ออกชุมชนให้ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้ากับประชาชน

      

 

     เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าพยาบาลหอผู้ป่วยจิตเวชและพี่ๆน้องๆ พยาบาลห้องตรวจจิตเวช ได้ออกไป PCU สามเหลี่ยมและ PCU โนนม่วง จังหวัดขอนแก่น ในโครงการรณรงค์ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำหรับประชาชนในเขตชุมชนจังหวัดขอนแก่น

 

 

 

        นำทีมโดยรศ.พญ.สุวรรณา   อรุณพงค์ไพศาลและอาจารย์นายแพทย์พงศธร  พหลภาคย์ อาจารย์จิตแพทย์แห่งภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปสบทบกับบุคลากรจากทั้ง 2 ชุมชนเพื่อทำกิจกรรม

       กิจกรรมประกอบด้วยการประเมินความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า การให้ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า คัดกรองภาวะซึมเศร้าโดยใช้แบบประเมิน KKU-DI ฉบับปรับปรุงใหม่ การให้คำปรึกษา ให้ความรู้เรื่องความเครียด เทคนิคคลายเครียดและฝึกปฏิบัติ กิจกรรมนันทนาการต่างๆ โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมดีมาก     

 

แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า ชื่อ KKU-DI ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งสร้างโดย รศ.พญ.สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล

แบบสอบถามนี้ต้องการรู้ว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารวมทั้งวันนี้ด้วย ท่านมีอาการต่อไปนี้หรือไม่

1.       นอนหลับๆตื่นๆหรือหลับไม่สนิท

2.       อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

3.       ใจลอย ขาดสมาธิในการทำงาน/เรียน

4.       ตัดสินใจลำบากแม้แต่เรื่องง่ายๆ

5.       รู้สึกเศร้า สะเทือนใจ ร้องไห้ง่าย

6.       กระวนกระวายนั่งอยู่ไม่ติด (บ่เป็นตาอยู่)

7.       หงุดหงิด (หนหวย) /โกรธง่าย (ใจฮ้าย)

8.       รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ (เซ็ง)

9.       ไม่อยากพูดอยากคุยกับใครทั้งนั้น

10.     ไม่สดชื่น ไม่ร่าเริงสนุกสนาน (บ่ม่วนซื่น)

11.     รู้สึกหมดหวังกับอนาคต

12.     คิดฟุ้งซ่าน คิดวนเวียนอยู่แต่เรื่อเดิมๆ

13.     คิดอยากตาย

14.    เบื่ออาหาร (บ่อยากข้าวอยากน้ำ)

 

 การให้คะแนน

ไม่เป็นเลย  0  คะแนน

เป็นนานๆครั้ง (1-3 วัน) 1 คะแนน

เป็นบ่อยๆ (4-7 วัน) 2  คะแนน

เป็นเกือบทุกวัน (เกิน 7 วัน) 3 คะแนน

 

การแปรผล

ค่าจุดตัดในเพศชายคือตั้งแต่ 5 และหญิงคือตั้งแต่ 6 ขึ้นไป

ค่าจุดตัดแยกระดับความรุนแรงของภาวะซึมเศร้าในเพศชายและหญิงคือ

ระดับเล็กน้อยอยู่ระหว่าง 5-12 และ 6-12 ตามลำดับ

ระดับปานกลางคือ 13-14

ระดับรุนแรงตั้งแต่ 15 ขึ้นไป

 

       

 

ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า

-อารมณ์เศร้าคือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก

-เป็นความคิดเป็นความรู้สึกด้านลบ

-เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวกับคนทั่วไปทุกเพศทุกวัย

สิ่งเร้า   เหตุการณ์กระตุ้นคือ

เสียคนรัก คนสำคัญในครอบครัว

เสียเงินทอง ทรัพย์สิน

เสียงาน เสียการเรียน

เสียศักดิ์ศรี เสียหน้า

เจ็บป่วยร้ายแรง เจ็บปวด ช่วยตัวเองไม่ได้

สารเสพติด สุรา 

 

