การมองคนละมุมในเรื่องเดียวกันนี่มันทำให้ชีวิตคู่ หลายๆ คนพังมาแล้ว การใช้ชีวิตคู่ นั้นต้องมีการปรับตัวหลายอย่างด้วยกัน บางคนปรับตัวไม่ได้ก็พลันชีวิตคู่ล้มเหลว บางคนปรับตัวได้ แต่ต้องทนสภาพในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ก็กลายเป็นไม่มีความสุข
การมองคนละมุมในเรื่องเดียวกันนี่มันทำให้ชีวิตคู่ หลายๆ คนพังมาแล้ว การใช้ชีวิตคู่ นั้นต้องมีการปรับตัวหลายอย่างด้วยกัน บางคนปรับตัวไม่ได้ก็พลันชีวิตคู่ล้มเหลว บางคนปรับตัวได้ แต่ต้องทนสภาพในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ก็กลายเป็นไม่มีความสุข แต่สำหรับฉันแล้ว คิดว่าจริงๆแล้วการที่เราจะอยู่ ใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนหนึ่ง เราอย่ามอง เพียงความรู้สึกของตัวเองด้านเดียว เราต้องเข้าใจ ธรรมชาติ ของคนที่เราใช้ชีวิตคู่ด้วย ถึงจะทำให้เราสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข ก่อนจะมาเป็นคู่ชีวิตกันนั้น เราต้องยอมรับว่าต่างคนต่างเกิดการเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน ฉะนั้นธรรมชาติในการที่จะอยู่หรือดำเนินชีวิตของเราจะไม่เหมือนกัน แน่นอน แต่คนเรามักเข้าใจผิด เวลาที่เรารักกันมักจะคิดว่าความรักจะทำให้คนอีกคนเปลี่ยนแปลงเพื่อเรานั้น เข้าใจผิด บางครั้งการมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมันอาจจะไม่จำเป็นต้องรักกันเสมอไป คนที่เรารักอาจจะไม่ใช่คนที่เราจะเลือกอยู่ด้วย เพื่อนฉันคนหนึ่งเป็นพยาบาล แฟนเป็นวิศวกร เลิกกันเพราะเรื่องขันน้ำใบเดียว ฉันได้ยินเหตุผลการเลิกกันของเพื่อนนั้น ก็อดคิดไม่ได้ว่า ...แค่นี้เหรอ....ที่เรารู้สึกอย่างนี้เพราะธรรมชาติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
“เพื่อนฉันที่เป็นพยาบาลมีพ่อเป็นทหาร แม่เป็นครู ธรรมชาติของเขาเกิดมาจากความมีระเบียบ ตั้งแต่สมัยเรียนพยาบาลด้วยกันเพื่อนจะรับไม่ได้เลยถ้ามีใครเอาขันในห้องน้ำลอยตุ๊บป่องในอ่างน้ำ เธอจะคอยจัดระเบียบสังคมเพื่อน ตลอด กับฉันจะคุยกันได้เพราะฉันไม่เคยโกธรเธอ ยอมรับเธอที่เป็นเธอ แฟนเพื่อนฉันที่เป็นวิศวกร พื้นฐานครอบครัวเป็นครอบครัวชาวนา แต่เป็นคนเรียนเก่ง ตั้งแต่เกิดมาชีวิตไม่เคยมีระเบียบแบบแผน เพราะเคยมีชีวิตที่ลำบากมาก่อน ได้ดีเพราะความมุ่งมั่นขยันตั้งใจ ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ ตอนเป็นแฟนกับเพื่อนฉันนั้นก็ดูทั้งคู่ O.K. มากในสายตาคนอื่น พ่อ แม่ เพื่อนฉันก็ชอบลูกเขยที่เป็นคนดี ถึงฐานะจะด้อยกว่ามากก็ไม่เป็นประเด็น ทั้งคู่ชอบกันตั้งแต่ ม.4 จนกระทั่ง เรียนเรียนจบปริญญาตรีก็คบกันอยู่ จบทำงนได้ 2 ปีก็แต่งงานกัน รวมๆคบกัน 9 ปี ทั้งคู่ดูเป็นคู่ที่น่าอิจฉา ฝ่ายหญิงก็เรียบร้อย เป็นแม่บ้านแม่เรียน ฝ่ายชายก็เป็นคนดีของสังคมเรียกว่าใครเดือดร้อนเขาช่วยเหลือหมด เพราะคิดว่าตัวเองเคยลำบากมา เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เจ้าชู้ แต่งงานกันได้ 6 เดือนหย่ากัน ทำให้เป็นที่สงสัยของคนทุกคน ว่าหย่ากันเพราะอะไร เพื่อนๆที่รู้ข่าวก็ว่ากันรวมตัวให้คนที่ค้นหาความจริงก็คือ ชลัญธร ซึ่งสามารถเข้ากับทั้งคู่ได้ดีกว่าคนอื่น จากการพูดซักถามกับเพื่อนทั้ง 2 คน พบว่า
