GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โรงเรียนชาวนาระดับมัธยม(๙)_๒

โรงเรียนชาวนาระดับมัธยม(๙)_๒

       คราวนี้มาพิจารณาดูการทำนาลดต้นทุนของคุณสำรวยกันว่า  1  ปีผ่านไป  อะไรคือสิ่งที่คุณสำรวยได้เรียนไปและนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร  แปลงนาทดลองของคุณสำรวยจึงจะเป็นคำตอบที่สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า  ที่แปลงนาข้าวนี้มีคำตอบ  โดยไม่ต้องตั้งคำถามอะไร
 ครอบครัวคุณสำรวยมีแปลงนาทั้งหมดจำนวน  4  แปลง  โดยที่แปลงแรก  มีพื้นที่จำนวน  3  ไร่  ส่วนแปลงที่  2  มีพื้นที่ราวๆ  4  ไร่กว่าๆ  ส่วนแปลงที่  3  มีพื้นที่จำนวน  17  ไร่  และแปลงที่สุดท้ายมีพื้นที่จำนวน  6  ไร่  รวมทั้งหมดแล้วก็อยู่ราวๆ  30  ไร่  เมื่อกล่าวได้ว่ามีพื้นที่นา  30  ไร่นี้  จะเรียนรู้อย่างไร
       เมื่อคุณสำรวยกลายมาเป็นนักเรียนชาวนาแล้ว  ตามเงื่อนไขของการเรียนรู้อย่างนักเรียนชาวนานั้น  จะต้องมีแปลงนาทดลองหรือแปลงนาปลอดสารเคมีจำนวนหนึ่ง  เพื่อใช้ในการทดลองและเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร  คุณสำรวยจึงตัดสินใจเลือกแปลงนาที่มีพื้นที่จำนวน  3  ไร่  อยู่ติดกับหลัง  ยกเป็นแปลงนานำร่องสำหรับ  ลด – ละ – เลิก  การใช้สารเคมี
       คุณสำรวยกำลังเรียนรู้วิถีเกษตรชีวภาพจากโรงเรียนชาวนา  และใน  1  ปีของการเป็นนักเรียนชาวนา  คุณสำรวยจึงเลือกที่จะลดใช้สารเคมีบางตัวลงไป  เลือกที่จะละแล้วเลิกใช้สารเคมีบางตัวไปเลย  แล้วจึงไม่จำเป็นต้องซื้อสารเคมีที่เคยใช้อีกต่อไป  บางตัวที่ยังต้องใช้อยู่ก็ลดปริมาณการใช้  ก็ทำให้ลดค่าใช้จ่ายที่จะต้องซื้อหามาได้อยู่หลายสตางค์พอสมควร  จะลดไปมากหรือน้อยต้องมาพิจารณาดูต้นทุนจากบันทึกรายรับรายจ่ายในช่วงระยะเวลา  1  ปี  หรือ  2  รอบการทำนาดูกัน

  
 บันทึกรายรับรายจ่าย  รอบที่  1  เดือนมีนาคม  2547  ดังนี้
 แปลงทดลองที่ไม่ใช้สารเคมี  จำนวน  3  ไร่  ปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม
 รายจ่าย  ดังนี้
 1)  ค่าจ้างรถไถ    390 บาท
 2)  ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว  (ซื้อจากตลาด) 1,200 บาท
 3)  ค่ายาคุมหญ้า    250 บาท
 4)  ค่าจ้างคนงานฉีดยาคุมหญ้า    100 บาท
 5)  ค่าปุ๋ย  (ปุ๋ยยูเรีย  48-0-0  ผสมปุ๋ยสูตร  16-20-0)  3  ถุง  1,380 บาท
 6)  ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว  ค่าแบกหาม  และค่าจ้างรถเข็น 1,400 บาท
 รวมรายจ่าย 4,720 บาท
 รายรับ  ดังนี้
 1)  ขายข้าวเปลือกได้  จำนวน  2  เกวียน  73  ถัง  16,160 บาท
 กำไรเบื้องต้น  (16,160 – 4,720)  11,440 บาท
 เมื่อมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อไร่แล้ว  จึงได้
 1)  ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่  (4,720  บาท  หาร  3  ไร่)      1,573.33  บาท 
 2)  กำไรเฉลี่ยต่อไร่   (11,440  บาท  หาร  3  ไร่)       3,813.33  บาท 

