุยกับใต้ตึกกิจกรรมนักศึกษาที่อยู่ใกล้ๆ โรงช้าง ม.อ. จากในห้องเรียนตอนที่อาจารย์ถามในห้อง จำได้ว่า อาจารย์อธิบาย 2 คำนี้ด้วยประโยคประมาณว่า

"สิ่งที่มีอยู่จริงอาจจะไม่มีอยู่จริง"

"สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่เป็นอย่างที่คุณเห็น"

เพียงแต่ด้วยความคิดอย่างไรเดียงสา ยังขึ้นอะไรมากกว่าการเปรียบเทียบคำพูดนั้นกับวัตถุเท่านั้น เรานั่งคุยกันว่า มันหมายถึงโต๊ะที่เราเห็นอยู่รึเปล่า จริงๆ มันไม่ใช่โต๊ะ แล้วมันคืออะไร หรืออันนี้ไม่ใช่เก้าอี้ แล้วอันนี้มันคืออะไร รายละเอียดการพูดคุยแตกประเด็นออกไปเยอะ

แต่มาวันนี้ ตกผลึกมุมใหม่ ดิฉันเข้าใจ 2 คำนี้มากขึ้น คำถามที่อาจารย์ใช้จุดประกายในห้องเรียน นั่นคือสิ่งที่บอกนัยความหมายของ 2 คำนี้ได้ดีมาก เพียงแต่มันกลับมุมที่เคยมองจากเรื่องวัตถุ มันเป็นเรื่องของความคิดและมุมมองด้วยเช่นกันค่ะ

เพราะคำนิยามของ 2 คำนี้ มันชี้ให้เห็นว่า บางสิ่งมันเป็นความจริงที่เกิดขึ้น แต่บางสิ่งมันเป็นสิ่งที่เราปรุงแต่งจากจินตนาการ ซึ่งอาจจะมาจากความเชื่อ ความเห็นในมุมมองประสบการณ์เดิม หรือสิ่งที่เกิดจากความคิดของเรานั่นเอง

และดิฉันอยากจะฝากคำถามจุดประกายของอาจารย์ท่านไว้ค่ะว่า

"สิ่งที่มีอยู่จริงอาจจะไม่มีอยู่จริง" "สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่เป็นอย่างที่คุณเห็น"

มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนะคะ ^__^