วันนี้เป็นวันหยุด(อาทิตย์)ที่ 2 ตุลาคม พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์วันทำงาน แต่ในทางประเพณีไทยๆเราจะเป็นวันสารทไทย ซึ่งชาวบ้านจะไปทำบุญที่วัดพร้อมด้วยข้าวเม่าหรือกระยาสารทไปถวายพระ ปกติแล้ววันเสาร์อาทิตย์ผมมักจะพาลูกๆไปไหว้พระที่วัดพระบรมธาตุบ้านตาก เพื่อฝึกให้ลูกๆใกล้ชิดกับวัดตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่ไปวัดนี้สิ่งที่ผมจะต้องสะดุดตา(สะดุดใจ)ก็คือจะมีอาคารหลังเล็กๆที่ใกล้จะพังหลังหนึ่งตรงด้านหน้าก่อนถึงวิหารพระซึ่งได้รับทราบจากรุ่นพี่คนหนึ่งที่สุโขทัย(ซึ่งเป็นนักโบราณคดี)บอกว่าสิ่งนี้คือเวจกุฎีหรือส้วมพระในสมัยโบราณที่มีเหลืออยู่แห่งเดียวในประเทศ ให้ผมช่วยดูแลด้วยอย่าให้ใครรื้อไป ผมก็คิดในใจผมจะไปเอาอำนาจอะไรมาห้ามใครได้ แต่แปลกทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุหรือสำนักงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมไม่มาดูแลบูรณะให้เป็นเรื่องเป็นราว วัดพระบรมธาตุบ้านตากเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศได้มาสักการะนมัสการพระบรมธาตุที่บรรจุกระดูกหน้าผากและเส้นผม 4 เส้นของพระพุทธเจ้าโดยสร้างจำลองแบบจากเจดีย์ชเวดากองของประเทศพม่า ในทางคติทางเหนือเชื่อว่าเป็นพระธาตุปีเกิดของคนปีมะเมีย(หากผิดพลาดทักท้วงด้วยนะครับ) หากไม่สามารถไปไหว้ที่ชเวดากองก็มาไหว้ที่บ้านตากแทนได้ และในวิหารยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพเชื่อถือศรัทธามากราบไหว้ขอพรกันมากคือหลวงพ่อทันใจ ที่เชื่อกันว่าขออะไรที่ถูกทำนองคลองธรรมแล้วจะได้ดั่งใจนึก เคยมีคนจากชลบุรีมาไหว้และกลับไปชีวิตก็รุ่งเรืองหลายปีมาแล้วที่ทุกปีจะมีผ้าป่าสามัคคีจากชลบุรีมาที่วัดพระบรมธาตุเป็นประจำทุกปี เมื่อมองในมิติของความเชื่อศรัทธาก็เป็นทำนองนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากกระตุ้นให้มองอีกอย่างคือความลุ่มลึกทางปัญญา ความสวยงามของหน้าบันวิหารที่เป็นลายโบราณสวยงามหรือฝ้าเพดานที่เป็นรูปวาดกว่า100 ปี รวมทั้งเวจกุฎีที่กำลังถูกทอดทิ้งนี่อีก และเชื่อว่าวัดพระบรมธาตุยัง(ซ่อน)สิ่งดีงามทางประเพณีวัฒนธรรมไว้อีก  
                นอกจากนี้อำเภอบ้านตากเองถือว่าเป็นเมืองตากเก่าที่มีอารยธรรมยาวนานกว่า 2,500 ปีที่เป็นเมืองมอญเก่า(พอเป็นเมืองมอญเก่า อาจทำให้เราไม่พยายามที่จะขุดค้นความดีงามในอดีตเพราะคนไทยถูกสอนให้คลั่งความเป็นไทย จนบิดเบือนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆในดินแดนไทย) ในสมัยพระมหาธรรมราชา(พระบิดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)จึงได้มีการย้ายเมืองไปอยู่ที่เมืองตากปัจจุบัน ที่ใกล้ๆวัดพระบรมธาตุจะมีเจดีย์ยุทธหัตถีของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่ชนช้างชนะขุนสามชน เจ้าเมืองสอด(ซึ่งก็ไม่ใช่แม่สอด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแถวแม่ระมาดท่าสองยางมากกว่า) ในบริเวณเหล่านี้จะถือเป็นตัวเมืองตากเก่า ปัจจุบันมาร่องรอยแนวคูคันเมืองไม่ได้แล้ว