การสร้างความรู้ความเข้าใจ พร้อมกับรวบรวมข้อมูลและความรู้จากการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการศูนย์เรียนรู้ชุมชน ผ่านกระบวนการ การถอดบทเรียน การจัดการความรู้เพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน : การจัดกลุ่มวิเคราะห์และอภิปรายข้อมูลจาก ๔ กรณีศึกษา นำเสนอ และสรุปบทเรียน ในครึ่งบ่ายของวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๕ ในการประชุมชี้แจงและสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๑ ณ โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพฯ

รูปแบบและกระบวนการ ดำเนินการในระยะเวลา ๓ ชั่วโมง โดยมีกระบวนการก่อนหน้าให้พื้นฐานความพร้อมที่สำคัญ ก่อนจัดกระบวนการถอดบทเรียนซึ่งออกแบบกระบวนการให้เชื่อมโยงกัน คือ

๑. การเจาะจงเลือกผู้เข้าร่วมเวทีจากทุกพื้นที่จังหวัด ๗๗ จังหวัด ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ชุมชน ๓ คน ประกอบด้วยระดับหัวหน้า นักวิชาการพัฒนาชุมชน และผู้ประสานงานศูนย์เรียนรู้ชุมชน
๒. ประสบการณ์พื้นฐานของผู้เข้าร่วมเวที ผู้เข้าร่วมเวทีทั้งหมดเป็นนักวิชาการพัฒนาชุมชน สามารถใช้ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจเดิม เป็นฐานในการหยิบยกประเด็นต่างๆขึ้นมากล่าวถึงแล้วเข้าสู่การอภิปรายเชิงลึกเกี่ยวกับความเป็นชุมชนได้มากกว่ากลุ่มคนทำงานในสาขาอื่นหลายประการได้มากพอสมควร
๓. การชี้แจงแนวนโยบายและแนวดำเนินการโดยระดับผู้บริหารของกรมการพัฒนาชุมชน
๔. การบรรยายและให้แนวคิดโดยผู้รับผิดชอบแผนงานระดับประเทศ
๕. การบรรยายให้แนวคิดและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้
๖. การเลือกกรณีศึกษา ๔ กรณีอย่างเหมาะสมและสะท้อนบทเรียนอันซับซ้อนของการทำงานในพื้นที่ภายใต้บริบททางสังคมวัฒนธรรมไทย

องค์ประกอบของผู้เข้าร่วมเวทีและการเตรียมพื้นฐานดังกล่าวนี้ มีส่วนสำคัญมากต่อการทำให้สามารถใช้เวลาอันจำกัดใน ๓ ชั่วโมง จัดกระบวนการถอดบทเรียนในลักษณะนี้ได้

ระเบียบวิธี : วิเคราะห์และสังเคราะห์บทเรียนจาก ๔ กรณีศึกษา 
๑. ศึกษาภาพรวมกับกลุ่มกรณีศึกษาโดยการอภิปรายและเสวนา
๒. วิเคราะห์จากประสบการณ์หลายจุดยืนโดยกลุ่มย่อย
๓. ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลภายในกลุ่มประสบการณ์ย่อยระดับภูมิภาค ในห้องกลุ่มย่อย
๔. นำเสนอเพื่อประมวลภาพและสังเคราะห์ภาพรวมข้ามบริบทของกรณีศึกษา
๕. ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลภายในกลุ่มประสบการณ์ย่อยระดับประเทศและระดับทั่วไปซ้ำอีกครั้งผ่านกระบวนการในเวทีรวม เพื่อสร้างความเชื่อถือได้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้ข้อจำกัดที่มี ทั้งภายในกลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ และระหว่างสาขาการปฏิบัติที่แตกต่าง รวมทั้งความเชื่อถือได้ต่อการนำไปเชื่อมโยงกับการอธิบายเชิงทฤษฎีที่มีความสามารถอ้างอิงกันได้ในระดับต่างๆ กระทั่งหลักทฤษฎีและวิชาการที่คนทั่วไปเข้าใจได้
๖. วิพากษ์ระเบียบวิธี เพื่อให้เห็นถึงการสร้างคุณภาพข้อมูลความรู้ ธรรมชาติเฉพาะของสิ่งที่ได้ จุดแข็ง จุดอ่อน ข้อจำกัด สรุปและอภิปรายผล เสริมความรู้เชิงทฤษฎี โดยวิทยากร

เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์

๑. การออกแบบกระบวนการเวที ๔ องค์ประกอบ และดำเนินการแบ่งกลุ่ม ๓ ขั้น ประกอบด้วยการเสวนาในเวทีรวม การแบ่งกุล่มย่อย การนำเสนอเวทีรวม การสรุป เสริมความรู้เชิงทฤษฎี และพัฒนาการเรียนรู้แบบเชื่อมโยง
๒. ประเด็นคำถาม พัฒนาโดยทีมผู้ดำเนินโครงการของกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อตอบโจทย์เชิงนโยบายของหน่วยงาน ๕ ประเด็น
๓. ประเด็นคำถามเพื่อการวิเคราะห์ ศึกษาเรียนรู้จากเวที และสรุปบทเรียน ๙ ประเด็น พัฒนาโดยทีมวิทยากร แจกจ่ายแก่ผู้ร่วมเวทีทุกคน คนละชุด
๔. สื่อและอุปกรณ์ช่วยเก็บบันทึกข้อมูลเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบผสมผสานและให้ประสบการณ์ที่เข้มข้นหลายระดับและหลากหลายช่องทาง ประกอบด้วย บอร์ดขาตั้งและฟลิปชาร์ต วิดีทัศน์ โน๊ตบุ๊คและผู้บันทึกโดยวิทยากร
๕. วิทยากรหลัก ๑ คน ทีมวิทยากรเชิงวิชาการจากสำนักจัดการความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ของกรมการพัฒนาชุมชน ประจำกลุ่มย่อยกลุ่มละ ๑-๒ คน และวิทยากรกรณีศึกษา ๔ คน
๖. วิทยากร ๔ กรณีศึกษา มีบทบาทใน ๓ กระบวนการ ประกอบด้วยเสวนาในเวทีรวม ประจำกลุ่มย่อย และร่วมเวทีนำเสนอในเวทีรวม

วิธีดำเนินการ

๑.รวบรวมข้อมูล พัฒนาประเด็นการวิเคราะห์บทเรียนให้ครอบคลุมรอบด้าน และศึกษากรณีตัวอย่างผ่านเวทีรวม : อภิปรายและเสวนากับวิทยากรกรณีศึกษาจาก ๔ พื้นที่จังหวัด ๔ คน มีประสบการณ์ ภาวะผู้นำ และเงื่อนไขแวดล้อมในการทำงานแตกต่างหลากหลาย โดยเป็นหญิง ๑ คนการศึกษาระดับประถมศึกษา จากชุมชนไม้เรียง นครศรีธรรมราช ผญบ.ชาย ๑ คน จากพิจิตร กำนัน อดีตเป็นครู จากสกลนคร และปราชญ์ชาวบ้าน อดีตเป็นครู จากราชบุรี

๒. วิเคราะห์และอภิปรายผลจากหลายจุดยืนด้วยกลุ่มย่อย ๔ กลุ่ม :  วิเคราะห์และอภิปรายจากประสบการณ์ของผู้ทำงานเชิงพื้นที่เป็นกลุ่มย่อยโดยมีประเด็นเชิงโครงสร้าง ๙ ประเด็น เพื่อการวิเคราะห์และสรุปบทเรียน สำหรับประมวลผลให้ได้แนวคิดและแนวดำเนินการส่งเสริมการจัดการความรู้ของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน แต่ละกลุ่มมีทีมวิทยากรประจำกลุ่มย่อยจากกรมการพัฒนาชุมชนซึ่งได้ซักซ้อมแนวทางเพื่ออำนวยการกระบวนการกลุ่มให้บรรลุจุดหมายด้วยการทำงานร่วมกันในกลุ่มย่อย

๓. กระบวนการเรียนรู้และวิเคราะห์ข้ามบริบท : ตัวแทนจาก ๔ กลุ่มย่อย นำเสนอเพื่อเรียนรู้ข้ามกลุ่มย่อย ๔ กลุ่มบนเวทีรวม

๔. บันทึกและเพิ่มพูนความเข้มแข็งของประสบการณ์จำเพาะตนของผู้เรียน : วิทยากรบันทึกรวบรวมประเด็นสำคัญเพื่อช่วยสร้างมโนทัศน์ฉายขึ้นจอภาพด้วยเครื่องฉาย LCD ให้เวทีเห็นไปพร้อมกัน เพื่อได้เห็นและใช้ประสบการณ์ของตนเองครุ่นคิดไประหว่างการรับฟังพร้อมกับพิจารณาให้เห็นความเชื่อมโยงกับประเด็นเชิงนโยบายของภารกิจที่ได้รับมาแล้วจากแหล่งข้อมูลต่างๆ นับแต่การบรรยายพิเศษของอธิบดีและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งระดับแผนและระดับติดตามกำกับการปฏิบัติ และเห็นประเด็นความเชื่อมโยงเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ไปบนกิจกรรมการปฏิบัติต่างๆ

๔. วิเคราะห์และสรุปบทเรียนภาพรวมจากเวที ตอบโจทย์ร่วมกัน ทั้งเพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจต่อการกลับไปดำเนินการและขับเคลื่อนการจัดการความรู้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนในพื้นที่จังหวัด สำหรับรับมือกับภัยธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิต และเพื่อประมวลผล รวบรวมข้อมูล แนวคิด และบทเรียนการปฏิบัติ เพื่อทำสื่อเป็นแนวทางส่งเสริมและสนับสนุน ให้เครือข่ายเชิงพื้นที่ต่างๆมีแหล่งอ้างอิงและสามารถประสานความร่วมมือกันได้ในระดับปฏิบัติ

๕. สรุปบทเรียนและสร้างมโนทัศน์ร่วมในหลายมิติที่สำคัญ อภิปรายให้ได้หลักคิดพื้นฐานและเสริมความรู้เชิงทฤษฎี วิพากษ์ระเบียบวิธีเพื่อให้ได้ความตระหนักถึงจุดอ่อนจุดแข็ง รวมทั้งนัยต่อการพัฒนาการเรียนรู้บนการปฏิบัติ ทั้งของเครือข่ายนักวิชาการพัฒนาชุมชน ชาวบ้าน และเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ

.................................................................................................................................................................................................

