“ฉันเป็นฉันเอง”
ฉันเป็นเท่าที่เห็น มิได้เป็นมากกว่านี้
ฉันมีเท่าที่มี เพียงแค่นี้ทั้งกายใจ
มิเคยคิดเสแสร้ง แกล้งหลอกเธอหรือหลอกใคร
ฉันเป็นเท่าที่ใจ จะเป็นได้และอยากเป็น
มิเคยจะคิดฝัน เปลี่ยนตัวฉันเธอก็เห็น
ฉันเป็นเท่าที่เป็น เช่นวันนี้ เช่นวันวาน
นึกอยากทำสิ่งใด ก็ทำได้และทำผ่าน
เป็นฉันมาเนิ่นนาน ใช่เมื่อวาน ที่ฉันเป็น
พูดจริงคือพูดจริง ทุกทุกสิ่ง เธอรู้เห็น
แล้วก็ไม่จำเป็น ไม่เห็นต้องเลียนแบบใคร
ตัวฉันก็ตัวฉัน เป็นเช่นนั้นมาแต่ไหน
ฉันเป็นเท่าที่ใจ จะเป็นได้และอยากเป็น
<p></p>
เมื่อยี่สิบปีก่อน ผมอยู่ประมาณชั้น ม.5 ได้อ่านหนังสือขวัญเรือน และได้พบกับคำประพันธ์บทหนึ่ง ซึ่งมีความหมายถูกใจผมมาก ความหมายที่ถูกใจนั้นทำให้ผมจดไว้ในใจอย่างไม่ลืมมาจนถึงทุกวันนี้ ผมเองจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนประพันธ์ขึ้น ก็ขอชื่นชมและนำมาเผยแพร่ต่อด้วยนะครับ คำประพันธ์นี้ชื่อว่า
เป็นบทกวีที่ไพเราะ น่าฟังมาก ชอบมากค่ะ ขออนุญาตครีเอทต่อนะคะ
การเป็นเช่นที่เป็น เช่นที่เห็นก็ดีอยู่
แต่การผสานสิ่งเรียนรู้ ที่เป็นครูคู่ควรคิด
ต่อเติมแต่งแต้มจิต พัฒนาชีวิตคิดสรรค์สร้าง
ประสบการณ์ชี้นำทาง เปลี่ยนเป็นอย่างงดงามขึ้นก็น่าลอง