หลังแพทย์ตรวจพบ "ซีสต์ที่รังไข่" ถ้ามีขนาดโตขึ้นๆ ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผ่าตัดค่ะ
สูติแพทย์จะ Set OR Elective คือเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนผ่าตัด (เตรียมตัวผู้ป่วย, เลือดพร้อมใช้, อุปกรณ์และทีมผ่าตัด) ต้องจองเลือดอย่างน้อย 2 unit ถ้าไม่มีเลือดเราจะยังไม่ Set ผ่าตัดค่ะ เมื่อถึงวันนัดผ่าตัดผู้ป่วยต้องมา Admit ก่อนวันผ่าตัด ๑ วัน ทีมงานห้องผ่าตัดจะติดตามเยี่ยมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด
ในการผ่าตัดใหญ่ทุกชนิด เรามีแนวทางว่า.. ต้องจองเลือดไว้อย่างน้อย 2 unit เพราะในอดีตเราเคยเจอภาวะวิกฤติ ผ่าตัดโดยไม่มีเลือดมาแล้ว (kunrapee ไม่เคยเจอหรอก.. แต่พี่ๆเก่าๆเล่าให้ฟัง)

คนไข้รายนี้
มาด้วยอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ,
มีเลือดออกจากช่องคลอดระหว่างรอบเดือน,
ปวดหน่วงในอุ้งเชิงกรานเรื้อรังหรือเป็นๆหายๆ
ปวดมากขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน
มีปวดร้าวไปที่หลังบางครั้ง
แพทย์ Ultra sound
พบก้อนขนาดใหญ่มาก เป็นมา ๑ ปีแต่กว่าจะได้ผ่าตัด ไม่มีเลือด
ต้องรอเลือดอยู่หลายเดือน คนไข้ปฏิเสธที่จะไปผ่าตัดที่รพ.มหาราช นม...
จะขอผ่าตัดที่สูงเนินเท่านั้น.. แฟนพันธ์แท้ของคุณหมอชาติชัย
ดวงดีเด่น (สูติแพทย์ของเรา)

ซีสต์มีหลายอย่าง แต่ที่เห็นในภาพเรียก Dermoid Cyst เป็นซีสต์ที่ผิดปกติ เกิดขึ้นในหญิงอายุน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางโตได้ถึง 6 นิ้ว ซีสต์ประเภทนี้จะมีส่วนประกอบคล้ายเซลล์ผิวหนังอยู่ด้านใน เช่นเส้นผม ขน ฟัน กระดูก ลูกตา
วิธีรักษาโดยการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะผ่าตัดโดยตัดปีกมดลูกออก (Salphingectomy) ในรอบปีที่ผ่านมา ๒๕๕๔ เราทำผ่าตัด Ovarian Cyst รวม ๔ ราย ไม่พบปัญหาหลังผ่าตัด
จะเห็นว่าเลือดมีความจำเป็น ต่อการผ่าตัดอย่างยิ่ง
ผู้ป่วยต้องรอผ่าตัดในรพ.ชุมชน จนกว่าจะมีเลือดพร้อม
(ถ้าไม่มีเลือดส่วนใหญ่เรา
ส่งต่อไปผ่าตัดที่รพ.ใหญ่ค่ะ)
การบริจาคเลือด.. จึงเป็นการช่วยเหลือผู้คนได้อย่างมาก..จะเป็นหรือตาย..
