ผมจำได้ว่า โพสต์แรกของผมใน โกทูโงว  นั้นคือเรื่องวิจารณ์  “เศรษฐกิจฐานความรู้”

 

เกือบหนึ่งปีผ่านมาทำให้ผมเชื่อมโยงได้ว่า “การจัดการความรู้”  ก็คงคือผลพวงแห่งวาทกรรม “เศรษฐกิจฐานความรู้” นั่นแล ...ซึ่งเป็นผลพวงอีกต่อของเศรษฐกิจทุนนิยมนั่นเอง ...ซึ่งเป็นผลพวงอีกต่อของความโลภ ...ซึ่งเป็นผลพวงของความหลง...ซึ่งมีรากมาจาก “การจัดการความรู้” ที่ผิด

 

 

การจัดการความรู้แบบ “กรอง” เอากากออก เพื่อเค้นหายอดปิรามิดนี้  มันเลวร้ายที่สุด และโง่ที่สุดด้วย เพราะมันขาดการ “ป้อนกลับ” โดยเฉพาะการป้อนกลับแบบหลากหลายจุด...

 

ถ้าจะให้ดจร.ปั้นวลีอังกิดเอาไปต่อท้ายให้ดูน่าเชื่อถือ ก็คงว่า..multi-point feedback system...ที่ซึ่งมีทั้งแบบ point แบบ differentiate และ แบบ integrate ...วาว...ว่าเข้านั่น (ลอกระบบ control แบบป้อนกลับของวิศวะฝรั่งมานะเนี่ย น่าเชื่อมากเลย..เอ้า..กราบ)

 

พอรากมันไม่ป้อน เพราะมันเบื่อการกรอง มันก็ถอนตัวออก มันก็ทำการปฏิวัติด้วยกำลังกาย แม้กำลังสมอง (ความรู้) มันจะด้อยกว่าปานใดก็ตามที ...ถามว่าถ้าไม่มีรากที่โง่ (ไม่มีความรู้ หรือรู้แต่ไม่เท่าทันยอด) ทำหน้าที่ยึดโยงที่ฐาน  แล้วยอดมันจะอยู่ได้หรือ

 

เหมือนดังที่พวกทาสนครวัด ทำกับพวก “วรมัน” เมื่อ คศ. 1335  จน “เสียมเรียบ” จนต้องหนีร่นมาสร้างกรุงศรีอโยธยา (มีความรู้พวกนี้กันบ้างไหม)

 

เหมือนดังพวกเสื้อแดงอีสาน ทำกับพวก ราชประสงค์ เมื่อพศ. ๒๕๕๓ จน “เผาเรียบ”

 

...ความรู้ที่กรองผิด เลวกว่าความไม่รู้

 

...คนถางทาง (๖ เมษายน ๒๕๕๕)