ฝ่ายหญิง “ ก็ยังรักกันอยู่ แต่อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ตอนที่คบกันไม่เคยอยู่ด้วยกันก็เลยไม่รู้ว่าแฟนเป็นอย่างไร ที่ไม่ชอบและรับไม่ได้เลยก็คือ สามีชอบเอาขันอาบน้ำในห้องน้ำ ลอยตุ๊บป่อง ในอ่าง ตัวเองเห็นแล้วจะปริ๊ดแตกไม่ชอบสุดๆ อาบน้ำตอนเย็น เข้าไปเห็น รู้สึกโมโหมาก พลอยให้หมดอารมณ์ทางเพศไปเลย ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็เห็นอีก อารมณ์เสียไปทำงานทุกวัน หงุดหงิดจนไม่เป็นอันทำงาน แล้วก็ไม่อยากกลับบ้านเพราะจะต้องไปเจอขันลอยน้ำอยู่ บอกให้ปรับก็ทำได้ 2-3 วัน เอ้า เป็นอีกแล้ว รับไม่ได้จริงๆ เลิกกันดีกว่า “
ฝ่ายชาย “ เป็นอะไรของเขาก็ไม่รู้ แค่ขันลอยน้ำ เห็นเมื่อไรอาระวาดเมื่อนั้น เราก็ลืม เคยพยายามจะเอาวางขอบอ่างแต่ด้วยความเคยชินก็เผลอเอาลอยน้ำไว้จนได้ เธอกลับมาเห็นก็บ่น โน่น นี่ นั่น ไอ้เราทำงานมาเหนื่อยๆ กลับมาบ้านอยากพักผ่อน มาเจอขาวีน เซ็งมั๊ย พลอยหมดอารมณ์ทางเพศไปเลย ไอ้เรานะเหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เจ้าชู้ หาเงินมาทุกบาทก็ให้เธอหมด แล้วจะเอาอะไรอีก น่าเบื่อเลิกกันดีแล้ว”
เราฟังเหตุผลของทั้งคู่ ก็งง “หา!!!!!! เลิกกันแค่ขันลอยน้ำนี่นะ” จริงๆเรื่องมันแก้ง่ายนิดเดียว ทำไม 2 คนนี่มันคิดไม่ได้ก็ไม่รู้ แค่เอาอ่างน้ำออกจากห้องน้ำ ใช้ฟักบัวอาบน้ำแทน ก็ไม่มีขันลอยน้ำตุ๊บป่องแล้ว ทำไมมันคิดไม่ได้ ไอ้เราก็เสนอแนวทางไป มันบอกว่าหมดความรู้สึกแล้ว พอเห็นหน้านึกถึงเรื่องเก่าๆ แล้วรับไม่ได้ ล่าสุดฝ่ายหญิง แต่งงานใหม่กับ นายตำรวจ ซึ่ง เหล้าก็กิน บุหรี่ก็สูบ ขี้หลีก็มี แต่ มีพื้นฐานครอบครัวตำรวจก็อยู่ด้วยกันได้ เพื่อนบอกตอนนี้มีความสุขมาก ส่วนฝ่ายชาย ได้แต่งงานใหม่กับสาวที่เคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถม อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เรียนไม่เก่ง หน้าตาก็ไม่สวยเท่าไร มีอาชีพเสริมสวย ทุกวันนี้เจอเพื่อก็บอกมีความสุขดี ..........ฉันก็เลยมาถึงบางอ้อว่า อือ!!! คนเรานี่ เพียงแค่เรื่องเล็กของอีกคน แต่มันอาจเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคนก็ได้ เมื่อเราต่างมองต่างคิดคนละมุม ดังนั้นการจะอยู่ร่วมกันเราอย่ามองให้เห็นมุมจะดีกว่า เราก็ไม่ต้องมองยอมรับในธรรมชาติ ของคนที่อยู่กับเราในสิ่งที่ เขา เป็นอยู่ จะดีกว่า อย่าพยายามเปลี่ยนคนอีกคนให้เป็นอย่างที่เราต้องการเพราะมันเปลี่ยน “ สันดานคน” มันยาก สู้อยู่กับสิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆที่มีให้กันชีวิตจะมีความสุขมาก
สำหรับเรื่องขันน้ำที่ทำให้เพื่อนฉันเลิกกันนั้น ฉันก็ไม่คิดว่าแล้วว่า เป็นเรื่อง “แค่ขันน้ำ “ แต่เลิกกันเพราะ ”ขันน้ำ”เชียวนา อย่าคิดว่าเรื่องเล็ก .......................................
ขอบคุณ ท่านอาจารย์ โสภณ เปียสนิท และ พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ ที่ให้กำลังใจค่ะ
เป็นอุทาหรณ์ที่ดีมากอีกเรื่องเลยล่ะค่ะ