ก็เพราะมีเลือดหรือไม่นี่แหละ
ถึงตอนนี้ คุณพร้อมที่จะ "บริจาคเลือด"
แล้วหรือยัง
ขอร่วมแลกเปลี่ยนด้วยคนค่ะ
เป็นซีสต์ที่รังไข่มาปีกว่า คุณหมอบอกว่าขนาดเล็ก 2 cms.ให้ทานฮอร์โมน ดูว่าขนาดจะเล็กลงหรือไม่ หรือก้อนซีสต์จะโตขึ้นไหม ตอนนี้ใช้วิธีธรรมชาติช่วยค่ะ งดนมและผลิตภัณฑ์จากนมวัว, ลดความเครียด, ฝึกโยคะจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย, ทานอาหารเสริมปรับสมดุลของฮอร์โมน ร่วมกับทานยาตามแพทย์
ผลคือขนาดยังเท่าเดิมมา 1 ปีแล้ว
ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณค่ะ "Angle girl" ที่มาร่วมแลกเปลี่ยน
โชคดีที่ไม่โตขึ้นนะคะ
ถ้าโตขึ้นอาจได้ใช้บริการดมยาสลบและผ่าตัด
ขอให้โชคดีตลอดไปค่ะ
เพิ่งตรวจเจอซีสต์ที่รังไขเมื่อเดือน พย. ขนาดประมาณ 6x7x6 cm กว่า แล้วอัลตราซาวน์อีกครั้ง 29/3/55 ระยะห่างกันร่วม 4 เดือน ผลคือ ขนาดเล็ลงเหลือประมาณ 3x4 cm กว่าค่่ะ เป็นไปได้มั้ยค่ะ
ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละค่ะ ขนาดอาจเล็กลงจริง, ช่วงเวลาที่ตรวจ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน, Uitrasound อาจผิดพลาด และอื่นๆอีกมากมายค่ะ
แต่ขอแนะนำให้ผ่าตัดเอาไปเสีย และรอดูผลการตรวจชิ้นเนื้อว่าจะเป็นเช่นไร ขอให้โชคดีนะคะ (ตั้งแต่ทำงานมา ไม่ค่อยพบ ซีสต์ที่รังไข่ผิดปกติค่ะ)
หนูอยากทราบขั้นตอนการผ่าตัดค่ะ พอจะมีขั้นตอนการผ่าตัดรังไข่บ้างมั้ยคะ
น้องมารเรียม อยากทราบลักษณะไหนคะ
เป็นคนไข้, ผู้ช่วยแพทย์ผู้ผ่าตัด (Scrub Nurse) หรือ..
ส่ง mail มานะคะ.. รายละเอียด ออกสื่อ มันน่ากลัวค่ะ ฮิฮิ
ตอนนี้พบเนื้องอกที่มดลูก มีขนาด 4 ซม. และกรรมซ้ำอีก พบ ซีสถุงน้ำที่รังไข่ข้างขวา มีขนาด 7 ซม. คุณหมอให้มาเคลียร์วันลางานให้ได้แล้วค่อยนัดผ่า บอกคุณหมอว่าน่าจะพร้อมประมาณ ต้นเมษายน แต่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าร่างกายจะมีอาการปวด อะไรรุนแรง ที่ต้องทำให้ต้องผ่าก่อนกำหนดที่ลางานไว้ได้หรือเปล่า ถามคุณหมอ kunrapee หน่อยค่ะว่า กว่าจะถึงวันที่พร้อมผ่าตัด คุณหมอคิดว่า จะมีอาการหรือขนาดของถุงน้่ำซีส ใหญ่ขึ้นภายในเดือนสองเดือนี้หรือเปล่าค่ะ แล้วก่อนจะถึงกำหนดผ่าตัด ต้องดูแลตัวเองยังไงค่ะ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ช่วงนี้ต้องงดอาหารหรือกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าค่ะ ปัจจุบันมีอาการแน่นท้อง ระบบขับถ่ายไม่ค่อยดี ตัวร้อนรุมๆ ทั้งวัน บางวันตื่นนอนตอนเช้าจะปวดเอวมาก ปวดตึงๆ เมื่อยๆ อ่ะค่ะ
รบกวนคุณหมอด้วยน๊ะค๋ะ
ขอแก้ข่าวนิดนึงนะคะ kunrapee เป็นวิสัญญีพยาบาลค่ะ อย่าเรียกหมอเลย
