เวทีคนหนองบัวกับการร่วมกันส่งเสริมภาวะผู้นำทางวิชาการของครูและผู้นำชุมชน


ในเวทีคนหนองบัวปีนี้ มีคุณครู อสม ผู้นำชุมชน สื่อท้องถิ่น พ่อค้านักอ่าน ศิลปินเพลงแหล่ แหล่งภูมิปัญญาบุคคล และชาวบ้านที่มีความเป็นผู้นำ มาร่วมกิจกรรมการจัดนิทรรศการเวทีคนหนองบัวในงานงิ้วไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์หลากหลายไปอีกแบบหนึ่ง

คณะของคุณครูนั้น ได้มาร่วมจัดนิทรรศการหลายลักษณะและจากหลายโรงเรียน ประกอบด้วยคุณครูจากโรงเรียนหนองบัว โรงเรียนอนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม) โรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนอุดมพัฒนา คณะคุณครูจากโรงเรียนหนองบัวนั้น ได้มาร่วมจัดนิทรรศการโดยนำเอาผลงานของโรงเรียนที่ได้ทำชุดสื่อให้การเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียน มาจัดแสดงเผยแพร่ให้การเรียนรู้ทางสังคมแก่ประชาชนที่มาเที่ยวงานประจำปีของชาวหนองบัว

ขณะเดียวกัน ระหว่างการจัดนิทรรศการ คณะคุณครูจากกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษากับกลุ่มการงานและอาชีพ ก็หมุนเวียนกันมาร่วมนำชมนิทรรศการให้กับผู้ชม รวมทั้งทำหน้าที่เป็นสื่อและผู้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ก็เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาและกระจายเสียงให้การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆในเนื้อหาของนิทรรศการ คุณครูจากโรงเรียนอุดมพัฒนา ก็ร่วมประสานงาน จัดหาวัสดุอุปกรณ์ จัดสถานที่ ติดตั้งนิทรรศการ และร่วมเสวนา เหล่านี้เป็นต้น

กล่าวได้ว่า นิทรรศการที่จัดขึ้น และบทบาทต่อการทำให้งานประจำปี ตลอดจนงานเชิงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่ผสมผสานอยู่ในงานประจำปีของชาวหนองบัว มีมิติของการเรียนรู้ เกิดคุณค่าและการมีความหมายเชื่อมโยงกับอีกหลายสิ่งของหนองบัวได้มากขึ้นนั้น เป็นผลของการระดมพลังทางวิชาการและพลังการจัดการร่วมกันของกลุ่มคุณครูและคนในพื้นที่ ที่ใช้โอกาสการจัดเวทีคนหนองบัวในงานงิ้ว ให้เป็นเวทีนำเอาความเป็นผู้นำทางด้านต่างๆที่มีอยู่ในตัวคนและในองค์กรทางวิชาการมาร่วมสร้างสรรค์สิ่งต่างๆต่อท้องถิ่นหนองบัวและต่อสังคม ร่วมกันได้มากยิ่งๆขึ้นนั่นเอง

หากพิจารณาจากประสบการณ์ของคนหนองบัวและทบทวนหาบทเรียนในแง่การพัฒนาวิชาการเชิงสังคมและการสร้างความร่วมมือกันของภาคประชาสังคมกับหน่วยวิชาการและเครือข่ายปัญญาทางการปฏิบัติของท้องถิ่นดังเช่นโรงเรียน องค์กรท้องถิ่น และเครือข่ายปัจเจกที่มีความเป็นผู้นำในตนเองแล้ว การจัดเวทีพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนในลักษณะดังเช่นเวทีคนหนองบัวนี้ ก็จะเห็นโอกาสการทำงานเชิงสังคมที่มีนัยสำคัญต่อการสร้างพลังการจัดการตนเองของชุมชนให้มีประสิทธิภาพแลฃะความเข้มแข็งมากขึ้นหลายประการด้วยกัน เช่น

