ติดตามธรรมะของหลวงพ่อและกิจกรรมดีๆของวัดป่าเจริญราชได้ที่ www.veeranon.com
เมื่อมีสติ สมาธิ ปัญญา เข้ามาพร้อมกัน
มีสติและสมาธิมากำกับ
กำหนดรู้ทันต่อเหตุการณ์ต่อสภาวะที่เกิดขึ้น
การขับเคลื่อน หรือการควบคุมของสภาวะจิตของสติ
ก็จะเป็นไปได้อย่างง่ายดายและราบรื่น
จิตของเราก็จะรู้ว่า
ขณะนี้จิตท่องเที่ยวไปในเรื่องบุญ
รู้ว่าขณะนี้จิตท่องเที่ยวไปในเรื่องบาป
รู้ว่าขณะนี้จิตท่องเที่ยวไปในเรื่องของอดีต
รู้ว่าขณะนี้จิตท่องเที่ยวไปสู่อนาคต
พระพุทธองค์ตรัสว่า
อดีตที่ผ่านมาแล้ว ให้ละทิ้งไป
อนาคตยังมาไม่ถึง ก็อย่าเพ้อฝัน
ให้กำหนดเอาปัจจุบัน ส่วนนี้ให้เห็นชัดเจน
เมื่อได้ยินเสียง กำหนดเสียงหนอ
เสียงกระทบที่ไหน ให้กำหนดตรงที่กระทบ
ไม่ใช่กำหนดที่เสียงหรือกำหนดที่หู
กำหนดที่กระทบหรือ ภาษาพระเรียกว่า ผัสสะ
ซึ่งตรงไหนที่มันกระทบหรือที่มันได้ยิน
ก็กำหนดตรงนั้น
ตาเห็นรูป กำหนดตรงไหน
กำหนดที่ตาหรือกำหนดที่รูป
โดยให้กำหนดในขณะที่ตัวผัสสะ
คือตัวกระทบนั่นเองว่า เห็นหนอ
พอใจก็กำหนด พอใจหนอ
ไม่พอใจก็กำหนด ไม่พอใจหนอ
นี่คือ การกำหนดด้วยสติ
