เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะครูจากโรงเรียนเพลินพัฒนา มีโอกาสได้ไปกราบขอพรจากท่านอาจารย์เกษม วัฒนชัย เนื่องในวันปีใหม่ของไทย ที่ทำเนียบองคมนตรี

 

ท่านชวนตั้งประเด็นว่า การใช้ Digital Technology ทำให้คนยุคนี้มีความเป็นส่วนตัวสูง เด็กสมัยนี้จึงเชื่อในโลกเสมือนจริง มากว่าที่จะเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์

 

การสอบ PISA ปี ๒๐๐๙ ซึ่งก็คือ O-Net ของโลกครั้งที่ผ่านมา จีนอยู่ในลำดับที่ ๑ สหรัฐอเมริกาตกลงไปอยู่ในอันดับที่ ๑๔ ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ ๔๐ กว่า แต่คนไทยไม่มีใครอาย ที่ไหนไม่มีหิริโอตัปปะที่นั่นก็แย่ 

 

ผลร้ายของเทคโนโลยี

 

ในขณะที่อเมริกาเริ่มสนใจว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้การศึกษาตกต่ำลง  นิตยสาร Newsweek ลงบทความเรื่อง “Texing make us stupid” ที่ประมวลมาจากคำถามที่ไปถามเด็กอายุระหว่าง ๑๔ – ๑๗ ปีว่า

-          แต่ละวันทำอะไรบ้าง

-          เดือนที่แล้วอ่านหนังสือกี่เล่ม

 

คำตอบที่ได้คือ ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้พูดกับใคร  แต่รับข้อความที่ส่งมาวันละประมาณ ๓,๐๐๐ ข้อความ  ตอบกลับวันละ ๒,๖๐๐ ข้อความ  และ ไม่ได้อ่านหนังสือเลย

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านเล่าให้ฟังมาจากประสบการณ์ชีวิตของเพื่อน ที่เป็นอดีตประธานบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง

 

ปัจจุบันนี้ลูกสาว ลูกชาย และลูกสะใภ้ นั่งกันอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หลานไม่มีพ่อแม่ดูแล ถูกทิ้งให้อยู่กับพี่เลี้ยง  ห้องนอนของพ่อสกปรกเหมือนรังหนู เสื้อผ้าขาดเก่า ก็ไม่มีลูกมาดูแล พ่อจะมีอาหารทานหรือไม่ก็ไม่มีลูกคนไหนสนใจ แม้แต่ลูกที่ยังเล็กก็ไม่มีใครสนใจ 

 

เมื่อทนอยู่ในสภาพนั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพื่อนอาจารย์จึงย้ายออกไปอยู่คนเดียวที่คอนโด เพราะเห็นแล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ตัวเองจะอยู่ในบ้านหลังนั้นต่อไป หลานมีปู่แต่ก็เหมือนไม่มีปู่  มีพ่อแม่แต่ก็เหมือนไม่มีพ่อแม่

 

คุณปู่อีกท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้หลานไม่พูดด้วย บอกว่าปู่พูดไม่รู้เรื่อง

 

ทุกวันนี้วิถีชีวิตที่เน้นเรื่องความเป็นครอบครัวหายไป สังคมไทยเป็นครอบครัวขยายที่เน้นการรวมตัวมากกว่าการแยกเดี่ยวของปัจเจก เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้คนละทิ้งจากญาติมิตร ตัดขาดจากเครือเถาของครอบครัวไปโดยไม่รู้ตัว

 


การรังแกกันในชั้นเรียน

 

 

ปัญหาเรื่องเด็กรังแกกันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่รุนแรงขึ้นทุกวัน หลานสาวของอาจารย์ที่เคยเป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส ต้องย้ายออกจากโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพราะโดนเพื่อนรังแก

 

CNN ทำสารคดีชุดหนึ่งออกมา เพื่อสะท้อนให้สังคมเห็นว่ามีเด็กที่ฆ่าตัวตายเพราะโดนเพื่อนแกล้งมากมาย  เด็กที่แกล้งเพื่อนมักเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นมาในสังคมที่มีความรุนแรง ส่วนเด็กที่ยอมแพ้ ต้องลาโลกไปก็เพราะขาดทักษะชีวิต และขาดจากความอบอุ่นของครอบครัว จิตใจจึงไม่มีหลักยึด

 

ชีวิตที่ไม่มีเครือเถาของญาติก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกตัดราก และเป็นชีวิตที่แห้งแล้ง บ้านเดิมของอาจารย์อยู่ที่พิจิตร คุณน้ากับคุณแม่จะผลัดกันไปมาหาสู่ ทำให้อาจารย์สนิทกับลูกของคุณน้ามาจนถึงทุกวันนี้

 


ระบบการศึกษาควรเป็นไปเพื่ออะไร

 

การเรียนรู้แบบไหนที่จะช่วยให้เด็กได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ ดึงเด็กออกจากห้องสี่เหลี่ยม และจอสี่เหลี่ยมของคอมพิวเตอร์ เพื่อออกไปสู่ชีวิตจริงมากขึ้น เพราะประสบการณ์จะช่วยให้คนแกร่ง

 

ไม่นานมานี้อาจารย์ไปเที่ยวที่ตลาดน้ำกับภรรยา ได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า "พ่อนี่อะไร" เสียงพ่อตอบว่า "หัวเผือกไงลูก" 

 

คำถามสุดท้ายที่อาจารย์ฝากไว้ให้คิด คือ ระบบการศึกษาควรเป็นไปเพื่ออะไร  การศึกษาต้องเป็นระบบที่ไม่ทำให้คนหลุดจากรากเหง้า และเป็นไปเพื่อการสร้างคนดี คนเก่ง ที่มีความผูกพันกับบ้านเมือง  การศึกษาจึงเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการปลูกฝังอนาคตของชาติในวันข้างหน้า

 

เมื่อกราบลาอาจารย์ ท่านยังได้ย้ำอีกครั้งว่า “การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของประเทศ แต่ขณะนี้จะหาที่พึ่งที่ชัดเจนก็ไม่มี ขอให้พวกเราตั้งใจทำงานด้วยความเข้มแข็ง และขอฝากบ้านเมืองไว้กับพวกเราด้วยนะ”