ครูที่ดี เป็นหัวข้อธรรมะจากพุทธฏีกาโดยตรง อ่านพิจารณาให้เย็นทั้งกายและใจ ตั้งใจนำมาเผยแพร่และแบ่งปันค่ะ
ครูที่ดี
ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่รู้ ไม่แจ้งไม่เข้าใจพระนิพพาน ไม่ควรจะสั่งสอนพระนิพพานแก่ท่านผู้อื่น ถ้าขืนสั่งสอนก็จะพาท่านหลงหนทาง จะเป็นบาปเป็นกรรมแก่ตน ควรจะสั่งสอนแต่เพียงทางมนุษย์สุคติ สวรรค์สุคติ. เป็นต้นว่า สอนให้รู้จักทานให้รู้จักศีล5 ศีล8 ให้รู้จักกุศลกรรมบถ ให้รู้จักปฏิบัติมารดาบิดา ให้รู้จักอุปัชฌาย์อาจารย์ ให้รู้จักก่อสร้างบุญกุศลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น เพียงเท่านี้ก็อาจจะได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พอสมควรอยู่แล้ว ส่วนความสุขในโลกุตตร นิพพานนั้น ผู้ใดต้องการจริง ต้องรักษาศีล 5 ศีล 10 ศีลพระปาติโมกข์เสียก่อนจึงชื่อว่า เข้าใกล้ทางมีโอกาสที่จะได้จะถึง โลกุตตรนิพพานโดยแท้.
แม้ผู้ที่จะเจริญทางพระนิพพานนั้น ก็ให้รู้จักท่านผู้เป็นครูว่ารู้แจ้งทางพระนิพพานจริง จึงไปอยู่เล่าเรียน ถ้าไปอยู่เล่าเรียนในสำนักของท่านผู้ไม่รู้ไม่แจ้ง ก็จะไม่สำเร็จ โลกกุตตรนิพพานได้ เพราะว่าทางแห่งโลกกุตตรนิพพานนี้เล่าเรียนได้ด้วยยากยิ่งนักด้วยเหตุสัตว์ยินดีอยู่ในกามสุข อันเป็นข้าศึกแก่พระนิพพานโดยมาก. ภันเต อริยะกัสสะปะ ข้าแต่พระอริยกัสสะปะ ผู้มีอายุ พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาแก่ ข้าฯ อานนท์ด้วยประการดังนี้ ขอให้พระสงฆ์ทั้งหลาย จงทราบด้วยผลญาณแห่งตน ดังแสดงมานี้เถิดตะทะนันตะรัง.
ลำดับนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาต่อไปอีกว่า อานันทะ ดูกรอานนท์ อันว่าบุคคลทั้งหลาย ผู้ปรารถนาซึ่งพระนิพพาน ควรแสวงหาซึ่งครูที่ดีอยู่เป็นสุขสำราญมิได้ประมาท เพราะพระนิพพาน ควรแสวงหาซึ่งครูที่ดีที่อยู่เป็นสุขสำราญมิได้ประมาท เพราะพระนิพพานไม่เหมือนของสิ่งอื่น อันของสิ่งอื่นนั้นเมื่อผิดไปแล้วก็มีทางแก้ตัวได้ หรือไม่สู้เป็นอะไรนัก เพราะไม่ละเอียดสุขุมมาก. ส่วนพระนิพพานนี้ละเอียดสุขุมที่สุด ถ้าผิดแล้วก็เป็นเหตุให้ได้รับความทุกข์เป็นนักหนา ทำให้หลงโลกหลงทางห่างจากความสุข ทำให้เสียประโยชน์เพราะอาจารย์ ถ้าได้อาจารย์ที่ถูกที่ดี ก็จะได้รับผลที่ถูกที่ดี ถ้าได้อาจารย์ที่ไม่รู้ไม่ดีไม่ถูกไม่ต้อง ก็จะได้รับผลที่ผิดเป็นทุกข์พาให้หลงโลกหลงทาง พาไปเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎสงสารสิ้นกาลนาน.
