การสอนที่อาศัยความใจเย็น เห็นความสำคัญของการอ่านของเด็กไทย

          เมื่อปี 2554  วันหนึ่งหลังจากกลับจากไปให้คำปรึกษาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในโรงเรียนเอกชนที่เพิ่งจะเปิดทำการสอนกลับมาที่บ้านพบว่าที่ใต้ถุนบ้านมีเด็ก ๆ  ๕  คนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ จึงถามว่ามาธุระอะไร ก็ได้ความว่าเรียนอ่อนภาษาไทยก็จะให้ครูพรทิพย์ ซึ่งเพิ่งจะลาออกก่อนเกษียณ  ช่วยสอน และครูพรทิพย์ให้ฝึกอ่านตามหนังสือที่นำมาและครูไปปรุงอาหารในครัว

เดี๋ยวครูก็จะออกมาฝึกอ่านอีกครั้ง

              ครูพรทิพย์น่าจะใช้เวลาปรุงอาหารอีกนานคงจะเสร็จ  ก็เลยบอกเด็ก ๆว่าครูจะสอนแทนได้ไหมก็ได้รับคำตอบว่าได้  ก็จัดที่จัดทางนั่งใกล้ ๆ เด็ก ๆ แล้วลองให้อ่านตามที่ครูพรทิพย์ให้ฝึก  สิ่งที่พบน่าตกใจเพราะเด็ก ๆ ทั้งหมดอ่านหนังสือไม่คล่อง  บางคนไม่รู้จักพยัญชนะ  สระและวรรณยุกต์   ก็คงไม่ต้องพูดถึงว่าเขาเหล่านั้นอยู่ชั้นไหน  แต่ไม่ใช่ ป.๑หรือ ป.๒              และมีถึง ๒ คน กำลังเรียนระดับมัธยม

             ความคิดหนึ่งคิดว่าในฐานะครูเก่าเราน่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจะทำให้เด็ก ๆ เหล่านี้อ่านหนังสือให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้ ก็เลยประกาศให้เด็ก ๆ คนใดที่อ่านเรียนเขียนไม่คล่องให้มาเรียนที่ใต้ถุนบ้านครูในเดือนเมษายนจะสอนให้เปล่าไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย เรียนจันทร์ถึงเสาร์หยุดวันอาทิตย์ และวันที่ ๑๓-๑๕ อันเป็นช่วงหยุดวันสงกรานต์  มีเด็ก ๆ  มาสมัครเรียน ๕๒ คน ทำการคัดเลือก เหลือ ๓๒ คนที่หนักไว้ทำการสอน ใช้วิธีสอนแบบผสมคำ ปรากฏว่าได้ผลผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงในการอ่านที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งผมก็เคยนำมาแบ่งปันไว้ในบันทึกในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๔ ดังที่หลายท่านได้อ่านแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

             ปีนี้ ปี ๒๕๕๕ ก็เปิดรับอีก  มีผู้ที่ค้างไว้ปีที่แล้วมาสมัคร  ๓๕  คน  ขณะที่แบ่งปันให้สมาชิกมาเยี่ยมอ่านอยู่นี้ก็กำลังสอนอยู่ทุกวันจนถึงวันที่ ๓๐  เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา  ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.          

             การฝึกอ่านฝึกผสมคำได้อาศัยคำพื้นฐานของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เป็นสื่อหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ สื่อ เพราะเป็นคำจำเป็นที่ต้องใช้ที่ได้รวบรวมไว้ที่เด็ก ๆ ระดับประถมศึกษา ต้องอ่านเรียนเขียนได้

             ขอบคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าจีนอุดมวิทยาซึ่งได้จัดสรรงบอุปถัมภ์เป็นค่า อาหารกลางวันและอาหารว่างแก่เด็ก ๆ  ที่สามารถทำให้เขาเหล่านั้นร่างกายอิ่มตลอดเวลาและสามารถเรียนเฉพาะภาษาไทยได้วันละ ๖  ชั่วโมง โดยไม่แสดงอาการเบื่อหน่ายแต่อย่างใด          ขอบคุณในความเมตตาของพระครูปภัศร์ปัญญารัตน์    เจ้าอาวาสวัดท่านางหอมที่อุปถัมภ์จัดหาโปรเจคเตอร์มาให้ไว้ใช้ในการสอนที่ทำให้เด็กสนใจการเรียนเพิ่มขึ้นได้ดีอีกด้วย