วันนี้ได้ข่าวว่า ปตท. จะสร้าง “ม.วิจัย” ที่ระยอง โดยจะทำให้เป็นม.ที่ดีที่สุดไม่ใช่แต่ในไทย แต่ดีที่สุดในอาเซียนเลย
http://www.komchadluek.net/detail/20120502/129369/ฟันธง!ม.วิจัยของไทยไม่มีจริง.html
แหม...ท่านปตท. ท่านคิดว่าม.วิจัยมันสร้างง่ายเหมือนโรงกลั่นน้ำมันกระมัง คิดว่ามีเงินมากจะทุ่มซื้อม.วิจัยแบบไป take over ปั๊ม Jet ได้อย่างนั้นหรือ
ก่อนอื่นม.วิจัยคืออะไรท่านรู้หรือยังไม่ทราบ ถ้ายัง ไปอ่านบทความเกี่ยวข้องที่ผมเขียนเสียก่อน เพราะถ้าไม่รู้แล้วทำเนี่ยมันอาจเสียของ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/486518
..... เงินกำไรปตท. จริงๆ แล้วก็มีรากมาจากภาษีราษฎรตาดำๆ ทั้งนั้นที่เป็น seed money ในการสร้างปตท. ขึ้นมา
ทางปตท.บอกว่า มหาลัยวิจัยไทย”ไม่ได้มีอยู่” ตามที่สกอ.อ้าง (ซึ่งผมเห็นด้วยในประเด็นนี้) ปตท. จึงจะสร้างมหาลัยวิจัยใหม่ โดยเน้นที่การวิจัย frontier research .....ซึ่งผมขอติงท่านว่ากำลังเข้าใจผิดมหันต์ในสองประเด็นหลัก
1) ม.วิจัยเขาไม่ได้เน้นแต่วิจัยนะครับ แต่เน้นวิจัยกับสอนอย่างละเท่าๆ กันครับ ถ้าทำแต่วิจัยอย่างเดียวเขาไม่เรียกม.วิจัยแล้วครับ แต่เรียกอย่างอื่น เช่น สถาบันวิจัย เหมือนที่ Southwest Research Institute ใน usa เป็นต้น (เป็นองค์กรวิจัยเอกชน)
2) งานวิจัยของม.วิจัยไม่จำเป็นต้องเป็น frontier research ที่เลิศหรูอลังการ์ไปเสียหมดหรอกครับ วิจัยเตาถ่าน การปิ้งไส้กรอก เครื่องกรองน้ำ รองเท้ากันลื่นในห้องน้ำ โถส้วมประหยัดน้ำ การทำปลาร้า การรมควันยางพาราแผ่น ก็เป็นงานวิจัยที่ดีและที่ยากได้ ....หลายๆงานวิจัยแบบต่ำๆ พวกนี้ ทำให้ดีจะมีผลกระทบต่อโลกยิ่งกว่า fr ที่เลิศหรูเสียอีก เช่น ตัวผมเองผมทำวิจัยเรื่องเตาถ่านหุงต้มประหยัดพลังงาน ขณะนี้เขาทำประสิทธิภาพการเผาไหม้กันได้ 30% แต่ของผมทำได้ 55% มันหมายความว่าถ้านำเตาผมไปใช้ทั้งโลก จะช่วยประหยัดป่าได้ปีละหลายร้อยล้านไร่ รวมทั้งป่าต้นน้ำ ช่วยลดสภาวะโลกร้อน ช่วยลดความยากจน และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนยากจนทั้งโลกหลายร้อยล้านคน (ใช้เวลาหาฟืนน้อยลง) หรือ ผมทำเครื่องปิ้งไก่ไร้ควันประหยัดพลังงาน ก็ช่วยเพิ่มกำไรให้คนปิ้งไก่ทั่วโลก แถมยังช่วยลดการเป็นมะเร็งของคนกินไก่ปิ้งทั่วโลก เพื่อนผมบางคนทำวิจัยเร่งเวลาการหมักน้ำปลา หลายคนอาจร้องยี้แต่นี่แหละงานวิจัยที่ยากมากๆ และมีประโยชน์มากด้วย
ท่านต้องเข้าใจสองประเด็นนี้ให้ถ่องแท้ก่อนนะครับ ไม่งั้นอาจทุ่มเงินไปทำม.วิจัยที่ไม่ได้ช่วยสังคมนัก ก็จะเป็นการเห็นแก่ตัวไปหน่อย (อาจเป็นบาปด้วยซ้ำไป)
เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนผม ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสร้างมหาวิทยาลัยวิจัย (ดูเหมือนว่าที่ม.ผมเราพูดเรื่องนี้กันก่อนม.อื่นๆ จนเชื้อนี้แพร่และกลายมาเป็นเป็นระบบม.วิจัยของสกอ.ในวันนี้) ผมได้ไปเริ่มต้นตั้งแต่การถามว่าวิจัย คืออะไร จากดิคฯฝรั่ง มันคือ careful, systematic, patient study and investigation in some field of knowledge, undertaken to discover or establish facts or principles. ซึ่งผมไม่เห็นด้วยนัก เพราะสิ่งที่บัญญัตินี้มันคือการทำวิจัยเสียมากกว่า โดยยอดของการทำวิจัยมันมาจากการ “คิดวิจัย”
