เอเอฟเอสประเทศไทยสนับสนุนการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน ปรับลดเงินสมทบทุนเข้าร่วมโครงการระยะเวลา 1 ปีในแถบประเทศอาเซียน

การประชุมอาสาสมัครเอเอฟเอสภาคใต้จัดขึ้นเป็นภาคแรก  เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม และ  1 เมษายน  2555  ณ โรงแรมธรรมรินทร์ธนา  จังหวัดตรัง  มีผู้เข้าร่วมประชุม รวม 178 ท่าน  แยกจำนวนตามสถานภาพและบทบาทของงานที่เกี่ยวข้องดังนี้






ประธานเอเอฟเอสเขต  15  ท่าน
ผู้ประสานงานเอเอฟเอสเขต 15 ท่าน
ผู้ช่วยผู้ประสานงานและอาสาสมัคร 120 ท่าน
ประธาน ศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์  2 ท่าน
ผู้ประสานงานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์  2 ท่าน
ผู้ช่วยผู้ประสานงานและอาสาสมัครศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์  24  ท่าน







หลังพิธีเปิด มีการแนะนำเอเอฟเอสเขตตรัง และกิจกรรมเสวนาเรื่องบทบาทของประธานเอเอฟเอสเขต/ศูนย์เอเอฟเอสเขตฝ่ายอุปภัมถ์/ ยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จ ดำเนินการโดยอาจารย์อัชนี  บุญไชย
    
ผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้ประกอบด้วย
     
ดร.พิมพ์มาส  รังสรรค์สฤษดิ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ประธานเอเอฟเอสเขตสงขลา  
    
ว่าที่ร้อยตรี ทวีศักดิ์  ยศถา  ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี  ประธานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์  โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
 

อาจารย์กานต์ชนกชนม์  สุนทร   โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จังหวัดกระบี่    ผู้ประสานงานเอเอฟเอสเขตกระบี่
   

 
ดร.พิมพ์มาส  รังสรรค์สฤษดิ์  ได้ให้ความเห็นโดยสรุปความสำคัญได้ดังนี้คือ  โรงเรียนให้การสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาครูผู้สอน  มีสิ่งใดที่จะช่วยเหลือได้ก็จะทำ เช่น  โรงเรียนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาดูงานต่างประเทศให้ครึ่งหนึ่ง  มีการสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสที่สอบได้ทุนไปต่างประเทศ   เด็กที่เก่งอยู่แล้ว เมื่อไปต่อยอด  ยิ่งเก่งและเป็นประโยชน์มาก   เมื่อเด็กกลับมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาก   เด็กเอเอฟเอสเนำเสนองานเก่งมาก 
สำหรับโครงการเอเอฟเอสที่ยืนหยัดอยู่ได้   เพราะมีกระบวนการคัดเลือกที่เชื่อถือได้ 
สำหรับข้อที่ควรพิจารณา :  โรงเรียนห่างไกลอาจจะสอบสู้เด็กๆ ในเมืองไม่ได้  ควรพิจารณาจัดสรร   
ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม  2558  จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน  ทำอย่างไรจะให้ประเทศไทยเป็น Leader ในกลุ่ม
      
ว่าที่ร้อยตรี ทวีศักดิ์  ยศถา แสดงความคิดเห็นสรุปได้ว่า  การทำงานด้าน Hosting ถือว่าเป็นงานหนักมาก  ต้องดูแลตลอดทั้งปี  แม้จะถือว่าระบบดีอยู่แล้ว  แต่ยังมีจุดที่ต้องพัฒนา การที่เอเอฟเอสจัดให้มีการเสวนาตามภาคต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี  
       
ขอเสนอว่า  หากเอเอฟเอสจะสนับสนุนรถตู้ให้เขตละคัน จัดเสวนาสามเดือนครั้งก็จะเป็นประโยชน์ 
        
น่ามีการสนับสนุน ส่งให้อาสาสมัครได้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศอย่างทั่วถึง  จะได้เข้าใจ  ถึงจิต-ถึงใจ    แต่อาจถ่ายทอดได้ไม่หมด  จึงอยากให้พาเด็กไปด้วย ให้เข้าถึงเด็ก ๆ โดยตรง 
        