  • สร้างพลังความรู้จากของจริงให้แก่ครู : เป็นแหล่งการมีประสบการณ์ตรงต่อสังคมท้องถิ่น ทำให้ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้สัมผัสเนื้อหาวิชาการที่เชื่อมโยงอยู่กับความจริงของสังคมและอิงอยู่กับถิ่นฐานของผู้เรียน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกทางหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรประจำการในทางอ้อม ที่มีนัยสำคัญต่อการสะท้อนกลับไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งๆขึ้น ไม่น้อยไปกว่าการจัดโครงการศึกษาอบรมระยะสั้นเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์วิชาการให้กับคนทำงาน
  • ส่งเสริมภาวะผู้นำทางวิชาการและความเป็นหลักทางปัญญาของชุมชน : ในชนบทนั้น ครูและคนทำงานเชิงสังคมในท้องถิ่น ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากต่อชีวิตจิตใจของชาวบ้าน ดังนั้น เวทีคนหนองบัวและการร่วมกันจัดนิทรรศการ นำเอางานทางความรู้และเครื่องมือทางวิชาการต่างๆมาเคลื่อนไหวความเป็นชีวิตของสังคม จึงจัดว่าเป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้ชุมชนมีเวทีสาธารณะสำหรับผู้นำทางวิชาการและภาวะผู้นำทางปัญญาที่อยู่ในระบบจัดการภาคสาธารณะต่างๆของชุมชน ได้แสดงความเป็นผู้นำทางการปฏิบัติ 'ทำให้ดู อยู่ให้เห็น' ทั้งต่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการอ่าน ความใส่ใจและรอบรู้ต่อเรื่องราวของสังคมสิ่งแวดล้อม ความลึกซึ้งแยบคายต่อวิถีบริโภคและอยู่อาศัยในถิ่นฐาน การดำเนินชีวิตที่มีความสมดุลต่อสุขภาวะและความสร้างสรรค์ชีวิตส่วนรวม เหล่านี้เป็นต้น ประสบการณ์ดังกล่าวนี้มีพลังต่อการเห็นจากการเป็นผู้นำทางการปฏิบัติของครูและเครือข่ายปัจเจกในชุมชน จึงเป็นโอกาสได้ร่วมกันสร้างคนของท้องถิ่น อีกทั้งมีนัยสำคัญต่อการสร้างลูกหลานและสร้างความมั่นใจให้กับสังคมท้องถิ่นต่อระบบสังคมที่มีอยู่ให้มากยิ่งๆขึ้น
  • สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการเติบโตงอกงามของเด็ก : เป็นโอกาสได้สร้างเครือข่ายทางสังคมและสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกห้องเรียน
  • สื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชนให้มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดหลากหลาย : เป็นโอกาสสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานในท้องถิ่นกับชุมชน

การเกิดสิ่งที่เชื่อว่าเป็นผลที่ได้รับไปด้วยเหล่านี้ ทำให้ชุมชนกับโรงเรียน รวมทั้งองค์กรท้องถิ่นและเครือข่ายปัจเจกผู้มีจิตสาธารณะ ได้พื้นฐานความร่วมมือกัน สามารถบูรณาการสิ่งต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่ ให้เกิดความผสมผสานและส่งเสริมเกื้อหนุนกันได้ดีมากยิ่งๆขึ้น

ตัวอย่างวิธีทำกิจกรรมที่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดสิ่งที่ได้กล่าวมา ที่ขอนำมาบันทึกเป็นบทเรียนจากประสบการณ์ของเวทีคนหนองบัวในปี ๒๕๕๕ มีดังนี้

  • ร่วมเป็นเจ้าของงาน ออกความคิด จัดสถานที่ จัดหาวัสดุอุปกรณ์
  • ร่วมจัดและติดตั้งนิทรรศการ
  • ร่วมนำเอาผลงานของโรงเรียนและทำโครงงานมาร่วมจัดแสดง
  • ร่วมบรรยาย เผยแพร่สื่อ และนำชมนิทรรศการ
  • ร่วมติดต่อประสานงาน ติดต่อวิทยากร ติดต่อชาวบ้านและผู้นำชุมชนเพื่อร่วมกิจกรรม
  • ร่วมเป็นโฆษกและสื่อสาร กระจายเสียงประชาสัมพันธ์งาน
  • ร่วมเป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการเสวนา
  • ร่วมเสวนา
  • ร่วมบอกกล่าวปากต่อปาก ทำให้สังคมท้องถิ่นเกิดการสื่อสารและรับรู้เรื่องราวต่างๆถึงกันโดยไม่ต้องติดข้อจำกัดในความขาดแคลนสื่อและการสื่อสาร ซึ่งเป็นสภาพทั่วไปของชนบท

