ข้าวเป็นจ้าว

น้องซอมพอมักถามว่า

ทำไมอุ้ย(พ่อของผู้เขียน)ถึงชอบเอาข้าวสารมาให้พ่ออยู่เสมอเสมอ

เมื่อวันครอบครัวที่ผ่านมา

ก็เลยถามอุ้ยให้น้องซอมพอ

อุ้ยบอกว่า “เพราะอุ้ยมีนา ปลูกข้าวกินเอง ไม่ต้องไปซื้อหา นาข้าวที่มีก็ปลูกข้าวได้พอกิน เหลือกินก็ไปขายบางส่วน ปีไหนเราไม่ทำเองก็ให้คนอื่นเขาทำแบ่งข้าวกัน ตอนนี้เรามีข้าวมากพอที่ไม่ต้องไปซื้อหาเหมือนแต่ก่อน”

ผู้เขียนนึกไปถึงสมัยเด็กเด็ก

คุณพ่อสอนอยู่เสมอให้รู้จักบุญคุณข้าว

ข้าวเป็นของสูง

เราต้องให้ความเคารพ

อย่ากินข้าวทิ้งขว้าง

กินให้หมด ถ้าเหลือก็เก็บไว้

อย่าเหยียบข้าว ข้ามข้าว

เพราะข้าวเป็นจ้ามีข้าว

เราอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะเรามีข้าวกิน

ตอนเด็กเด็ก

เทคโนโลยีการเพาะปลูกไม่ทันสมัย

เราปลูกข้าวไร่ข้าวสวนกินกัน

ต้องอาศัยน้ำฝน

บางปีได้ข้าวไม่พอกิน

ชาวบ้านเรียกว่า “กั้นข้าว”

มันหมายถึงยากจนสุดสุด

เป็นเรื่องที่ลำบากมาก

ต้องไปหยิบยืมข้าวของพี่น้องมาใช้

แต่เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป

ที่สวนถูกเปลี่ยนเป็นที่นา

ข้าวพันธุ์ดีดีถูกนำมาส่งเสริมการปลูก

ได้ผลผลิตดี

เราจึงมีข้าวพอกินตลอดปี

 

 

แม่ก็สอนผมให้รู้จักนึ่งข้าว

ทุกเช้าแม่ต้องรีบไปสวน

ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมในการนึ่งข้าว

เอาไว้กินและห่อไปโรงเรียน

เป็นกิจวัตรประจำวัน

แต่พอโตขึ้นไปเรียนต่างจังหวัด ไปทำงาน

ผมก็แทบจะไม่ได้นึ่งข้าวกินเอง

จนกระทั่งมามีครอบครัว

ก็ได้มีโอกาสมารื้อฟื้นการนึ่งข้าว

แต่อะไรที่มันไม่ได้ทำนาน

มันก็มีผิดพลาดบ้าง

ผมนึ่งข้าวฮาดไปสองครั้ง

(ฮาดหมายถึงนึ่งไม่สุก)

เรียกว่าขายหน้าลูกชาวนาจริงจริง

ต้องขอบคุณคุณพ่อและคุณแม่ที่สอนผมมา

ไม่งั้นผมคงทำอะไรไม่เป็นมากกว่านี้

ขอบคุณที่ปลูกข้าวให้ผมได้กิน

ผมรักพ่อและแม่ที่สุดครับ