ควรมีการจัดแสดงผลงาน (Outcome) ซึ่งเป็น Best Practice
ของระดับภาค  โดยจัดรวมกันในระดับประเทศ       

อาจารย์กานต์ชนกชนม์  สุนทร ได้แสดงความคิดเห็นสรุปโดยรวมว่า   นายพัชรินทร์  ปลอดฤทธิ์  ผู้บริหารโรงเรียนมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล สนับสนุนให้ครู-อาจารย์ไปต่างประเทศ เพื่อพัฒนาตนเอง และนำความรู้มาพัฒนาให้กับเยาวชนต่อไป  เกิดผลดีต่อเด็กๆ และโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ และทางกระบี่ขอรับอาสาเป็นเจ้าภาพในการจัดงานสังสรรค์ reunion เด็กๆ และขอบคุณเอเอฟเอสที่ส่งเด็กแลกเปลี่ยนมาให้ 


อาจารย์อัชนี บุญไชย เสริมช่วงท้าย ในเรื่องการจัดกิจกรรมคืนกำไรสู่สังคม  มีทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรม  เช่นค่ายภาษาอังกฤษ  ค่ายวัฒนธรรม รวมทั้งค่ายเอเอฟเอสฯ

คุณอภิธัย  บุรณศิริ  ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ : กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมเสวนาและผู้ดำเนินรายการ พร้อมทั้งให้ความเห็นในเรื่องต่างๆ เช่น เอเอฟเอสประเทศไทยสนับสนุนการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน  ปรับลดเงินสมทบทุนเข้าร่วมโครงการระยะเวลา 1 ปีในแถบประเทศอาเซียน  เพียงแค่หนึ่งแสนแปดหมื่นบาท  และยินดีสนับสนุนกิจกรรม Reunion หากทางกระบี่จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรวม  ทั้งศูนย์ฝ่ายอุปภัมภ์ / และเอเอฟเอสเขต ด้วยน่าจะเป็นเรื่องที่ดี

เอเอฟเอสพยายามตอบแทนน้ำใจแก่อาสาสมัคร ให้ไปประชุม/ศึกษาดูงานอาจจะทั่วถึงบ้าง-ไม่ทั่วถึงบ้าง

โครงการจีนอยู่หอพัก




อาจารย์สุรวัฒน์  ชมภูพงษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา โครงการจีนอยู่หอพัก

ผู้ร่วมรายการ จำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วย

นักเรียนเก่าเอเอฟเอส 2 คน (น้องปัน-ปัน นายชนินธร  พิทักษ์วรรัตน์ และน้องพลอย นส.อัญชลี  ตันหุน )  
เจ้าหน้าที่เอเอฟเอส คุณนพพล (อั๋น) องค์ยลธรรม
อาจารย์วิเชษฐ์   จริงจิตร

เป็นการเสวนากันแบบธรรมชาติ  ไม่ต้องมีสคริปต์ สรุปโดยรวมของแต่ละท่านได้ดังนี้
อ.วิเชษฐ์ : ประเทศจีนมีความสำคัญมาตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อหลายพันปี  จีนมีสิ่งดีๆมากมาย  ควรไปศึกษาเป็นแบบอย่าง ประชากรประมาณ 1300 ล้านคน  มากกว่าประชากรของอาเซียนทั้งสิบประเทศ  เป็นเรื่องใหม่สำหรับความคิดของคนไทยที่จะส่งบุตรหลานไปประเทศจีน  เขามีความทันสมัยมาก  iphone  ipad อยู่ที่จีน  ป้ายเป็นภาษาไทยก็มี   หากสามารสื่อสารด้วยภาษาจีนได้  การค้าขาย  ก็จะสบาย  สมัยนี้จะทำสงครามทางเศรษฐกิจ มากกว่าอาวุธแล้ว เชื่อว่าอีกสิบปีข้างหน้าจะนักเรียนเก่าเอเอฟเอสจีนอาจมามีบทบาทในการเป็นผู้ประสานฯ 