วิธีทำกิจกรรมซึ่งเป็นโอกาสสร้างเสริมภาวะผู้นำและความเป็นผู้นำทางวิชาการของคุณครู โรงเรียน องค์กรท้องถิ่น เครือข่ายผู้นำชุมชนและปัจเจกคนทำงานเชิงสังคมในพื้นที่ ในลักษณะดังกล่าวนี้ จัดว่าเป็นทางหนึ่งของการเพิ่มศักยภาพในการสร้างสุขภาวะชุมชนผ่านการสร้างทุนวิชาการและทุนมนุษย์ซึ่งจะเอื้อให้เกิดภาวะผู้นำเชิงวิชาการและภาวะผู้นำในการใช้ความรู้เพื่อนำการเปลี่ยนแปลง ไม่จำกัดเพียงสร้างภาวะวิกฤติเพื่อให้เกิดภาวะผู้นำจากสถานการณ์แต่เพียงเท่านั้น.

หมายเลขบันทึก: 483618เขียนเมื่อ 29 มีนาคม 2012 12:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 กันยายน 2013 23:43 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)

เสน่ห์ของคนหนองบัว คือ การมีส่วนร่วม

ของพลังแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน

ขอบคุณอาจารย์ที่นำมาฝากสม่ำเสมอครับ

อาจารย์สบายดีนะครับ

สวัสดีครับทิมดาบครับ

สบายดีครับผม อากาศเชียงใหม่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้บ้างแล้ว แต่ก็มีความอบอ้าวและร้อนไอแดดมาแทน ขอบพระคุณครับ

แง่มุมที่ทิมดาบให้ข้อสังเกตนี้ ผมคิดว่าสำคัญและมีความหมายมากอย่างยิ่งสำหรับการเดินเข้าไปทำสิ่งต่างๆกับชุมชนของคนทำงานเชิงวิชาการเลยครับ คือ ช่วยกันลงมือทำให้ได้ความสำเร็จไปตามกำลัง และให้ได้บทเรียนหรือความรู้ สำหรับนำมาแบ่งปันและสื่อสารสร้างเรียนรู้ให้กับสังคมไปด้วย

ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอ JJ คุณ EGA และทิมดาบ
ที่แวะมาเยือนและฝากร่องรอยไว้ทักทายกันครับ

ขอขอบพระคุณอาจารย์ดร.จันทวรรณที่แวะมาเยือนครับ

เวทีเล็กๆแต่อบอุ่น อบอวลไปด้วยความเป็นญาติมิตร
ประทับใจในความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย 
ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เป็นกำลังใจให้กันและกัน

เป็นเวทีที่เชื่อมโยงให้คนหนองบัวได้มีประสบการณ์ต่อบ้านเกิดและถิ่นอาศัยอย่างมีความหมายมากยิ่งๆขึ้นอีกแบบหนึ่งเลยนะครับ โดยเฉพาะการได้มีมุมมองและร่วมทำสิ่งต่างๆตามเงื่อนไขแวดล้อมที่จะทำกันได้ของตนทางด้านที่เป็นงานสร้างภูมิปัญญาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสุขภาวะชุมชน การสร้างความรู้ การรวบรวมข้อมูลจากวิถีชีวิตชุมชน การนำเอาความเป็นจริงและเป็นทุนศักยภาพเพื่อเพิ่มพูนโอกาสการพึ่งตนเองเพื่อการพัฒนาทางด้านต่างๆ ให้เชื่อมโยงและผสมผสานกับสิ่งที่มีอยู่แต่เดิม และสร้างกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวชุมชนแห่งการสื่อสารและเรียนรู้ เหล่านี้ เห็นภาพได้มากขึ้นเรื่อยๆครับว่าจะคิดริเริ่มทำอะไรกันได้บ้าง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี