ช่องทางก้าวหน้าจากการเรียนทำอาหารไทย

คอลัมน์ Career & Seminar

นิตยสาร atoffice เดือน พ.ค.2552

เขียน อะฐานทิศ

 

ช่องทางก้าวหน้าจากการเรียนทำอาหารไทย


คนส่วนใหญ่รู้จัก ม.ราชภัฏสวนดุสิต ในเรื่องของเบเกอรี่และคอฟฟี่เค้ก ที่ขายดีจนเลื่องชื่อ ส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าอบรมทำขนมกับทางมหาวิทยาลัยจำนวนมากตามไปด้วย แต่แท้จริงแล้วมหาวิทยาลัยไม่ได้มีหลักสูตรสอนทำเบเกอรี่ให้กับบุคคลภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีการสอนทำอาหารคาวให้เลือกอบรมอย่างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการฝึกอบรมช่างฝีมืออาหารไทย โดยเปิดสอนภายในมหาวิทยาลัย ณ อาคาร 12 ชั้น 6 แต่มีชื่อแยกออกมาต่างหากว่า โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต ส่วนจะน่าสนใจ ชวนให้เข้าอบรมมากแค่ไหน บอกได้คำเดียวว่ายึดเป็นอาชีพได้ไกลถึงต่างแดนกันเลย

 

    เพราะแต่เดิม ม.ราชภัฏสวนดุสิต เป็นโรงเรียนการเรือน จึงมีหลักสูตรอาหารคาวหวานมาแต่ไหนแต่ไร แต่เหตุที่เบเกอรี่เด่นขึ้นมา เนื่องจากอาจารย์คหกรรมศาสตร์ท่านหนึ่งสอนเบเกอรี่ให้กับนักศึกษา แล้วไม่ทราบจะทำอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ จึงคิดจำหน่ายเพื่อจะได้สอนเรื่องการบริหารจัดการในการจำหน่ายด้วย ทำไปทำมากลายเป็นที่นิยมจนมีชื่อเสียง มหาวิทยาลัยจึงต้องการทำให้หลักสูตรอื่นที่มีอยู่ มีชื่อเสียงเสริมกัน

 

โดยในระหว่างปีพ.ศ. 2548-2549 รัฐบาลมีนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก วางยุทธศาสตร์เชิงรุก ส่งเสริมพัฒนาอาหารไทย และธุรกิจอาหารไทยในต่างประเทศ โดยดำเนินการเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริม คัดสรรพ่อครัวแม่ครัวคนไทยที่ประสงค์ไปทำงานในต่างประเทศ ให้ได้งานทำ

 

ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเห็นว่า มหาวิทยาลัยน่าจะนำจุดแข็งในด้านการทำอาหารไทยที่มีมาแต่เดิม เผยแพร่ สร้างชื่อเสียง และเป็นการหารายได้เข้ามหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับเบเกอรี่ ซึ่งนอกจากสอนนักศึกษาแล้ว ยังเปิดสอนให้กับบุคคลภายนอกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จึงเข้าไปร่วมสนองนโยบายรัฐบาลข้างต้น ทั้งนี้โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต ยังทำความร่วมมือในการเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทยอีกแห่งหนึ่ง ดังนั้นผู้ใดที่ต้องการจะทดสอบฝีมือ ก็สามารถสมัครได้ หากผ่านเกณฑ์ทดสอบมาตรฐาน ก็จะได้ใบรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ไปประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในต่างประเทศได้

 

   นอกจากนี้โรงเรียนยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ประกอบการกับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งจะมีผู้ประกอบการติดต่อเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ว่ามีที่ไหนบ้างที่เปิดรับสมัครพ่อครัวแม่ครัว โดยบางแห่งต้องเดินทางไปสมัครงานด้วยตัวเอง แต่บางแห่งทางโรงเรียนมี Connection อยู่ เช่น สถานฑูตอินเดีย ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ สมาคมภัตตาคารไทยในอเมริกา ฯลฯ หากมีข่าวต้องการพ่อครัวไทยที่มีความสามารถ โรงเรียนก็จะคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติส่งไป ทั้งนี้ผู้ที่เคยผ่านการอบรมจากทางโรงเรียนมีทั้งอาชีพทั่วไป อาทิ แพทย์ สถาปนิก ฯลฯ ตลอดจนผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการความรู้ด้านงานครัว หรือพ่อครัวแม่ครัวที่ต้องการประกาศนียบัตร เป็นต้น

 

 

  ส่วนหลักสูตรของโรงเรียนเปิดสอน 2 ลักษณะคือ 1)หลักสูตรระยะสั้น 2 วัน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการประกอบอาหารไทย 5-7 รายการ แล้วแต่ความยากง่ายของอาหารแต่ละชนิด ค่าอบรม 3,000 บาท 2)หลักสูตรการฝึกอบรมช่างฝีมืออาหารไทย 90 ชม. สอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เรียนอาทิตย์ละ 1 วัน มีให้เลือกว่าจะเรียนวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์หรืออาทิตย์ก็ได้ ค่าอบรม 14,900 บาท และค่าชุดปฏิบัติการอาหาร 900 บาท หากมีชุดปฏิบัติการอาหาร จากการเป็นพ่อครัว หรือจากเคยเรียนที่อื่นมาก่อนแล้ว ก็สามารถนำมาใช้ได้ และไม่ว่าจะเป็นการเรียนหลักสูตรระยะสั้นหรือระยะยาว จะมีประกาศนียบัตรรับรองให้

 

หลังจากผู้อบรมเรียนจบหลักสูตรไป อาจนำความรู้ไปประกอบอาชีพ หรือหากต้องการประสบการณ์เพิ่มเติมเพื่อการันตีตัวเอง ก็สามารถยื่นคำร้องขอฝึกงานกับโรงแรมสวนดุสิตเพลส โดยต้องฝึกงานไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง ไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้โรงเรียนไม่บังคับ แต่เมื่อผ่านการฝึกงาน จะมีการบันทึกลงไปในใบประกาศนียบัตรให้ การรับสมัครหลักสูตรการฝึกอบรมช่างฝีมืออาหารไทย 90 ชม. www.chefschool.dusit.ac.th ค่ะ