มีธรรมสถานโองโมงที่ไว้สำหรับการนั่งปริวาสกรรมของพระ มีรอยพระพุทธบาทอยู่ 2 รอย(เชื่อว่าเป็นรอยเท้าซ้ายขวาของพระพุทธเจ้า)อยู่ที่วัดพระพุทธบาทดอยงู(อยู่ตรงข้างเยื้องไปทางเหนือของโรงพยาบาลบ้านตาก พระที่ดูแลชื่อหลวงตาสิงโต ใครที่อยากทำ 5 ส แบบถึงแก่นลองไปดูที่วัดนี้ได้)และวัดพระพุทธบาทดอยโล้นซึ่งจะขึ้นไปยากกว่าเพราะต้องเดินเท้าขึ้นเขาไป ในบริเวณเทือกเขาในเขตบ้านตากก็ถือว่าเป็นเส้นทางเดินทัพสมัยโบราณเพราะเคยขุดพบเครื่องใช้สมัยก่อนฝังอยู่บนภูเขา นอกจากโบราณสถานดังกล่าวแล้วในเขตอำเภอบ้านตากยังได้มีการขุดพบฟอสซิลไม้กลายเป็นหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีอายุกว่า 5 แสนปี ยาวถึง 72 เมตรในสภาพที่สมบูรณ์และในบริเวณกว่า 35 ตารางกิโลเมตรของวนอุทยานเขาพระบาทนี้มีไม้กลายเป็นหินอยู่จำนวนมาก สามารถทำเป็นเส้นทางทัศนศึกษาได้ ถ้าอยากเข้าไปชมหาไม่ยากทางเข้าลึกไปจากถนนเอเชียกรุงเทพฯ-เชียงใหม่แค่ 2.5 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าโรงพยาบาลบ้านตากเลย หาง่ายมาก อีกอย่างที่หลายคนอาจไม่ทราบคือแหล่งหินแกรนิตที่ใหญ่ที่สุด ถูกที่สุดในประเทศไทยก็อยู่ที่อำเภอบ้านตากนี่แหละ แหล่งครกหินอ่างศิลาก็มาจากบ้านตากนี่เอง ผลจากการมีหินแกรนิตอยู่ใต้ดินทำให้อำเภอบ้านตากมีอากาศร้อนถึงร้อนที่สุด มีแม่น้ำผ่าน 2 สายคือแม่น้ำปิงในส่วนที่อยู่ใต้เขื่อนภูมิพลและแม่น้ำวังมารวมกันกลายเป็นน้ำปิง และตัวปัญหาที่ทำให้น้ำท่วมบ้านตากก็คือน้ำจากแม่วังเพราะมารวมกันหลังจากสร้างเขื่อนแล้ว เขื่อนจึงไม่ได้ช่วยป้องกันน้ำท่วม
                ทางโรงพยาบาลบ้านตากได้ร่วมกับเทศบาลจัดกิจกรรมมหกรรมอาหารสะอาดอาหารปลอดภัยบ้านตากโดยพยายามกระตุ้นให้เกิดการรื้อฟื้นความรุ่งเรืองในอดีตทั้งด้านอาหารและความเป็นอยู่ในกิจกรรมวันวานลานนาแลรามัญ  มีการประกวดแกงมะแฮ้(มะแฮะ)ซึ่งเป็นแกงที่มีเฉพาะจังหวัดตากทุกปี ได้พยายามประสานกับกลุ่มโรงเรียนเพื่อจะจัดทำโครงการยุวมัคคุเทศก์ให้เด็กนักเรียนมาเป็นไกด์นำเที่ยวบ้านตาก เสนอไอเดียกับทางพัฒนาชุมชนเพื่อจัดทำเส้นทางทัวร์สุขภาพทัวร์วิถีชีวิต รวมทั้งได้เสนอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จัดทำศูนย์โอท็อปและกาดมั่วที่ด้านตรงข้ามโรงพยาบาลบ้านตากบริเวณทางเข้าไม้กลายเป็นหิน เพื่อส่งเสริมอาชีพประชาชนให้อยู่ถิ่นฐานและในอนาคตโรงพยาบาลบ้านตากอาจจัดตั้งสปาสำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาจังหวัดตากโดยให้ชุมชนเข้ามาเป็นผู้ให้บริการ โดยในเบื้องต้นได้เริ่มจัดตั้งเครือข่ายผู้ปลูกสมุนไพร เครือข่ายหมอนวด ชมรมหมอพื้นบ้าน มีการพัฒนาการผลิตสมุนไพรในโรงพยาบาลที่ผลิตได้ประมาณ 30 กว่าชนิดและประสานทางกลุ่มแม่บ้านให้นำสมุนไพรที่ผลิตได้ไปจำหน่ายและจัดทำเป็นชุดของขวัญหรือชุดทำบุญไหว้พระโดยใช้เครื่องจักสานใบลาน(มีมากในบ้านตากอยู่แล้ว)เป็นภาชนะบรรจุ หากสิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น บางทีคนบ้านตากอาจจะไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็เป็นได้