 บันทึกรายรับรายจ่าย  ครั้งที่  2  เดือนธันวาคม  2547  ดังนี้
 แปลงทดลองที่ไม่ใช้สารเคมี  จำนวน  3  ไร่  ปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม
 รายจ่าย  ดังนี้
 1)  ค่าจ้างรถปั่นนา    390 บาท
 2)  ค่าพันธุ์ข้าว  (12  ถังๆ  ละ  90  บาท) 1,080 บาท
 3)  ค่าปุ๋ย  (ปุ๋ยยูเรีย  48-0-0  ผสมปุ๋ยสูตร  16-20-0) 2,220 บาท
 4)  ค่าจ้างคนงานฉีดยาสมุนไพร    300 บาท
 5)  ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว  ค่าแบกหาม  และค่าจ้างรถเข็น 1,200 บาท
 รวมรายจ่าย 5,190 บาท
 รายรับ  ดังนี้
 1)  ขายข้าวเปลือกได้  จำนวน  2  เกวียน  70  ถัง  16,160 บาท
 กำไรเบื้องต้น  (16,160 – 5,190)  10,970 บาท
 เมื่อมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อไร่แล้ว  จึงได้
 1)  ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่  (5,190  บาท  หาร  3  ไร่)      1,730.00   บาท 
 2)  กำไรเฉลี่ยต่อไร่   (10,970  บาท  หาร  3  ไร่)       3,656.67   บาท 

 บันทึกรายรับรายจ่าย  ครั้งที่  3  เดือนมีนาคม  2548  ดังนี้
 แปลงทดลองที่ไม่ใช้สารเคมี  จำนวน  3  ไร่  ปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณ  60
 รายจ่าย  ดังนี้
 1)  ค่าจ้างรถปั่นนา    390 บาท
 2)  ค่าน้ำมัน  (25  ลิตรๆ  ละ  90  บาท)    350 บาท
 3)  ค่าพันธุ์ข้าว  (12  ถังๆ  ละ  90  บาท) 1,080 บาท
 4)  ค่าปุ๋ย  (ปุ๋ยยูเรีย  48-0-0  ผสมปุ๋ยสูตร  16-20-0)  5  ถุง 2,060 บาท
 5)  ค่าจ้างคนงานฉีดยาสมุนไพร    300 บาท
 6)  ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว  ค่าแบกหาม  และค่าจ้างรถเข็น 1,200 บาท
 รวมรายจ่าย 5,380 บาท
 รายรับ  ดังนี้
 1)  ขายข้าวเปลือกได้  จำนวน  3  เกวียน  60  ถัง  20,520 บาท
 กำไรเบื้องต้น  (20,140 – 5,380)  15,140 บาท
 เมื่อมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อไร่แล้ว  จึงได้ต้นทุนเฉลี่ย  1,793.33  บาท  ต่อไร่  (5,380  บาท  หาร  3  ไร่)  และได้กำไรเฉลี่ยต่อไร่  5,046.67  บาท  (15,140  บาท  หาร  3  ไร่)
 เมื่อมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อไร่แล้ว  จึงได้
 1)  ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่  (5,380  บาท  หาร  3  ไร่)      1,793.33   บาท 
 2)  กำไรเฉลี่ยต่อไร่   (15,140  บาท  หาร  3  ไร่)       5,046.67   บาท 

