การเร่งรัดพัฒนาทักษะภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องทำคู่ขนานพร้อมๆกันไป ไม่จำเป็นต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วหยุดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ได้แสดงทรรศนะ เกี่ยวกับนโยบาย “English-Speaking Year 2012” | 2555 : ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษในโรงเรียน” ไว้ตอนหนึ่งว่า การประกาศนโยบายพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในโรงเรียนเป็นคนละเรื่องกับการดำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย และการอนุรักษ์วิธีชีวิตวัฒนธรรมไทย ภาษาอังกฤษไม่ทำลายภาษาไทยและไม่กัดกร่อนวัฒนธรรมไทย เพราะภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อความเจริญของผู้คนและสังคมในด้านการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในชีวิต วัฒนธรรมไทยอาจถูกกัดกร่อนได้ด้วยวิธีคิดและการ กระทำของแต่ละคนซึ่งอาจได้รับแนวคิดแปลก-ใหม่-ดี-เลว มาจากภาษาใดก็ได้ ; การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และการเดินทางท่องเที่ยวที่ผิดทิศทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะผ่านภาษาสื่อสารอะไร ก็สามารถทำลายวัฒนธรรมอันดีงามดั้งเดิมได้ ; การไม่อ่านวรรณคดีไทยก็อาจทำลายความผูกโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยในอดีตได้ในเวลาไม่นาน ; การอ่านวรรณกรรมภาษาอังกฤษที่งดงามและผูกโยงกับวัฒนธรรมไทยก็สามารถสร้างความรักความชื่นชมในวัฒนธรรมไทยได้ (เช่นเรื่อง Anna and the King of Siam, The King and I, The Apple Cart, The King of Thailand in World Focus, Tito, A Man Called Intrepid, The Animal Farm, 1984, Small is Beautiful, etc.); การดูภาพยนตร์จาก Hollywood บางเรื่องก็สามารถส่งผลให้รักหรือเข้าใจเมืองไทยมากยิ่งขึ้นได้ (เช่นเรื่อง Around the World in 80 Days, The King and I, The Bridge on the River Kwai, Good Morning Vietnam, Bridget Jones Diary, etc.) ดังนั้น การเร่งรัดพัฒนาทักษะภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องทำคู่ขนานพร้อมๆกันไป ไม่จำเป็นต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วหยุดอย่างใดอย่างหนึ่ง

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ในปี 2015 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ได้จัดกิจกรรม “JR LANGUAGE CAMP ” เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาที่ 2 และเตรียมความพร้อมในการเรียนภาษาต่างๆ โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษที่ประชาคมอาเซียนใช้เป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสาร และภาษาอาเซียนอื่นอีกหนึ่งภาษาเป็นอย่างน้อย เป็นการรองรับหลักสูตร WORLD - CLASS STANDARD SCHOOL ซึ่งช่วยกระตุ้นเตือนให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและเตรียมฝึกฝนตนเองในการก้าวสู่สังคมโลกในกลุ่มประเทศใกล้เคียงก่อน


ภาพกิจกรรมที่นำมาบันทึกไว้ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนรุ่นต่อๆไป ได้สืบทอดแนวคิดในการรวมพลังสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดกิจกรรมพื้นฐานเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีในทุกด้านในประชาคมอาเซียน คุณครูจากประเทศต่างๆ ทั้งจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ก็ช่วยเป็นแรงกำลังสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนรักที่จะเรียนรู้และภาคภูมิใจในภาษาที่ตนเรียนอยู่ ... เป็นความหวังที่ จะทำให้โรงเรียนจ่านกร้องก้าวหน้า พัฒนาสู่อาเซียนและสากลต่อไป
กิจกรรมจากการรวมพลังของคุณครูชาวต่างประเทศ

ทำให้นักเรียนได้ใกล้ชิดกับเจ้าของภาษา และตั้งใจเรียนรู้ในทุกกิจกรรม

สวัสดีค่ะอาจารย์
*** สังคมแห่งการเรียนรู้ ของนักเรียนยุคนี้ เปลี่ยนแปลงไปมากด้วยตัวแปรหลายอบ่าง วิถีไทยที่เราเน้นย้ำให้รักความเป็นไทยภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทย ต้องทำให้ได้ในระดับที่ทำให้ลูกศิษย์มองเห็นตัวตนที่แท้จริง เมื่อเขารู้จักตัวตนแล้วต้องเน้นย้ำให้พวกเขามีวิธีคิดและมีวิสัยทัศน์ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก แม้ความอดทนอดกลั้นของเด็กๆในปัจจุบันน้อยลงมากถ้าเปรียบเทียบกับการต่อสู้ดิ้นรนของผู้สูงวัยในปัจจุบัน ก็ต้องพยายามฝึกด้วยกิจกรรมให้ได้เรียนรู้ต่อไปค่ะ
*** ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่เป็นกำลังใจให้ตลอด ดิฉันคงทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้เด็กๆรักการอ่าน ตามภาระงานที่ได้รับมอบหมาย แม้เป็นเพียงผู้สนับสนุนแต่ตั้งใจจะทำสุดกำลังค่ะ
กิจกรรมดีมากเลยครับพี่ 2-5 เมษา ฯ มีสอน summer อยู่มหาวิทยาลัย ไม่แน่ใจว่า 7 งานยุ่งไหม อยากไปงานบวชเหมือนกันครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ พ่อนาคธนศ...จะเข้าโบสถ์วันที่ 8 ค่ะ อาจารย์น่าจะติดสอน คิดอยู่เหมือนกันค่ะ เมื่อครั้งทำงานอยู่ที่กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังอายุไม่มากก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้าง ไม่ก็ไม่เคยได้หยุด summer เลย เพราะต้องทำงานกับคณาจารย์ใน มช.ด้วย ไม่เป็นไรค่ะ แค่อยากไปก็ได้กุศลแล้ว ลูกศิษย์อาจารย์ทั้งบ้านเลย ธเนศ แย้ มะปราง
- จ่านกร้อง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่มาตรฐานสากล... wonderful...หรือการเรียนรู้?...
- เก่งจริงๆๆค่ะ...ชื่นชมค่ะ
- เป็นแฟนพันธ์แท้....อยู่นะคะ
สวัสดีครับอาจารย์กิติยา ขอชื่นชมในความเอาใจใส่การจัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้....ยอดเยี่ยมมาก