ดุลการค้าที่ว่า “กำไร” นั้น พอตัดการค้า “แฝง” ของนายทุนต่างชาติออก อาจกลายเป็น “ขาดทุน” ไปก็เป็นได้นะ

การเคาะอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ผมเดา (เดา100%...แต่ผมเดาอะไรมักไม่ผิดหรอก อิอิ) เดาว่าพวกเขาต้องดูดุลการค้าด้วยแน่ๆ  ...แบบว่าแลกเงินกันไปมาแล้วทำให้ดุลการค้า (ดู) ดีขึ้น  ซึ่งจะขาดดุล ได้ดุล หรือ สมดุล อย่างไหนดีกว่ากัน แล้วจะส่งผลต่อเศรษฐกิจชาติอย่างไรก็ว่ากันอีกที

 

ตัวเลขดุลการค้าไทยดูดีพอควร ได้ดุลเล็กน้อยมาตลอด แต่.......

 

 

แต่อีกแล้ว...แต่ว่า นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินไทยก็คงมองไม่ออกอีกตามเคยว่า การนำเข้าและส่งออกของไทยมันเพี้ยนมาก เพราะมันเป็นการนำเข้าส่งออกของนายทุนต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่  ที่มายืมพื้นดินไทย แรงงานไทยในการผลิต เพื่อการส่งออกเสียเป็นส่วนใหญ่    โดยเงินที่ใช้ในการทำธุรกรรมเหล่านี้ก็เป็นเงินสกุลต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ มีเงินสกุลไทยเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยมาก...

 

ดังนั้น ตัวเลขดุลการค้าที่ใช้ในการวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศของเราก็เพี้ยนไปด้วย   ..ทำให้ตัดสินใจอะไรผิดๆ ไปได้มาก  (แม้คิดคำนวณถูกต้องก็ตาม..ยิ่งถ้าคิดคำนวณผิดก็ยิ่งไปกันใหญ่)

 

ดุลการค้าที่ว่า “กำไร”   นั้น พอตัดการค้า “แฝง” ของนายทุนต่างชาติออก อาจกลายเป็น “ขาดทุน” ไปก็เป็นได้นะ ....ซึ่งมันจะส่งผลต่อการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย

 

เช่นถ้าคิดว่ากำไร (ได้ดุลการค้า)  เราก็จะกำหนดให้อัตราแข็ง  แต่พอหักการค้าแฝงออก อาจกลายเป็น ขาดดุลการค้า เราก็ควรกำหนดให้อัตราแลกเปลี่ยนมันอ่อนลง  ...ตรงข้ามเลยนะ สิบ่อกไห่ ....ยกเว้นมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นก็ว่ากันไป

 

...คนถางทาง (๑ พค. ๒๕๕๕)