ในคนไทย ใช้คำว่าโศกเศร้า เสียใจ หดหู่ ไม่มีความสุข เบื่อหน่าย  ท้อแท้ เซ็ง ซึม เหงาหงอย ผิดหวัง อึดอัด ทุกข์ใจ หงุดหงิดง่าย ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากทำอะไร ไม่สนุกสนาน

ในคนอีสานใช้คำว่า เซ็ง เบื่อ อุกอั่ง นั่งหงอยซึม บ่เป็นตาอยู่ บ่สนใจหยัง บ่อยากเว้า บ่ม่วนบ่อซื่น หนหวย ใจฮ้าย  

 

โรคซึมเศร้า คือ โรคอารมณ์ที่มีความรุนแรงกว่าปกติ

-อยู่นานตลอดทั้งวัน ต่อเนื่องเกิน2สัปดาห์

-มีอาการไม่สบายทางร่างกาย เช่นเบื่ออาหาร หรือกินจุ น้ำหนักลดหรือเพิ่มมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ หรือนอนทั้งวัน อ่อนเพลีย ไม่มีพละกำลังทำอะไร เชื่องช้า เฉื่อยชา หรือกระวนกระวายอยู่ไม่สุข สมาธิไม่ดี หลงลืมง่าย สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก

-คิดทางลบ มองโลกแง่ร้าย คิดว่าตนเองด้อยค่า ตำหนิตนเอง รู้สึกผิด คิดอยากตาย สิ้นหวัง

-มีความบกพร่องในหน้าที่การงาน สังคมและการดูแลตนเอง

 คนไทยพบร้อยละ2.89 

 

สาเหตุ

1.พันธุกรรม

-ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่งงานกับคนปกติ โอกาสลูกป่วยร้อยละ27

-พ่อและแม่เป็นโรคซึมเศร้า โอกาสลูกป่วยร้อยละ54

-แฝดไข่ใบเดียวกัน คนหนึ่งป่วย อีกคนมีโอกาสป่วยด้วยร้อยละ70

 

2. สิ่งแวดล้อม

การสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก

การสูญเสียคนรัก

ความขาดแคลน สับสน ยากจน วิบาก

ความกดดัน ความเครียด ว่างงาน มหันตภัย เช่นภัยธรรมชาติ สงคราม

ไม่มีใครช่วยเหลือสนับสนุนให้กำลังใจ

ขาดอาหาร

ขาดการออกกำลังกาย

ป่วยเรื้อรัง เจ็บปวดทุกข์ทรมาน

ติดสารเสพติด สุรา

 

  

 

การดำเนินโรค

ร้อยละ 75 เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและเป็นนานเรื้อรัง

หายแล้วเป็นอีกได้

เหมือนเบาหวาน

เบาหวานต้องวัดน้ำตาลแต่ซึมเศร้าวัดใจเป็นระยะ

มีโอกาสกำเริบได้ เรื่อยๆ

ต้องพึ่งยา  ปล่อยนานๆ ไม่รักษาก็จะดื้อยา รักษายาก

รับประทานยา 3 เดือนอาการสงบ

ต่ออีก 6 เดือนหายจากโรค

ต่ออีก 3 เดือนถอนยา รวม 1 ปีเพราะฉะนั้นป่วยครั้งแรกต้องกินยาต่อกันนาน 1 ปี ให้หายขาด

ป่วยครั้งแรก รักษาด้วยยานาน 1 ปี  ป่วยครั้งที่ 2 รักษานาน   2 ปี   ป่วยครั้งที่3 รักษานาน    5 ปี  ถ้าป่วยมากกว่า 3 ครั้งต้องรับประทานยาตลอดชีวิตเพราะสมองเปลี่ยนแปลงยากแล้ว  ชินกับการมียาแล้ว

 

  

ทำไมเราต้องมาพูดเรื่องโรคซึมเศร้า

ภาระโรคเพิ่มขึ้น อัตราตายสูงขึ้น

เข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาการบริการน้อย อาจเนื่องจากความอาย ถูกตราหน้า

