ติดตามธรรมะของหลวงพ่อและกิจกรรมดีๆของวัดป่าเจริญราชได้ที่ www.veeranon.com

พอจิตผ่องใสแล้วทำให้เกิดเมตตา

เราจะนึกถึงญาติพี่น้อง

คิดอยากให้คนโน้นคนนี้ได้มาปฏิบัติ

อยากให้เขาได้บุญ

พอจิตมันผ่องใส จิตมันเบาโล่งสบาย

เราจะนั่งได้ทั้งวัน

ขยันกำหนด ขยันเดิน ขยันภาวนา

นี่คือจิตผ่องใสเกลี้ยงเกลา จิตไม่เศร้า

จิตก็ตื่นตัวเบิกบานตัวนี้ คือ

เราเห็นพุทธะน้อยๆ

เห็นสภาวธรรมน้อยๆ

ต่อมาเมื่อจิตโปร่ง ใส ไม่เศร้าหมอง จิตก็นุ่มนวล

เมื่อจิตมันนุ่มนวล ไม่ว่าจะเดินหรือ

จะคู้หรือจะเหยียดก็ดูงามตา

ไม่กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกะโหลก

นั่นคือ เขาเรียกว่า เป็นผู้มีศีลจารวัตรดี

คือ ผู้มีศีลเป็นหลักประพฤติทั่วไป

อันจะต้องรักษาและพึงถือปฏิบัติ

ชื่อว่า วัตรอันน่าเลื่อมใส

ตรงนี้พระย่อมเกิดขึ้นในใจของเราได้

โดยไม่ต้องบวชเป็นพระ แต่พระเกิดขึ้นในใจ

ต่อมาเมื่อใจนุ่มนวลต่อการงาน

การงานที่เรากระทำ คือ งานดูใจ

เปรียบเหมือนเอาแว่นส่องธรรมส่องใจ

ดูว่าใจเรามันเป็นอย่างไร

พอใจนุ่มนวลควรแก่การงาน

ใจก็ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ

อารมณ์ที่มากระทบกับอายตนะ คือ

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตรงนี้เรียกว่า

การพิจารณาดูสภาวธรรม

ที่เกิดขึ้นที่เรียกว่า กายประพฤติ

 

 

พระครูปลัดวีระนนท์ วีระนันโท