คปสอ.สูงเนิน เริ่มโครงการ..

"ตรวจจอประสาทตา ตรวจช่องปากและฟัน เพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน"


ตั้งแต่วันที่ ๒-๑๒ เม.ย.๕๕ หยุดวันนขัตฤกษ์ ปีนี้มีการแบ่งโซน (Node) รับผิดชอบ.. อ.สูงเนินอยู่โซนเดียวกับรพ.ปากช่องแต่บังเอิญเครื่องตรวจตาของรพ.ปากช่องเสีย.. ทำให้เราต้องไปยืมเครื่องตรวจของ Node รพ.โนนไทยๆได้ส่งน้องตึ๋ง'สมเกียรติ ซึ่งเป็นช่างเทคนิคมาพร้อมเครื่องช่วยแปรผลการตรวจ ร่วมกับน้องจุ่น'กรรชัย จากรพ.ปากช่องซึ่งเดินทางไป-กลับทุกวัน เพราะต้องกลับไปช่วยภรรยาเลี้ยงบุตรชายที่เพิ่งคลอดได้ ๑ เดือน.. น่ารักจริงๆ (ปี ๒๕๕๔ รพ.มหาราชนครราชสีมา ออกหน่วยช่วยตรวจส่งจนท.เทคนิคมาตรวจตา และแปรผลการตรวจให้เรา)



เราลดขั้นตอนไม่ตรวจเท้าคัดกรองปลายประสาท (เพราะเราทะยอยตรวจเท้าไปเรื่อยๆในวันที่ผู้ป่วยมารับบริการ) ส่งผลให้ไม่ยุ่งมาก เป็นไปตามขั้นตอนที่เราวางแผนไว้

รพ.สต.ทุกแห่ง ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี ส่งจนท.มาช่วยอำนวยความสะดวกทุกวัน (เช้า-บ่าย) จัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยในเขตความรับผิดชอบของตนเอง ส่งจิตอาสามาช่วยดูแลผู้ป่วย ต้องขอขอบคุณแทนผู้ป่วยทุกท่านด้วยค่ะ

อ้อ.. ลืมบอก เรามีค่าเหมารถรับ-ส่งผู้ป่วย ๑,๕๐๐ บาท/๑ พื้นที่ด้วยค่ะ (มีผู้ป่วยเบาหวานมาบ่นให้ฟังว่า.. ยังไม่ได้เงินมาตรวจตา.. กลายเป็นว่าเป็นค่าจ้างมาตรวจตาซะงั้น)

เวลา ๑๑.๐๐ น. (คิวตรวจเช้า ยังไม่ทันส่งกล้องตรวจเสร็จ เหลืออีก ๓๐ กว่าคน) ผู้ป่วยที่ได้รับคิวตรวจช่วงบ่าย เริ่มทะยอยมายื่นรับบัตรคิว.. โอ้โห.. ช่วงนี้วุ่นวายมาก.. เพราะพื้นที่ทำงานแคบ เราต้องแยกกลุ่มบ่ายออกจากเช้า.. แต่ทุกคนให้ความร่วมมือ ไม่คุยกันเสียงดัง ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดี (แต่บางคนยังไม่ทานอาหารกลางวัน เราจึงแจ้งให้ไปทานก่อนมานั่งรอตรวจ)

ในวันแรกเราทานข้าวเที่ยงช้ากว่าปกติ.. เพราะกว่าจะตั้งกล้องดิจิตอลตรวจตาเสร็จ ก็ปาเข้าไปเกือบเก้าโมงเช้า จึงต้องสลับกันไปทานข้าวทีละกลุ่ม แล้วมาเริ่มงานต่อเลย ไม่หยุดพัก (ยกเว้น kunrapee ขอพักนิดนึง เพราะต้องไป Clear งานที่ห้องผ่าตัด) ส่วนวันอื่นๆ วันไหนเสร็จเร็วเราก็ได้ทานอาหารกลางวันเร็ว มีเวลานั่งพัก Clear งานเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้น.. บางวันเสร็จช้าก็เหนื่อยไปตามๆกันทั้งผู้ป่วยและจนท.