ปกติเนื้องอกมดลูก (Myoma uteri) ขนาด ๔ ซม.มักไม่ค่อยผ่าตัดนะคะ ส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดยาเพื่อนลดขนาดของก้อนค่ะ (อาจฉีดหลายเข็ม อาจเป็นปีๆ แล้วแต่คนค่ะ) สำหรับน้อง matika ที่คุณหมอนัดผ่าตัดคงเพราะมีซีสที่รังไข่ร่วมด้วย (ซึ่งขนาดใหญ่มาก.. แปลกใจ ทำไมเพิ่งเจอคะ) ไม่ทราบว่าจะผ่าตัดแบบส่องกล้อง หรือผ่าตัดเปิดหน้าท้องคะ (แต่ทั้งสองวิธี ก็ไม่น่ากลัวค่ะ ขนาดโรงพยาบาลชุมชนยังทำได้เลย ถือว่าจิ๊บๆค่ะ)
การรออีก ๒ เดือนไม่น่ามีปัญหานะคะ ถ้าไม่มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก ไม่ปวดท้องรุนแรง การปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัด.. ขอแค่ทำใจให้สบาย บางครั้งโรคทางกาย มักมาจากใจค่ะ อาจทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
เพิ่งตรวจพบซีสต์ที่รังไข่ข้างขวาค่ะ อายุ 27 ปี ยังไม่แต่งงาน ไม่มีบุตร มีอาการปวดท้องรุนแรงมากก่อนมีรอบเดือน รอบเดือนบางเดือนมาสองครั้ง เพิ่งพบได้ 5 วันค่ะ ยังมีอาการปวดต่อเนื่องแต่ทุเลาลง คุณหมอบอกให้รอดูอาการ 1 เดือนค่ะ ต้องมีการปฎิบัติตัวยังไงบ้างค่ะเพิ่งออกจาก รพ มาเมื่อวาน แต่คุณหมอไม่ได้แนะนำอะไรเลย กังวลค่ะ
ลืมบอกไปว่าตอนนี้มีขนาด 5 cm ค่ะ
เรียนคุณโป้ง
ถ้าขนาด ๕ ซม.ถือว่าใหญ่พอสมควรนะคะ การทานยาหรือฉีดยาอาจช่วยให้ขนาดลดลงไม่ได้มาก แนะนำให้ผ่าตัดค่ะ เอาซีสออกซะ ยังไงเราก็ยังมีโอกาสมีลูกได้ 50% (หมายถึงอีกข้างยังปกติดี) นะคะไม่ต้องกังวล การผ่าตัดอาจเอาออกเฉพาะบางส่วนค่ะ
- ผ่าตัดเอาก้อนซีสออกเฉยๆก็ได้ค่ะ (Cystectomy) หรือ
- ผ่าตัดเอาซีสและรังไข่ข้างนั้นออก (Oophorectomy) หรือ
- ผ่าตัดเอาทั้งซีสและท่อนำไข่ออกเลยค่ะ (Salphingectomy) หรือ
แล้วแต่กรณีค่ะ แล้วแต่แพทย์พิจารณา
สำหรับการปฏิบัติตัว.. ไม่ต้องกังวลนะคะ สบายๆ ไม่เครียด
ถ้าเป็นซีดอยู่แล้วต้องการมีลูกพอจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมค่ะ แล้วจะเป็นอันตรายไหม
แล้วจะมีโอกาสกลับมาเป็นอีกรึเปล่าค่ะ พอดีว่ากำลังวางแผนแต่งงานอยู่ กลัวว่าจะไม่สามารถมีลูกได้
ถ้าเป็นซีสอยู่ โอกาสตั้งครรภ์ ก็มีอยู่นะคะ แต่เป็นเพียง 50% เท่านั้น คือรังไข่ข้างที่เป็นซีสโอกาสจะท้องน้อยมากๆ.. ส่วนอีกข้างที่ไม่เป็นซีส มีโอกาสเหมือนปกติ แต่ไม่ควรตั้งครรภ์ขณะที่มีซีสอยู่นะคะ เพราะโอกาสแท้งสูงค่ะ อันตรายค่ะ
นู๋เพิ่งตรวจเจอได้ 5 วันค่ะ เจอสามก้อน คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัด เพราะก้อนใหญ่แล้ว
ขวา 7 ซม ซ้าย 4 ซม และด้านหลังมดลูกอีก 1 เซนค่ะ อยากทราบว่ามีหลายก้อนแบบนี้ควรจะผ่าคัดแยยไหรดีค่ะ
ผ่าด้วยกล้อง รึ ผ่าเปิดหน้าท้อง ที่จะทำให้ผ่าตัดออกมาได้หมด โดยไม่ต้องผ่าซ้ำอีก คือนู๋กลัวค่ะ อยากผ่าผ่านกล้อง
แต่มันมีหลายก้อนและก้อนใหญ่แล้วกลัวว่าการผ่าผ่านกล้องจะตัดออกมาได้ไม่หมด และนู๋มีทั้งข้างซ้ายข้างขวา
มียังจะมีโอกาสมีลูกได้อีกไหมอะค่ะ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะว่าควรผ่าตัดแบบไหนดี กังวลมาก ๆ ค่ะ