        จากข้อมูลเบื้องต้นของการทำนาแบบลดต้นทุนโดยใช้สมุนไพรพื้นบ้านและฮอร์โมนแทนการใช้สารเคมี  (ด้วยการลดสารเคมี)  ในช่วงระยะ  1  ปี  หรือนับได้  3  รอบของการทำนาข้าว    (นาปี – นาปรัง)  ตั้งแต่ปี  พ.ศ.2547  จนถึงปัจจุบัน  พ.ศ.2548  พบว่า  ผลผลิตที่ได้คือข้าวเริ่มได้ปริมาณเพิ่มมากขึ้น  จากรอบที่  1  (นาปี  2547)  ได้ข้าวเปลือกจำนวน  2  เกวียน  73  ถัง  รอบที่  2  (นาปรัง  2547)  ได้ข้าวเปลือกจำนวน  2  เกวียน  70  ถัง  เมื่อพิจารณาดูใน  2  รอบแรกของนาปีนาปรังแล้ว  จะเห็นได้ว่าปริมาณข้าวเปลือกที่ได้มีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน  แต่ในรอบที่  3  (นาปี  2548)  ได้ข้าวเปลือกเพิ่มมากขึ้นโดยได้ถึง  3  เกวียน  60  ถัง  ซึ่งปริมาณข้าวเปลือกที่ได้ในรอบที่  3  นี้  สอดคล้องกับปริมาณที่เคยมาก่อน  (ก่อนที่เข้ากระบวนการ  ลด – ละ – เลิก  การใช้สารเคมีในนาข้าว)  ซึ่งเคยได้มากถึง  3  เกวียนกว่าๆ  ในช่วงหลายปีที่ผ่านๆมา  (หรือก่อนปี  พ.ศ.2547  หรือก่อนการทำนาแบบลดต้นทุน)

รอบที่  ปริมาณข้าวเปลือก
ที่เก็บเกี่ยวได้ 
 รายจ่าย 

รายรับ

กำไรเบื้องต้น

ต้นทุนเฉลี่ย
ต่อไร่
กำไรเฉลี่ย
ต่อไร่
 
  1
มี.ค.47
 2  เกวียน  73  ถัง   4,720.00   16,160.00   11,440.00   1,573.33  3,813.33
 2
ธค.47 
 2  เกวียน  70  ถัง   5,190.00   16,160.00   10,970.00   1,730.00 

 33,656.67

 3
มีค.48 

 3  เกวียน  60  ถัง   5,380.00   20,520.00   15,140.00   1,793.33   5,046.67


         ดังนั้น  จากข้อมูลดังกล่าวนี้  จึงทำให้สามารถพบข้อสรุปในเบื้องต้นได้ว่า  การทำนาแบบลดต้นทุน  และลดการใช้สารเคมีนั้น  สามารถให้ผลผลิตได้ในปริมาณที่ไม่แตกต่างกับการทำนาแบบใช้สารเคมี  แม้ว่าในช่วงแรกของการปรับเปลี่ยนจะทำให้ได้ปริมาณที่ต่ำกว่าที่เคยได้ก็ตาม  แต่ทว่าผลผลิตที่ได้ในระยะยาวต่อไปจากนี้  จะทำให้คุณสำรวยไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาสารเคมีอีกต่อไป  และไม่จำเป็นต้องซื้อหรือพึ่งพาผลิตภัณฑ์สารเคมีจากตลาดร้านค้า  นั่นก็จะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่าย  นำไปสู่การลดต้นทุนในการทำนาได้เป็นอย่างมาก  จนสามารถรักษาเงินสดที่มีอยู่ในมือได้มากขึ้น  ในขณะเดียวกันก็มีกำไรเพิ่มมากขึ้น  (แม้ว่าราคาข้าวเปลือกที่โรงสีจะสามารถรับซื้อในแต่ละช่วงแต่ละปีจะขึ้นๆลงๆ  แต่คุณสำรวยก็ไม่ได้กังวลใจในเรื่องนั้นอีก  อาจจะได้กำไรเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงก็ได้  แต่ก็คือได้กำไร)  นักเรียนชาวนาอย่างคุณสำรวย  อินทร์บุญ  (และครอบครัว)  ในวันนี้จึงยิ้มได้อย่างมีความสุขด้วยสุขภาวะ
กรณีศึกษาที่  3  คุณกนกวรรณ  พรมเพียงช้าง  (โรงเรียนชาวนาบ้านดอน)
 อีกกรณีตัวอย่างนักเรียนชาวนาคนหนึ่งที่ใคร่จะนำเสนอ  คือ  คุณกนกวรรณ  พรมเพียงช้าง  นักเรียนชาวนาบ้านดอนชาวไทยทรงดำ  (ตำบลบ้านดอน  อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี)  เป็นนักเรียนชาวนาที่เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 