ซึ่งการคิดวิจัยนั้นนิยามมันเกือบตรงข้ามกับการทำวิจัยเลยนะ เพราะมันมักไม่ careful อะไรหรอก มักพบอะไรดีๆ แบบบังเอิญ ไม่ตั้งใจก็บ่อย มันไม่ systematic ตรงข้ามมันมักต้องคิดนอกคอก ถ้า systematic จะคิดวิจัยนวัตกรรมไม่ค่อยออก มันต้องไร้ระบบมันจึงจะได้โจทย์วิจัยแปลกใหม่ ... ต้องอดทน(patient)ไหม? ก็เปล่าอีกเพราะความคิดดีๆมักออกมายามผ่อนคลายด้วยซ้ำไป
ถ้าเราคิดวิจัยไม่ออกเราก็ได้แต่ “ทำวิจัย” แหละครับ อย่างมากที่สุดก็คือทำแตกกอต่อยอดงานวิจัยของคนอื่น แบบนี้ผมไม่เรียกว่า frontier research นะครับ แม้โครงการจะแพง ใช้เครื่องมือ high tech ที่ดูเท่ห์ปานใดก็ตาม
การจะสร้างคนที่ “คิดวิจัย” นี่สิครับ มันยาก มันไม่สามารถเอาเงินไปทุ่มซื้อเอาได้เหมือนซื้อโรงกลั่น หรือ ปั๊มน้ำมันนะครับ
แต่ยังไงก็ให้กำลังใจนะครับ รกมหาลัยถึงยังงัยก็ดีกว่ารกสนามกอล์ฟ อิอิ
...คนถางทาง (๓ พค. ๒๕๕๕)
เราจะมีมหาวิทยาลัยที่เป็นองค์กรลูกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แห่งที่สองแล้วหรือครับ (แห่งแรกคือมหาวิทยาลัยเนชั่น)
สงสัยต่อไปมหาวิทยาลัยอื่นๆ คงต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กันบ้างแล้ว เพื่อเป็น "social enterprise"
ปล. ศัพท์ social enterprise นี้ตอนนี้ใช้กันเยอะครับ เป็นการแปลงสภาพ non-profit organization คล้ายๆ กับการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจครับ กระแสมาคล้ายๆ กับ ม.วิจัย ครับ
ตอนผมไปเรียนที่มิชิแกน เมื่อ 1978 บ้านพักผมอยู่ตรงข้ามตึก Admin พอดีเลย เดินไปเรียนวันแรก ผมก็เข้าไปร่วมเดินขบวนกะเขาซะแล้ว ไปเดินล้อมตึกอธิการ (ตรงข้ามบ้าน) แล้วตะโกน U OF M of USA ...Get out of South Africa..Right Away ...พร้อมชูกำปั้นขึ้นฟ้า ทำสีหน้าดุๆ ....เรื่องของเรื่องคือ U มันเอาเงินเย็นไปลงทุนในบริษัทเหมืองทองใน South Af ซึ่งเป็นประเทศเหยียดผิว (เนลสัน แมนเดลา ทักษิณ ไปหามาแล้ว) ...U รวยๆ ในเมกามันมีเงินเย็น (ENdowment) มากเหลือเชื่อ เช่น ฮาร์วาร์ดตอนนี้ผมว่าไม่น่าต่ำกว่าแสนล้าน มันก็เอาไปลงทุน ..โห..นี่มันทุนนิยมสุดโต่งจริงๆ
ม. AUAP แถวๆ พัทยา สัตหีบ ไม่ทราบตอนนี้เป็นไงบ้างครับ ตอนแรกเปิดเห็นฮือฮากันใหญ่ ท่านอานันท์เป็นประธานบอร์ด จะเอาให้เป็นที่หนึ่งในเอเชียไปโน่น วันนี้ผมขับรถผ่านไป ดูเงียบหงอยมากๆ ผลงานวิจัยอะไรก็ไม่เห็นมีออกมา ทั้งที่จ้างอ.ฝรั่งราคาแพงเข้ามามากหลาย ปตท. ควรไปศึกษากรณี้ให้มากก่อนจะเอาเงินภาษีของเราไปทำเจ๊งบ๊งเล่น
ผมเสนอว่า เอาเงินมา ตั้งเป็นกองทุนวิจัยแห่งชาตอะไรสักอย่างดีไหม ...แล้วมีการประเมินโครงการแบบโปร่งใส เน้นประโยชน์ชาติสังคม ให้ใครก็ได้ เสนอเข้ามา อจ.มหาลัย ยัน ชาวนา ชาวไร่ ง่ายที่สุดก็คือเอาไปโปะให้สกว. บริหารจัดการให้
กระแสคงเริ่มตอนที่คุณ Muhammad Yunus ได้ Nobel Prize ครับ บ้านเราเลยมี "me, too" programs ออกมาหลายกระแสครับ
ผมได้ความรู้ว่าทุกค่ายทุกสีทุกกลุ่มนั้นคิดเหมือนกันทั้งนั้น สาเหตุที่เขาทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกันเท่านั้นเองครับ
อืมม... ผมอยากเขียนเยอะกว่านี้จริงๆ ครับ ....
ดีครับ จะได้ดูตัวอย่าง..