ช่วงนี้เด็กๆ กำลังสอบแข่งขันกันเข้าเรียนระดับม.1 มีครอบครัวคุณครูข้างบ้านครอบครัวหนึ่ง ซึ่งอาจารย์ทั้งสองนั้นมีลูกสามคน สองคนนั้นโตแล้ว เรียนจบมีงานทำไปแล้ว และมีน้องน้อยสุดท้องกำลังเรียนอยู่ชั้นป.5 คุณแม่ก็มาจากไปด้วยโรคฮิตของยุคนี้ คุณมะเร็งนั่นเอง..

จากนั้นมาครอบครัวนี้ก็อยู่กันสองพ่อลูก คุณพ่อนั้นชอบทำงานสวน ท่านก็ไปสวนทุกวัน ส่วนเรื่องเรียนลูกก็ทำหน้าที่ไป วันเวลาผ่านไปเข้าสู่ช่วงต้องไปสอบแข่งขันกันเพื่อเข้าเรียนมอหนึ่ง เค้าก็ไปสอบหลายที่ แต่ที่หนึ่งที่น่าสนใจก็คือ โครงการเด็กเรียนฟรีของโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยพิษณุโลก น้องเขาสอบได้ ติดท็อปเท็นของที่นี่ เมื่อเช้ามีโอกาสได้เจอหน้ากันที่หน้าบ้านก็ได้สอบถามว่า ไปเรียนหรือเปล่า ได้คำตอบคือ ไปครับ รายงานตัวพรุ่งนี้ ..ผมเองก็ชมเขานะ เก่งมากๆ เลย ในใจนี่ทึ่งกับการวางสเต็บการเรียนของคุณพ่อคุณแม่อย่างมากเลย ..

นี่ขนาดคุณแม่จากไปแล้ว ผลงานยังทรงคุณภาพ คล้ายกับต้นพันธ์มะม่วงชั้นดีที่ผ่านการดูแลตามขั้นตอนมาจนแกร่งแล้ว..ไม่ว่าจะเจอภัยแล้ง  ลมฝนกระหน่ำขนาดไหน ต้นพันธ์นั้นก็ยังออกลูก ออกผลิตผลที่ยอดเยี่ยมอย่างงสม่ำเสมอ..นี่ยอดจริงๆ

ที่อยากจะคุยให้ฟังก็สืบเนื่องจาก การตัดสินใจไปเรียนของน้องคนนี้แหละ เพราะจริงๆ ส่วนตัวก็คิดว่าคุณพ่อคุณลูกคงคุยกันและสรุปผลว่า จะต้องเรียนต่อที่พิจิตรพิทยาคม ซึ่งใกล้บ้านและได้อยู่กับคุณพ่อด้วย ปรากฏว่า ผมทายผิด เพราะคำตอบมันออกมาว่า คุณพ่อนั้นเขาทำเพื่อลูก เขาประกันอนาคตการศึกษาให้กับลูก ผมคิดว่าเขาประกันเพื่อความมั่นใจว่าเมื่อเขาจากไปอย่างไม่ทันได้คิดนั้น ลูกก็จะถึงฝั่งฝัน หรืออย่างน้อยก็ขึ้นฝั่งเรียบร้อย คือยังไงก็มีทุนมีที่เรียนจนจบปีกกล้าขาแข็งแล้ว แน่นอน ..เมื่อจบมอหกก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว อย่างในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นี่หากสมมุติว่าพ่อจากไปแล้ว เขาเองก็ยังสามารถที่จะไปหาพี่ๆ ได้ในช่วงวันหยุด ส่วนปกติที่โรงเรียนเค้าเป็นการเรียนฟรีและเป็นนักเรียนประจำ ..เยี่ยมจริงๆ

สิ่งที่ผมคิดอีกอย่างก็คือหากเราจะต้องฝากเงินไว้ให้เขาใช้รายเดือนนั้น เราจะไว้ใจใครได้ หรือเราพึ่งระบบอะไรน้า..ที่จะซื่อสัตย์และสามารถจ่ายเงินให้ลูกเราแทนเราเมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว ...ระบบอะไรน้า เช่น ฝากเงินไว้ในธนาคารแล้วให้เขาไปเบิกมาใช้ , ระบบประกัน, พินัยกรรม เป็นต้น นี่คือความถามครับ