     

ภาพที่  58  คุณกนกวรรณกับแปลงนาทดลอง  จำนวน  6  ไร่ เป็นนาลดต้นทุนและนาข้าวลดละเลิกการใช้สารเคมี 

ภาพที่  59  ต้นข้าวสีเขียวขจีที่เติบโตด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ  น้ำหมัก  และฮอร์โมนสมุนไพร  

           บนผืนนาจำนวน  6  ไร่  ในการทำนาในครั้งล่าสุดนี้  คุณกนกวรรณได้ปลูกข้าวพันธุ์ชัยนาท  ซึ่งหว่านในเดือนธันวาคม  2547  และได้เก็บเกี่ยวในเดือนมีนาคม  2548 
 บันทึกรายรับรายจ่าย  เดือนมีนาคม  2547  ดังนี้
 แปลงทดลองที่ไม่ใช้สารเคมี  จำนวน  6  ไร่ 
 รายจ่าย  ดังนี้
 1)  ค่าจ้างรถไถนา  6  ไร่ๆ  ละ  200  บาท 1,200 บาท
 2)  ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว  (ซื้อจากตลาด)  18  ถังๆ  ละ  52  บาท    936 บาท
 3)  ค่ายาคุมหญ้า    125 บาท
 4)  ค่าปุ๋ยหมักชีวภาพ  2  ตันๆ  ละ  400  บาท    800 บาท
 5)  ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว  6  ไร่ๆ  ละ  300  บาท 1,800 บาท
 6)  ค่าขนข้าว  6  ไร่ๆ  ละ  220  บาท 1,320 บาท
 รวมรายจ่าย 6,181 บาท
 รายรับ  ดังนี้
 1)  ขายข้าวเปลือกได้  จำนวน  5  เกวียนๆ  ละ  5,900  บาท    29,500    บาท
 กำไรเบื้องต้น  (29,500 – 6,181)  23,319 บาท
 เมื่อมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยต้นทุนต่อไร่แล้ว  จึงได้
 1)  ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่  (6,181  บาท  หาร  6  ไร่)      1,030.17   บาท 
 2)  กำไรเฉลี่ยต่อไร่   (23,319  บาท  หาร  6  ไร่)       3,886.50   บาท 

           เรื่องราวของคนเล็กคนน้อยเช่นนี้ เป็นเรื่องที่งดงาม     ที่แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้และสร้างความรู้ขึ้นใช้เอง โดยการรวมกลุ่มกันเรียนรู้จากการงานอาชีพของตนเอง เป็นเรื่องไม่ยาก ทำได้ทุกคน     ทำแล้วเกิดผลยิ่งใหญ่ให้เราได้ชื่นชมยินดี    ที่สำคัญกว่านั้นคือเกิดผลดีต่อการดำรงชีวิตของผู้ปฏิบัตินั้นเอง     ที่จริงในประเทศไทยเรายังมีคนเล็กคนน้อยที่มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต   เรียนรู้จากการประกอบอาชีพประจำของตนเช่นนี้อีกมากมาย     ที่จะเป็นตัวอย่างของ “การจัดการความรู้โดยชาวบ้าน”   ช่วยสร้างชีวิตที่อยู่ดี มีสุข เช่นเดียวกับตัวอย่างในตอนนี้

วิจารณ์ พานิช
๑๘ สค. ๔๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 4869
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)