ผู้ป่วยหลายคนได้รับการรักษาแต่ไม่ถึงเป้าหมาย คือหายจากโรคและเสี่ยงต่อการกำเริบซ้ำ

การติดตามการรักษาจนหายยังไม่มีระบบชัดเจน

ยารักษาโรคซึมเศร้ามีประสิทธิภาพ ได้ผลร้อยละ 60-70 % มีจำหน่ายในท้องตลาดประสิทธิภาพในการรักษาอาจแตกต่างกัน

 

 การรักษาโรคซึมเศร้า 

 การรักษาด้วยยา

ยารักษาโรคซึมเศร้ามีมา 54 ปี แล้ว

วิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ปัจจุบันมีหลายกลุ่มหลายตัว ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

ออกฤทธิ์ต่างกัน ผลข้างเคียงต่างกัน ราคาก็ต่าง

ไม่มีปัญหาเรื่องการติดยา

ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร มีข้อควรระวังไม่ถึงกับห้ามใช้แต่ อยู่ในความดูแลของแพทย์

 

 

ยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มดั้งเดิม

อะมิทิพ อิมิพามีน อาการข้างเคียง ปากแห้ง คอแห้ง ท้องผูกปัสสาวะลำบาก ง่วงนอน ลุกขึ้นหน้ามืดวิงเวียน  

ยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มที่2

ผลข้างเคียง ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ กังวล

ครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายหวัด ปวดกล้ามเนื้อ ไข้ หนาวสั่น คัดจมูก

เหงื่ออกมาก นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย อารมณ์ทางเพศลดลง 

 

การรักษาด้วยการกระตุ้นให้ชักด้วยไฟฟ้า กรณีอาการรุนแรงมากเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง หรือดื้อยารักษาโรคซึมเศร้า

การรักษาด้วยการใช้สนามแม่เหล็กกระตุ้นสมอง(TMS)

การรักษาด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากระแสตรงอย่างอ่อน(tDCS)

การรักษาด้วยการกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (vagus  nerve stimulation) ไม่มีในไทย

 

การรักษาทางจิตใจ

แบบประคับประคองจิตใจ ให้กำลังใจ แนะนำปรึกษา ชักจูงให้ออกกำลังกาย ทำจิตใจผ่องใส

แบบปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรม ให้คิดอย่างเป็นตรรกะ ทางบวก ไม่ด่วนสรุปความคิดก็สำคัญ การคิดลบชอบเหมา  ยกตัวอย่างส่งจดหมายหาเพื่อน เขาไม่ตอบมาท่านคิดอย่างไร เขาลืมเราแล้วไม่สนใจเรา ไม่ให้ความสำคัญ จริงๆเขาอาจจะติดธุระก็เป็นได้

แบบซาเทียร์ เพิ่มการตระหนักรู้ และเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางบวก เติมเต็มความปรารถนาด้วยตนเอง เกิดการเติบโตของโลกภายใน

แบบสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในทางที่เหมาะสม มีความสุข ปรับตัวได้ดีในสังคม

ครอบครัวบำบัด

กิจกรรมกลุ่มบำบัด ทั้งสันทนาการ อาชีวบำบัด

 

คำถาม : ซึมเศร้า เพาะตัวนานแค่ไหนจึงจะเป็นโรคจิต?

คำตอบ : มันไม่ต่อเนื่องกัน แต่ถ้าจิตแตกสลาย กู่ไม่กลับก็เกิดโรคจิตตามมา  แตก ยับ ซึมลึกต้องถึงมือหมอ

 

ภาพกิจกรรม

 พาออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย การฝึกสมาธิ ฝึกคลายเครียดและกิจกรรมนันทนาการโดยชาวบ้านมีส่วนร่วม

 

 

 

 

 

 

 

ท้ายสุดถ่ายภาพร่วมกัน

 

 

แจกคู่มือความรู้เรื่องโรคซึมเศร้าและซีดีลำยาวโรคซึมเศร้า