วันที่ 4 ครูเพื่อศิษย์เพื่อปฎิรูปการศึกษา
เวลาไม่คอยใครเลยเร็วมาก แบ่งกลุ่มอีกแล้วเช้านี้ โรงเรียนเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน พวกเราโชคดี มีอ.วิชชาร่วมกลุ่มเรียกว่าครบทั้งครูและผู้บริหาร
แบ่งหน้าที่ชัดเจน ฝึกเทคนิดการฟัง การถาม และการเขียน (สดมากเลย)
ในฐานะผู้เล่าไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่การฟัง การถาม (ต้องใช้สมาธิสูงมาก)
ภายใต้กรอบคำถาม เล่าประสบการณ์ภายใต้โครงการครูเพื่อศิษย์(สำหรับเราในหนึ่งปีที่ผ่านมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3)
ในฐานะผู้เล่า ผลจากเวทีแรก ได้นำเทคนิคการนำเสนองานของครูธนิตย์ไปใช้ แต่พบว่าไม่เหมาะเพราะนักเรียนเราเป็นเด็กม.ต้น เด็ก อ.ธนิตย์ เป็นเด็ก ม.ปลาย ถามเด็กว่าใช้ได้ไหม? เด็กบอกว่าไม่เวิกร์ ครับ ต้องปรับทันที เป็นนำเสนอด้วยแผนที่ความคิด ตากเต็มห้องเลย ใช้ได้(ขอบคุณ อ.ธนิตย์นะคะ) ได้นำเทคนิคการจับกลุ่มอย่างสนุกสนานของ อ.ขจิต ไปใช้ แจ๋วไปเลย และนำกระบวนการจิตตปัญญาที่พอจับได้ไปใช้(การฟัง ในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน)
ในเวทีแรกเรายังไม่แจ๋มกับPLC,PBL ศึกษางานวิจัยใหญ่เลย พบว่าPBLไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนใหญ่ทำมากในมหาวิทยาลัย นักเรียนแพทย์ แล้วงงมาว่าแล้วนักเรียนเราเป็นเด็ก จะใช้ได้ไหม พบว่า
-แนวคิดเกี่ยวกับคอนสตรัคติวิสต์น่าจะเหมาะ
-PBLไม่ใช่วิธีเดียวที่จะนำไปสู่ทักษะศตวรรษที่21
-ระบบทีมสำคัญที่สุด
ในเวทีสอง คิดว่าจะมาเก็บเกี่ยวเทคนิคของครูที่เข้าร่วม แต่ไม่ได้เป็นดั่งที่คิด กลับจากเวที สอง เปิดวงเลย(สังเกตว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้พูดถึงเด็กเลย นั้นเป็นเพราะข้าพเจ้าได้ร่วมมือกับLLEN ลงมือกับเด็กจริง พบว่าปัญหาไม่ใช่ที่เด็ก แต่เป็นที่ครู เด็กไปแล้ว ครูไม่ไป เราก็จะเหนื่อยมาก ดังนั้น จึงเน้นที่ครู) นำเพื่อนครูไปดูงานที่ลำปลายมาศ และแอบไปดูงานเปิดกะลาของโรงเรียนเทศบาลหนองใหญ่ พบว่าจะนำมาใช้ทั้งกระบวนการกับโรงเรียนเราไม่ได้ ต้องปรับรูปแบบ ให้เป็นของตัวเองให้ได้
จากเวทีสาม ไม่อยากบอกว่าเราทำโครงการวิจัยครูและนักเรียนรองรับไว้แล้วว่าจะพัฒนาไปพร้อมกัน โดยมีนักเรียนที่ร่วมLLEN เป็นทุนให้ครู ที่มีใจร่วมพัฒนา เป็น PBLใหญ่ และนักเรียนในรายวิชาเป็นPBL เล็กๆ เพื่อเสริมพลังครู
ในระดับ ม.3 เราไม่ทิ้งระบบที่ได้จากLLEN เราสานต่อ โดยขอชั่วโมงว่างมาเป็นวิชาบูรณาการโครงงานทั้ง8 รายวิชา ปีนี้ตั้งใจจะเอาวิชาภาษาอังกฤษ เป็นแกนหมุน (ความตั้งใจเต็ม)
ส่วนในรายวิชาตัวเอง ยังต้องค้นและคว้าเทคนิคเสริมต่างๆ อีกมาก
จากการวิพากษ์ พบว่า ผู้ถาม ถามน้อยเกินไป เพราะเราต้องการการเติมเต็มอยู่
ส่วน ของครูอ๋อย ครูอ๋อยบอกว่า จะเปิดค่ายพัฒนาความคิดให้ได้
ในส่วนของครูสุทิน ถูก อ.วิชชา โยนคำว่า คุณครูทำอะไรบ้าง (เยี่ยมมากเลย เพราะทำให้ผู้ตอบ ตอบได้หลากหลายมาก) และปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จคืออะไรบ้าง ทั้งด้านเด็ก ครู และผู้บริหาร
ในส่วนที่เราต้องทำหน้าที่ ครูฟา บ้าง เกร็งเลย(คงเป็นเพราะท่านเป็นท่านรอง ต้องทำใจสบาย) ได้ใช้คำถามสุกฮิตว่า หลังจากร่วมเวที 2 ไปแล้ว ท่านทำการวิจัยบทเรียน หรือที่เรียกว่า Lesson Study อย่างไร
ที่ท่านลงไปนำกับโรงเรียนในเขตที่รับผิดชอบ อย่างไร ท่านคิดว่าประสบผลสำเร็จไหม และปัจจัยแห่งผลสำเร็จนั้นคืออะไร
พบว่าฟังแต่ไม่ได้ยิน เพราะใจจดจ่อแต่จะตั้งคำถามอย่างไร ลืมว่าคำถามอยู่ในเรื่องเล่าของ ของท่านนั่นเอง
ต้องฝึกอีกแล้ว และบ่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สัญญากับตัวเองว่า สู้ๆๆๆๆๆ
บ่าย 2 โมงมุ่งหน้ากลับบ้าน ได้ผู้ชี้แนะ อย่างครูย่ง ไม่หลงทางเลย ท้องฟ้าสีคราม ถึงบ้าน 20:48 ด้วยความปลอดภัย
ขอบคุณ......ทุกสรรพสิทธิ์ที่ให้โอกาส ก่อนที่ชีวิตจะกลับสู่ดิน
จากบันทึก ดูมีสติ และการใคร่ครวญกับตนเองมากครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ
ต้องอยู่กับปัจจุบัน(ณ.ขณะ)เลยนะ อ.ธนิตย์ เยี่ยมมาก
เป็นการฝึกที่ดีทำให้ทราบว่าสำหรับตนเองแล้ว ความคิดไปแล้ว
ลอยไปแล้ว ต้องดึงกลับมาเรื่อย ฮา.