ดิฉันอายุุ29ปีี เมื่อประมาณต้นเดือน ก.พ. มีอาการปวดเกร็ง และหน่วงบริเวณท้องน้อยอย่างแรง มีอาการหน้ามืดหายใจไม่ทั่วท้อง เคยมีอาการปวดหนักแบบนี้มา3-4ครั้งระยะเวลาการปวดแต่ละครั้งกินเวลา3-4ชม.กว่าจะทุเลาเป็นมาตั้งแต่เดือนต.ค.55 นอกนั้นก็ปวดไม่มากพอทนได้คุณหมอที่โรงบาลแห่งหนึ่งในชลบุรีให้แอดมิทเพื่อดูอาการ เพราะอาการปวดไม่ทุเลา สุดท้ายตรวจเจอว่ามีซีสต์ในรังไข่ขนาด3.5cm.แต่หมอยืนยันว่าเป็นอุ้งเชิงกรานอักเสบนอนให้ยาฆ่าเชื้อ3วันแล้วเอายามาทานที่บ้านต่อเขาไม่โฟกัสเรื่องซีสต์เลย ถามอะไรก็ไม่ตอบบอกอย่างเดียวว่ากินยาหมดเดี๋ยวหายปวดไปเองหลังจากนั้นก็นัดตรวจอีก1สัปดาห์ต่อมา พอเราถามเรื่องซีสต์วิธีการรักษาและอาการปวดก็เป็นๆหายๆว่ามันเกี่ยวข้องกันมั้ยกลับโดนตะครอกหาว่าเรารู้ดีไม่เชื่อหมอ แค่นั้นแหละก็เลยรีบเปลี่ยนมารักษาที่ศิริราชแทนหมออัลตร้าซาวด์ดูก็เจอ แต่ระยะห่างแค่2สัปดาห์ซีสต์โตขึ้นมาเป็น4.9cm. แต่หมอก็ยังไม่ฟันธงว่าอาการปวดมันมีสาเหตุจากซีสต์มั้ย ให้ยาควบคุมฮอร์โมนมาทานก็แพ้หมอเลยให้หยุด อยากทราบว่าเป็นไปได้มั้ยที่มันจะโตเร็วขนาดนีี้ หรือเป็นที่เครื่องมือไม่ชัวร์ตั้งแต่ทีแรก แล้วมีโอกาสเสี่ยงต่อการผ่าตัดหรือไม่ ที่สำคัญอาการอุ้งเชิงกรานอักเสบมันต่างจากอาการของซีสต์ยังงัยคะ ต้องทานยานานแค่ใหนถึงจะหายเพราะว่าทานยาฆ่าเชื้อมา๑เดือนแล้ว มันก็ยังปวดอยู่เลยค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ
เรียนคุณก้อย
กรณีก้อนไม่ได้อยู่ด้านในท่อนำไข่ ในมดลูก เราสามารถผ่าตัดเอาออกเฉพาะตัวซีสได้.. การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่วยได้ดีค่ะ เจ็บน้อย ทำกิจวัตรประจำวันและทำงานได้เร็ว
แต่ถ้าก้อนอยู้ด้านในท่อนำไข่หรือมดลูก ส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำให้ผ่าตัดเปิดช่องท้อง และอาจต้องตัดท่อนำไข่หรือมดลูกทิ้งไปเลย..
ยังไงก็ต้องขอความเห็นจากแพทย์ผ่าตัดอีกครั้งนะคะ บอกความต้องการไปว่า.. เราต้องการมีลูก.. ให้คุณหมอช่วยแนะนำสิ่งที่ดีที่สุด.. แต่มันขึ้นอยู่กับซีสที่เราเป็นด้วย.. บางครั้งอาจต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ
ไม่ต้องกลัวนะคะ การผ่าตัด ก็เหมือนกันการที่เรานอนหลับไปแป๊บเดียว ตื่นขึ้นมาก็เรียบร้อยแล้ว เหลือเจ็บแผลเล็กน้อยเท่านั้น.. เป็นกำลังใจให้นะคะ
เรียนคุณ maewmeaw
ถ้าพูดถึงเรื่องขนาดของซีสที่ได้จากการ Ultrasound ที่ไม่เท่ากันนั้น ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะใกล้เคียงแต่ก็มีบางครั้งที่ไม่ตรงกับของจริงเลยค่ะ
ถ้าอุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่วนใหญ่ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น ก็ต้องฉีดยาค่ะ (บางคนอาจต้องใช้เวลาถึง ๒-๔ สัปดาห์) แต่ถ้ายังไม่หายคงต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมค่ะ อาจต้อง CT, MRI ให้ชัดเจน (ซีสส่วนใหญ่แค่ Ultrasound ก็ชัดแล้วค่ะ) แนะนำว่าควรไปตรวจตามนัดนะคะ ถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณหมอก็จะมีวิธีรักษาต่อไปค่ะ (ไม่แนะนำให้ไปตรวจที่อื่นอีกนะคะ เพราะจะกลายเป็นว่าต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เรื่อยๆ) ใจเย็นๆนะคะ ซักถามคุณหมอให้ชัดว่าแผนการรักษาจะเป็นอย่างไร ต่อไป
