ผมมีข้อสังเกตว่าในสังคมยุคปัจจุบันเพศชายมีความสามารถแข่งขันเข้าสู่การศึกษาระดับสูงลดลงเมื่อเทียบกับเพศหญิงแสดงว่าในช่วงวัยรุ่นเพศชายน่าจะถูกแรงดึงดูดอย่างอื่นเอาชนะแรงบันดาลใจต่อการเรียนมากกว่าเพศหญิง

 

          นี่คือสมมติฐานของผมที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่และน่าจะเป็นโจทย์วิจัยข้อสมมติฐานคือ“ในสังคมยุคปัจจุบันผู้ชายถูกทำลายโดยปัจจัยลบของสังคมง่ายกว่าผู้หญิง”

          ตัวเลขบอกชัดเจนว่าในประเทศไทยและประเทศต่างๆทั่วโลกผู้หญิงเข้าเรียนระดับสูงในสัดส่วนมากกว่าผู้ชายสมัยผมเรียนแพทย์ที่ศิริราชทั้งชั้นมีนักศึกษา๑๒๐คนเป็นผู้หญิง๓๐คนคือหนึ่งในสี่เดี๋ยวนี้นักเรียนแพทย์ในประเทศไทยเป็นผู้หญิงประมาณสองในสาม

          สมัยที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยโดยเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯในปี๒๕๐๓นั้นที่คณะวิศวฯไม่มีนิสิตหญิงเลยรุ่นก่อนมีนิสิตหญิงคนเดียวและเล่ากันว่าเตะตะกร้อเก่งมากเดี๋ยวนี้ผู้หญิงเข้าเรียนวิศวฯถือเป็นเรื่องปกติในจำนวนลูกสาว๓คนของผมนั้นสองคนเรียนวิศวฯ

          ผมมีข้อสังเกตว่าในสังคมยุคปัจจุบันเพศชายมีความสามารถแข่งขันเข้าสู่การศึกษาระดับสูงลดลงเมื่อเทียบกับเพศหญิงแสดงว่าในช่วงวัยรุ่นเพศชายน่าจะถูกแรงดึงดูดอย่างอื่นเอาชนะแรงบันดาลใจต่อการเรียนมากกว่าเพศหญิง

          สมัยก่อนเพศหญิงเสียเปรียบเพศชายตรงที่ธรรมชาติด้านการตั้งครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ก็จะเกิดการตั้งครรภ์ตามมาทำให้เพศหญิงต้องไปมีภาระเลี้ยงลูกแต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปผู้หญิงสามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้โดยไม่ต้องตั้งครรภ์ข้อเสียเปรียบนี้จึงลดลงไปมากเกือบจะเรียกได้ว่่าหมดไป

          ผมตั้งสมมติฐานว่าสังคมปัจจุบัน (โดยเฉพาะในสังคมไทย) วัยรุ่นชายได้รับการปกป้องจากปัจจัยลบที่มีอยู่ในสังคมน้อยกว่าที่วัยรุ่นหญิงได้รับคือเราปล่อยวัยรุ่นชายมากเกินไปให้เขาเป็นอิสระเต็มที่ในช่วงวัยที่เขายังไม่บรรลุวุฒิภาวะเต็มที่ความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์สมัยใหม่บอกเราว่าสมองของมนุษย์พัฒนาเต็มที่เมื่ออายุ๒๕ปีการปล่อยให้ผู้ชายอายุระหว่าง๑๓- ๒๔ปีตัดสินใจต่อชีวิตของตนเองได้อย่างอิสระเต็มที่จึงเป็นการเปิดช่องให้เขาเดินทางชีวิตที่ผิดพลาดได้ง่ายดังนั้นสมมติฐานข้อนี้ของผมจึงโทษที่วัฒนธรรมประเพณียกย่องเพศชายสูงกว่าเพศหญิงประเพณีนี้ในยุคปัจจุบันกลับเป็นคุณต่อเพศหญิงเมื่อมองจากมุมด้านการวางรากฐานชีวิตด้านการศึกษา

          ที่จริงการปกป้องคนที่เรารักและห่วงใยต้องดำเนินไปตลอดชีวิตของผู้นั้นไม่ใช่แค่ในช่วงที่เขาเป็นเด็กแต่วิธีการปกป้องต้องเปลี่ยนแปลงไปตามวัยของเขาและตามสถานการณ์ของสังคม

          สังคมไทยให้ความรักและห่วงใยต่อลูกเพศชายผิดๆทำให้วัยรุ่นชายตกเป็นเหยื่อของสิ่งเย้ายวนดึงดูดไปสู่ทางเสื่อมได้ง่ายกว่าวัยรุ่นหญิงสมมติฐานนี้จริงหรือไม่

          อีกสมมติฐานหนึ่งโทษธรรมชาติหรือชีววิทยาของความเป็นวัยรุ่นเพศชายว่าต้องการแสดงออกไปในทางที่ให้ผลชั่วแล่นหรือผลระยะสั้นมากกว่ามองที่เป้าหมายระยะยาวหรือรอบคอบน้อยกว่าวัยรุ่นเพศหญิงนี่ก็เป็นสมมติฐานที่ต้องการการวิจัยพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่

          ผมปิ๊งแว้บเรื่องนี้ระหว่างนั่งฟังการบรรยายและตอบคำถามโดย Dr. Stephan  ว่าทำไมผู้หญิงจึงเข้าเรียนอุดมศึกษามากกว่าชายในสมัยปัจจุบัน

          เป็นโจทย์สำหรับการวิจัยด้านสังคมศาสตร์

 

 

วิจารณ์  พานิช