สรุปบทเรียน

จากสื่อพาวเวอร์พ๊อยต์ ซึ่งได้บันทึกฉายขึ้นจอระหว่างนำเสนอผลการทำงานกลุ่มย่อย ๔ กลุ่ม

.................................................................................................................................................................................................


.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................................

การวิเคราะห์บทเรียน เป็นการผสมผสานไปด้วยกันระหว่างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในเวที เกิดการวิเคราะห์และอภิปรายเป็นกลุ่ม สื่อสารและไหลเวียนข้อมูลได้ทั่วถึง ซึ่งช่วยลดสื่อกลางและสิ่งสอดแทรก ให้กลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเรื่องราวต่างๆภายใต้บริบทของสถานการณ์เดียวกันชุดหนึ่งด้วยตนเองได้มากกว่าการส่งหนังสือชี้แจงหรือจัดประชุมชนมอบหมายงาน สามารถสร้างมิติสังคมและความมีประเด็นส่วนรวมที่เชื่อมโยงถึงกันให้เกิดขึ้นบนกระบวนการทางความรู้ พร้อมทั้งได้ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกันทั้งภายในและภายนอกกลุ่มประสบการณ์ ซึ่งโดยกระบวนการดังกล่าวนี้ ผู้เข้าร่วมเวทีจะผ่านกระบวนการเตรียมข้อมูล วิธีคิด และเตรียมทักษะพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับลักษณะของเวทีทำงาน จึงคาดว่าผู้ร่วมเวทีแต่ละคนจะสามารถใช้ประสบการณ์จำเพาะตนมาร่วมสร้างความคิด ความเข้าใจ และเห็นแนวปฏิบัติของตนเอง ยืดหยุ่นไปตามบริบทจำเพาะของแต่ละคน อีกทั้งได้เตรียมตนเองให้มีความสอดคล้องยืดหยุ่นไปกับบริบทเชิงพื้นที่สำหรับลกลับไปทำงานต่อไปอีกด้วย

นอกจากนี้ ในอีกแง่หนึ่ง ข้อมูล บทเรียน และแนวโน้มความตั้งใจ ตลอดจนความคาดหวังต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวทีครั้งนี้ ก็จัดว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานชุดหนึ่ง ก่อนที่จะกลับเข้าสู่พื้นที่จังหวัดและดำเนินการโครงการกิจกรรมไประยะหนึ่ง ดังนั้น จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลก่อนดำเนินโครงการ หรือ Baseline Data ซึ่งเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งแล้ว หากประเมินและถอดบทเรียนเพื่อยกระดับการทำงานอีกเป็นระยะๆ ก็จะได้ข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบและวิเคราะห์มิติต่างๆ ทำให้การทำงานจัดการความรู้ มีการจัดการความรู้และเกิดกระบวนการเรียนรู้อยู่ในตนเองควบคู่ไปกับการปฏิบัติ พอดีและพอเพียงสำหรับการที่คนในพื้นที่กับชาวบ้านจะเดินไปด้วยกันด้วยกำลังและเงื่อนไขของตนเองได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลชุดนี้ เป็นข้อมูลก่อนดำเนินโครงการที่เกิดขึ้นจากเวทีเครือข่ายของคนทำงานซึ่งบันทึกไปบนการมีประสบการณ์ด้วยกัน ซึ่งจัดว่ามีความสำคัญในฐานะเป็นการอธิบายและพรรณาปรากฏการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองของผู้ปฏิบัติในระดับประสานงานเชิงนโยบายและแผนเชื่อมต่อกับเครือข่ายปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งในระยะต่อไป ก็จะมีนัยสำคัญต่อการสร้างความรู้ที่มีพลังต่อการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติที่เป็นจริงของสังคมไทยในพื้นที่ต่างๆ พร้อมกับสามารถสื่อสารและมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับความพร้อมต่อการที่จะพึ่งความรู้ความเข้าใจของตนเองของเครือข่ายคนทำงานในสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดีอีกวิธีหนึ่ง ทำให้การถอดบทเรียนหรือการติดตามประเมินเพื่อบริหารจัดการตนเองในลักษณะต่างๆ มีข้อมูลและวิธีดำเนินการให้พอดีไปกับกำลังความพร้อมทางด้านต่างๆของการทำงาน โดยเฉพาะงานเชิงความรู้ การเรียนรู้ การปฏิบัติการเชิงสังคม การบริหารจัดการเป็นกลุ่มด้วยตนเองของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสุขภาวะชุมชนที่พึงประสงค์ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและชุมชน และสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขของชุมชน ตลอดจนสร้างความกลมกลืนกับสังคมวัฒนธรรมตามพื้นถิ่นต่างๆอย่างมีชีวิต.