เปรียบเหมือนผู้จะพาเราไปในที่ตำบลใดตำบลหนึ่งแต่ผู้นั้นไม่รู้จักตำบลนั้น แม้เราเองก็ไม่รู้ เมื่อกระนั้นไฉนเขาจึงจะพาเราไปให้ถึงตำบลนั้นได้เล่า ข้ออุปมานี้ฉันใด อาจารย์ผู้ไม่รู้พระนิพพานและจะพาเราไปพระนิพพานนั้นก็จะพาเราหลงโลกหลงทาง ไป ๆ มาๆ ตาย ๆ เกิดๆ อยู่ในวัฎสงสาร ไม่อาจถึงพระนิพพานได้. เหมือนคนที่ไม่รู้จักตำบลที่จะไปและเป็นผู้พาไปก็ไม่อาจจะถึงได้ มีอุปไมฉันนั้น.
ผู้คบครูอาจารย์ที่ไม่รู้ดีและได้ผลที่ไม่ดี มีในโลกมิใช่น้อยเหมือนดัง พระองคุลิมาลเถระไปเรียนวิชาในสำนักครูผู้มี ทิฎฐิอันผิด คือเป็นมหาโจรฆ่าคนล้มตายเสียด้วยนับพัน หากเราตถาคตรู้เห็นมีความสงสารเวทนามาข้องในข่าย สยัมภูญาณ จึงได้ไปโปรดทรมานให้ละเสียซึ่งพยศอันร้ายเป็นการลำบากมิใช่น้อย. ถ้าไม่ได้พระตถาคตแล้วพระองคุลิมาลก็จักได้เสวยทุกข์อยู่ในวัฎสงสารสิ้นชาติเป็นอันมาก.
ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่รู้พระนิพพานไม่ควรเป็นครูสั่งสอนท่านผู้อื่นในทางพระนิพพานเลย ต่างว่าจะสั่งสอนเขา จะสั่งสอนว่ากระไรเพราะตนไม่รู้ เปรียบเหมือนบุคคลไม่เคย เป็นช่างเขียนหรือช่างต่างๆ มาก่อนแล้วและอยากเป็นครูสั่งสอนเขา จะบอกแก่เขาว่ากระไร เพราะตัวเองก็ไม่รู้ไม่เข้าใจ จะเอาอะไรไปบอกไปสอนเขา จะเอาแต่คำพูดเป็นครูทำตัวอย่างให้เขาเห็นเช่นนั้นไม่ได้. จะให้เขาเล่าเรียนอย่างไร เพราะไม่มีตัวอย่างให้เขาเห็นด้วยตาให้รู้ด้วยใจ เขาจะทำตามอย่างไรได้ ตัวผู้เป็นครูนั้นแลต้องทำก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรเป็นครูสอนเขา ถ้าขืนเป็นครูก็จะพาเขาหลงโลกหลงทาง เป็นบาปเป็นกรรมแก่ตัวนักหนาทีเดียว พระพุทธเจ้าตรัสแก่ข้าฯ อานนท์ดังนี้แลฯ.
ตะทะนันตะรัง ลำดับนั้น พระพุทะเจ้าตรัสเทศนา ต่อไปอีกว่า อานันทะ ดูกรอานนท์ อันว่าบุคคลผู้จะสอนพระนิพพานนั้นจะต้องให้รู้แจ้งประจักษ์ชัดเจนว่า พระนิพพานมีอยู่ในนั้นๆ มีลักษณะอาการอย่างนั้นๆ ต้องรู้ให้แจ้งชัดจะกล่าวแต่เพียงวาจาว่านิพพานๆ ด้วยปากเปล่า แต่ใจไม่รู้แจ้งชัดเช่นนั้นไม่ควรเชื่อถือเลย ต้องให้รู้แจ้งชัดในใจก่อน จึงควรเป็นครูเป็นอาจารย์สอนผู้อื่นต่อไป. จะเป็นเด็กก็ตาม ผู้ใหญ่ก็ตาม ถ้ารู้แจ้งชัดซึ่งพระนิพพานแล้ว ก็ควรเป็นครูเป็นอาจารย์และควรนับถือเป็นครูเป็นอาจารย์ได้. แม้จะเป็นผู้ใหญ่สูงศักดิ์สักปานใดก็ตามก็ไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วไม่ควรนับถือเป็นครูเป็นอาจารย์เลย.