 

จนท.รพ.สต.ช่วยดูแลผู้ป่วยขณะส่องกล้อง

ขั้นตอนกิจกรรมของเรา

- ผู้ป่วยยื่นใบนัด แจกบัตรคิวหนีบติดที่ปกเสื้อของผู้ป่วย

- พนักงานผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย (นาง'เยาวรัตน์) ช่วยกันออกใบสั่งยา (ทีมงานบางส่วนเริ่มงานตั้งแต่ก่อน ๗ โมงเช้า)

- พยาบาลวิชาชีพ (kunrapee) ช่วย key CC: ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน DM, HT (ตรวจตา ตรวจช่องปาก-ฟัน) key คำแนะนำ: อาจแสบตาขณะหยอดยา หลังหยอดตาจะมัวมองไม่ชัด 4-5 ชม.แล้วอาการจะดีขึ้น

- น้องนุช'เพ็ญศิริ สั่ง print ใบสั่งยา

- พนักงานผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยและจิตอาสา เขียนชื่อผู้ป่วยในบัตรสำหรับตรวจฟันและติดแนบไว้กับใบสั่งยา

- ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว ผลของการหยอดยาขยายรูม่านตา และขั้นตอนการตรวจตา โดยพี่ตุ้ม'รุ่งนภา พยาบาลจิตเวชของรพ.เรา.. หลังหยอดยาบางคนอาจรู้สึกแสบตาต่อมาจะดีขึ้น, เมื่อรูม่านตาขยายเต็มที่สามารถส่องกล้องได้, เมื่อเจอแสงแดดมากๆจะรู้สึดตามัวมองไม่ชัด ประมาณ ๔-๕ ชม.แล้วอาการตามัวจะหายไปเอง ฉะนั้นหลังตรวจห้ามขับรถ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้, ผู้ป่วยหลังลอกต้อกระจก ภายใน ๑ เดือนไม่ต้องหยอดยา ก่อนส่องกล้อง, ผู้ป่วยที่เป็นต้อหินห้ามหยอดยาเด็ดขาด เพราะอาการจะแย่ลง

- ส่งผู้ป่วยตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน โดยทันตแพทย์ ซึ่งหมุนเวียนกันมาช่วยตรวจ (บางวัน.. ต้องสับเปลี่ยนกิจกรรมเล็กน้อย เพราะหมอฟันยังไม่พร้อมเริ่มงานตัั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. เราจึงเริ่มด้วยหยอดตา ส่องกล้องก่อนตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน)

- หยอดยาขยายรูม่านตา Mydriasil โดยพี่ตุ้มและทีมงานที่เริ่มว่าง

- เมื่อรูม่านตาขยายเต็มที่ ๔-๕ mm. (จึงจะสามารถส่องกล้องได้) ส่งเข้าห้องตรวจจอประสาทตา แจ้งผลให้ผู้ป่วยรับทราบและกลับบ้านได้ จุดนี้ดูแลความเรียบร้อยโดย ต่าย'เดือนเพ็ญ (สาวคนนี้เป็นคน run งาน.. ขาดไม่ได้ทีเดียว)

- จนท.รพ.สต.ช่วยดูแลผู้ป่วยขณะเข้าส่องกล้องตรวจ

- พี่เพ็ญ'เพ็ญปภา (หัวหน้างาน NCD นั่งอยู่ในห้องตรวจตากับสองหนุ่ม) ลงผลตรวจตาในใบสั่งยา NDR, Mild -moderate-severe NPDR, PDR รวมทั้งการตรวจพบ Cataract ด้วย
- พยาบาลวิชาชีพ ช่วย key ผลการตรวจตาใน Computer (ระบบ HosXp)

- พนักงานผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย ส่งใบสั่งยาให้การเงินออก Invoid เป็นอันเสร็จขั้นตอนการตรวจ (กรณีผู้ป่วยที่ต้องชำระเงินเอง, เบิกต้นสังกัดไม่เบิกจ่ายตรง, ประกันสังคมนอกเขตพื้นที่ เราต้องเซ็นฟรีค่าตรวจตาก่อนส่งการเงินเพราะเราเหมาเบิกจ่ายในโครงการ)


เหมากันมาเต็มร.. หมู่บ้านสุดท้ายของเรา

หลายคนที่ตรวจพบต้อกระจก ต้องเขียนใบส่งตัวให้ไปตรวจต่อที่รพ.มหาราช นม.

บางคนตรวจพบ Moderate-severe PDR ต้องส่งตรวจรักษาที่รพ.มหาราช นม. (เขียนใบส่งตัวให้ผู้ป่วยไปตรวจเพิ่มภายใน ๑ สัปดาห์)

บางคนไม่สามารถส่องกล้องตรวจได้ (Can not grade)

บางคนตรวจพบปัญหาที่จุดรับภาพ (Macula=ซึ่งเป็นบริเวณเล็กๆ ที่สำคัญมากใน การมองตรงกลาง)

บางคนต้องรับยาแก้อักเสบเพราะตรวจพบปัญหาในช่องปากและฟัน

ปีนี้การตรวจค่อนข้างจะราบรื่นกว่าปีที่แล้ว

เพราะ

- มีการเตรียมพร้อมของสถานที่, บุคลากร, อุปกรณ์, อาหารกลางวันและเบรค -

- นัดผู้ป่วย ๑๔๐ คนในแต่ละช่วง (ปี ๒๕๕๔ นัด ๒๐๐ คน) เพราะได้คิววันตรวจเพิ่มขึ้น -

- มีจนท.รพ.สต.ทุกแห่ง + จิตอาสา มาช่วยดูแลความเรียบร้อยทุกวัน -

- ลดบางขั้นตอนลง (ไม่ตรวจเท้า) -

- ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย -

- มีการประสานงาน สอบถามข้อสงสัยตลอดเวลา -

- เรานำปัญหาที่พบในรอบปีที่แล้ว.. มาพัฒนาปรับปรุงแก้ไข -

แต่ใช่ว่าจะไม่พบปัญหานะคะ ปัญหามีไว้แก้.. ค่ะ

ส่วนใหญ่ก็เรื่อง การประสานงานนี่แหละ

แต่ยังไงก็ขอให้คนไข้มาตรวจกันเยอะๆ ขอให้ยอดตรวจ >80% สาธุ

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีค่ะ


ตามัวเนื่องจากมีจอประสาทตาผิดปกติ

ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน จอประสาทตาจะมีการเปลี่ยนแปลง ระยะแรกหลอดเลือดฝอยที่จอประสาทตามีการโป่งพอง และอาจแตกเห็นเป็นจุดเลือดออกเล็กๆ อาจพบไขมันออกมาจากผนังหลอดเลือดเหล่านี้เห็นเป็นก้อนสีเหลือง ไขมันที่รวมตัวใกล้จุดรับภาพที่จอประสาทตาร่วมกับจอประสาทตาบวม ทำให้ตามัวมองภาพไม่ชัด ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานานเป็นสิบๆปี จอประสาทตาส่วนที่ขาดเลือดจะถูกกระตุ้นให้เกิดหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ หลอดเลือดเหล่านี้มีผนังเปราะแตกง่าย ทำให้มีเลือดออกภายในลูกตา ผู้ป่วยจะตามัวลงทันที นอกจากนี้อาจเกิดเนื้อเยื่อคล้ายพังพืดงอกตามหลอดเลือดและดึงรั้ง ทำให้จอประสาทตาลอกและตาบอดได้

ผลการส่องกล้องตรวจจอประสาทตา

ระยะอันตรายน้อย (Mild Proliferative Diabetic Retinopahy=Mild PDR)

ระยะอันตรายปานกลาง (Moderate Proliferative Diabetic Ratinopathy=Moderate PDR)

ระยะอันตรายมาก (Severe Proliferative Diabeitc Retinopathy=Severe PDR)

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Proliferative Diabetic Retinophathy=PDR)

การรักษาจอประสาทตาโดยแสงเลเซอร์

แสงเลเซอร์เป็นแสงที่มีความยาวของคลื่นแสงขนาดเดียวกัน สามารถปรับให้ลำแสงมีขนาดเล็กลงมาก แสงนี้สามารถผ่านตาดำ เลนส์ตา เข้าสู่จอประสาทตา เมื่อกระทบจอประสาทตา แสงจะเปลี่ยนจากพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน ผู้ป่วยเบาหวานที่มีจอประสาทตาผิดปกติ มีหลอดเลือดโป่งพองจำนวนมาก และมีเลือดออกในจอประสาทตา การใช้แสงเลเซอร์จี้ที่ประสาทตา จะทำให้ส่วนของประสาทตาที่ขาดเลือด ต้องการออกซิเจนลดลง เป็นการป้องกันมิให้เกิดหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ นอกจากนี้การจี้เลเซอร์ ยังทำให้หลอดเลือดผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วฝ่อลงไปได้

ทีมงานที่มาช่วย.. จนท.รพ. / จนท.รพ.สต. / อสม.จิตอาสา

บ่ายวันสุดท้าย.. พวกเราจนท.ขอตรวจตาตัวเองบ้าง

ไม่เป็นเบาหวาน.. แต่ก็อยากรู้ว่าตาเราเป็นไง ชำรุดไปขนาดไหนแล้ว