พี่อั๋น :
 เมื่อ 100 ปีที่แล้วประเทศสหรัฐอเมริกา มีความเจริญทุกๆด้าน เรียกได้ว่าเป็นประเทศมหาอำนวจ  แต่อีก 100ปีข้างหน้า  จีนน่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจ  เราต้องเตรียมตัวอย่างไร   ไม่ใช่แค่เรื่องภาษาอย่างเดียว  ต้องเรียนรู้วิธีการคิด วิธีการพัฒนา  และทัศนคติ      
     
ด้านวิชาการ  อาจดูเหมือนล้าสมัย   แต่จริงๆ ไม่ใช่  กลับกลายเป็นเรื่องที่ดี หลายประเทศต้องหวนกลับมาศึกษา ยกให้เป็นแบบอย่างที่ดี    
    
หากมีการเตรียมการตั้งแต่บัดนี้จะได้ประโยชน์กว่า

สถิติการส่งนักเรียนไปศึกษา-แลกเปลี่ยน ฯ ที่ประเทศจีน

ปีที่ 1 จำนวน 30 คน
ปีที่ 2 จำนวน  68 คน
ปีที่ 3 จำนวน  100 คน 


น้องปัน-ปัน : เหตุผลหลักคือที่ผู้ปกครองของตนสนับสนุนให้ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีนคือ เรื่องของภาษา เศรษฐกิจ   
สำเนียงคนไทยเรียนภาษาใด  ก็ไปได้รอด  เพราะมีวรรณยุกต์เยอะ  สามารถพลิกแพลงได้  มีรากศัพท์เป็นตะวันออก  ใกล้เคียงกัน  จำนวนตัวอักษรจีนรวมแล้วหลายพันตัว  ระยะเวลาเพียง 1 ปีจะให้เข้าใจเนื้อหา 100 เปอร์เซ็นต์คงเป็นไปไม่ได้ 

เดินทางไปถึงครั้งแรกรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่นิ่ง  มีแต่คนเหมือนหุ่นยนต์ 
แต่โชคดีที่เมืองของตน ไม่เคยมีนักเรียนแลกเปลี่ยนมาก่อน  ทุกคนจึงอยากรู้จัก  ดูเด่นไปเลย  ปัจจุบันคนไทยสนใจที่จะไปเรียนมากขึ้น

สำหรับโครงการจีนหอพัก ซึ่งต้องไปอยู่กับครอบครัวแค่เสาร์ อาทิตย์   เขาน่าจะดูแลดี  แต่ในความคิดของน้องปัน-ปันเอง อยากมี เวลาใกล้ชิดครอบครัวมากกว่านี้  เพราะรู้สึกผูกพันมาก

ปีนี้น้องสาวไปเอเอฟเอสที่ประเทศญี่ปุ่น  เพราะมีพี่ชายเป็นไอดอลจากการไปจีน

น้องพลอย : นิสัยโดยรวมของชาวจีนค่อนข้างเป็นระเบียบ   ไม่ค่อยมีการประท้วง เรียนกันตั้งแต่ หกโมงครึ่ง-สามทุ่ม  ไปอยู่มาหนึ่งปี  รู้สึกคุ้มมาก   เขาปฏิบัติกับเราเหมือนกับเป็นลูกสาวจริงๆ ของเขา  ไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ ในช่วงสามเดือนแรก เขาใช้แต่ภาษาอังกฤษ  ภาษาจีนก็เลยไม่ค่อยพัฒนา  แต่พอไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ที่สอง  เขาพูดเก่งมาก จึงได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย  

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ :   ประวัติศาสตร์ของโลกกำลังพลิกผัน  ถึงจีนจะเป็นประเทศที่จัดอยู่ประเภทกำลังพัฒนา  แต่เป็นประเทศกำลังพัฒนา  ที่มีความเจริญในหลายๆด้าน ก้าวข้ามกลุ่มของยุโรปโซน  หรือเมริกาโซนด้วยซ้ำ  การไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้รู้เท่าทัน   แบรนด์ของเอเอฟเอส  ช่วยให้พ่อ-แม่  สบายใจระดับหนึ่ง  จะไปประเทศไหน  ก็อาจจะมีปัญหา  ขอให้คิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา  การไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์เหมือนกับธรรมะจัดสรร  จะได้ไปอยู่ที่ไหน  ก็ต้องหมั่นทำบุญ




                                             ***...ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ...***