ดูกรอานนท์ ถ้าอยากได้สุขอันใด ก็ควรรู้จักรสุขอันนั้นก่อนจึงจะได้ เมื่ออยากได้สุขในพระนิพพานอยากได้สุขในมนุษย์และสวรรค์ ก็ให้รู้จักสุขในมนุษย์และสวรรค์นั้นเสียก่อน จึงจะได้ ถ้าไม่รู้จักสุขอันใด ก็ไม่อาจยังความสุขอันนั้นให้เกิดขึ้นได้ ไม่เหมือนทุกข์ในนรก อันทุกข์ในนรกนั้น จะรู้ก็ตามไม่รู้ก็ตาม ถ้าทำกรรมที่เป็นบาปแล้ว ผู้ที่รู้หรือผู้ที่ไม่รู้ก็ตกนรกเหมือนกัน.
ถ้าไม่รู้จักนรกก็ยิ่งไม่มีเวลาพ้นจากนรกได้ ถึงจะทำบุญให้ทานสักปานใดก็ไม่อาจพ้นจากนรกได้. แต่มิใช่ว่าทำบุญให้ทานไม่ได้บุญ ความสุขที่ได้แต่การทำบุญนั้นมีอยู่ แต่ว่าเป็นความสุขที่ยังไม่พ้นจากทุกข์ในนรก. เมื่อยังไม่รู้จักนรกตราบใด ก็ยังไม่พ้นจากนรกอยู่ตราบนั้น เมื่อไม่อยากพ้นก็ไม่อาจพ้นได้ ต้องรู้จักแจ้งชัดว่านรกอยู่ในที่นั้นๆ มีลักษณะอาการอย่างนั้นๆ และควรรู้จักทางออกจากนรกให้ชัดแจ้ง ทางออกจากนรกนั้นก็คือ ศีล 5 ศีล 10 ศีลพระปาติโมกข์นั่นเอง.
เมื่อรู้แล้วอยากจะออกให้พ้นก็ออกได้ ไม่อยากจะออกให้พ้นก็ออกไม่ได้ ผู้ที่รู้กับผู้ที่ไม่รู้ย่อมได้รับทุกข์ในนรกเหมือนกัน. ส่วนความสุขในมนุษย์สวรรค์และพระนิพพานนั้นต้องรู้จึงจะได้ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ได้เลย มีอาการต่างกันอย่างนี้ ดูกรอานนท์ เมื่ออยากรู้จักนรกและสวรรค์และพระนิพพานก็ให้รู้เสียในเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่ออยากพ้นทุกข์ในนรกก็รีบออก ให้พ้นเสียเมื่อยังไม่ตาย เมื่ออยากได้สุขในมนุษย์หรือในสวรรค์หรือในนิพพาน ก็ให้รีบขวานขวายหาสุขเหล่านั้นไว้แต่เมื่อยังไม่ตาย. จะถือว่าตายแล้วจึงพ้นทุกข์ในนรก ตายแล้วจึงจะไปสวรรค์ไปพระนิพพานดังนี้ เป็นอันใช้ไม่ได้เสียประโยชน์เปล่า.
อย่าเข้าใจว่าเมื่อมีชีวิตอยู่สุขอย่างหนึ่ง เมื่อตายไปแล้วก็สุขอีกอย่างหนึ่ง เช่นนี้เป็นความรู้ที่เข้าใจผิดโดยแท้ เพราะจิตมีดวงเดียว เมื่อมีชีวิตอยู่ได้รับทุกข์ฉันใด แม้เมื่อตายไปแล้วก็ได้รับทุกข์ฉันนั้น เมื่อยังมีชีวิตอยู่มีความสุขฉันใด เมื่อตายไปแล้วก็ได้รับความสุขฉันนั้น ไม่ต้องสงสัย.
เมื่อยังมีชีวิตอยู่ยังไม่รู้ไม่เห็นความทุกข์และความสุขมีสภาวะดังนี้ เมื่อตายไปแล้วจะซ้ำร้ายยิ่งนัก จะมีทางรู้ทางเห็นด้วยอาการอย่างไร พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาแก่ข้าฯ อานนท์ ด้วยประการดังนี้.
ขอบพระคุณท่านอาจารย์โสภณค่ะสำหรับดอกไม้กำลังใจ...