ส่วนการรักษาซีส, ก้อนในมดลูก ถ้าขนาดแค่ ๔.๕ ซม.คุณหมอมักแนะนำให้ฉีดยาเพื่อลดขนาดก้อนค่ะ บางคนต้องฉีดยาเป็นปีๆเลยค่ะ แต่ถ้าขนาดไม่เล็กลงคุณหมอจะแนะนำให้ผ่าตัด
ปรึกษาคุณหมอดีที่สุดค่ะ เพราะคุณหมอจะรู้รายละเอียดของโรคเราที่สุด kunrapee ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
วันนี้เพิ่งตรวจเจอซีสต์ในรังไข่ทั้งสองข้างค่ะ ไปหาคุณหมอด้วยอาการปวดท้องน้อยและสฃสัยว่าตัวเองเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่โดยส่วนตัวเป็นโรค OAB อยู่แล้วและกำลังรักษาอยู่ แต่มาสองเดือนหลังรู้สึกว่ามีอาการคล้ายกระเพาะปัสสาวะกำเริบอีกเลยไปหาคุณหมอ และคุณหมอได้ultrasound พบก้อนซีสต์ขนาดเล็กและใหญ่ข้างละเกือบ20เม็ดทั้งสองข้าง ขนาดใหญ่สุดคือ 3 ซม. ถามคุณหมอว่าต้องผ่ามั้ย เพราะอยากเอาออก คุณหมอบอกไม่ต้องเพราะยังเล็ก แค่กินยาคุมก็พอ อต่ก็แปลกใจมาก เพราะเมื่อเดือนกรกฏาคมปีทีแล้วก็เพิ่งตรวจไปผลก็ปกติ มาวันนี้ระยะเวลาไม่ถึงปี กลับมีซีสต์เยอะมาก แสดงว่ามันโตเร็วมาก ตอนนี้กำลังจะลองไปตรวจที่อื่นดูเพราะอยากรู้คำวินิจฉัยและแผนการรักษาของคุณหมอท่านอื่นดูบ้าง ดิฉันอายุ26 ปีค่ะ เลยอยากปรึกษาและอยากทราบว่าต้องทำอย่างไรดี จะทานยาคุมอย่างที่คุณหมอบอก หรือลองเปลื่ยนที่รักษาที่อื่นดูบ้าง หรือจะต้องผ่า คุณหมอท่านนัดตรวจซ้ำอีก6เดือน แต่ดิฉันกังวลมากๆ และควรจะไปรักษาที่ไหนดีที่แพทย์มีความชำนาญมากๆในกรุงเทพ รบกวนด้วยนะคะ
เรียนคุณ Praipreeya
ปกติทานยาเพื่อนลดขนาดซีส ก็ได้ผลอยู่นะคะ..
แต่ส่วนใหญ่คุณหมอจะตรวจ Ultrasound ทุกครั้งที่ไปรับยาค่ะ อาจทุก ๒-๓ เดือน
ถ้ากังวลมากลองไปตรวจเพื่อนยืนยันอีกสักแห่งก็ได้ค่ะ
ถ้าผลการตรวจเหมือนกัน.. ลองปรึกษาคุณหมอเรื่องนัดให้ถี่ขึ้นกว่าเดิม
แนะนำโรงพยาบาลของรัฐ ที่มีชื่อเสียงค่ะ แพทย์เฉพาะทางเก่งมาก
เป็นกำลังใจให้นะคะ
สวัสดีค่ะ kunrapee
ดิฉันตรวจเจอซีตส์รังไข่ขวา ขนาด 4.9×4.5×6.25 cm เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2556 หมอแนะนำให้ผ่าตัด ดิฉันก็จะผ่าแต่ติดตรงที่ดิฉันต้องเดินทางไปต่างประเทศช่วงสงกรานต์ กลับมาวันที่ 27 เมษายน คุณหมอบอกว่าให้ผ่าหลังกลับมาก็ได้ เพราะยังไม่มีอาการเจ็บ ดิฉันอยากรบกวนสอบถามว่า พอเป็นไปได้หรือไม่ จะอันตรายไหม เสี่ยงหรือเปล่า ไม่มีอาการเจ็บนะค่ะ แต่ตึง ๆ เสียว ๆ เป็นบางครั้งเมื่อปวดปัสสาวะมาก พอปล่อยปัสสาวะแล้วก็ไม่ปวดค่ะ ช่วยแนะนำว่าค่ะ ควรงดไปต่างประเทศ หรือไปได้ แต่ต้องดูแลตัวเองอย่างไรดีค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
เล็ก