"การลงทุนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและเฉาเร็ว"

ฤดูหนาวหลายฤดูหนาวที่ผ่านมา เชียงใหม่แห่งการท่องเที่ยวที่ตื่นตาของคนไทยมี "ทิวลิป" ดอกไม้อันงดงามจากเนเธอร์แลนด์แดนไกลมาปลูกโชว์ให้คนไทยได้มีโอกาสบันทึกอย่างละลานตา

จำได้ว่า เคยคุยกับพี่นุช (คุณนายด็อกเตอร์) เกี่ยวกับที่มาที่ไปของ "ทิวลิป" นี้

แต่วันนี้ค้นพบอีกข้อมูลหนึ่งในเรื่อง "มูลค่า" ที่สูงสุดของ "ทิวลิป" ในอดีต

 

 

"ริก เบเยอร์" ได้เล่าไว้ในหนังสือ ชื่อ "The Greatest stories never told: 100 Tales from history to astonish, bewilder, and stupefy" ซึ่ง "ศุภมิตร เขมาลีลากุล" ได้นำมาแปลไว้ในหนังสือ ชื่อ "นาทีประวัติศาสตร์ ๑๐๐ เรื่องลับพลิกโลก" ในหน้า ๔๐ - ๔๑ ดังนี้

 

 

คลั่งทิวลิป

 

ในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ.๑๖๓๖ ชาวดัตช์ในเนเธอร์แลนด์ไม่ได้เฝ้าดูดัชนีดาวโจนส์หรือแนสแด็กกันเลย แต่สิ่งที่พวกเขาเฝ้าดูคือ ราคาของดอกทิวลิป ดอกทิวลิปกลายเป็นชีวิตจิตใจของเนเธอแลนด์ซึ่งเต็มไปด้วยชาวสวน ความต้องการดอกไม้ชนิดนี้มีสูงกว่าปริมาณดอกทิวลิปที่มีอยู่มาก

เนเธอร์แลนด์เพิ่งผ่านพ้นยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง และชาวดัตช์มีเงินใช้เหลือเฟือ การซื้อขายหัวทิวลิปกลายเป็นการเก็งราคาซื้อขายล่วงหน้ากันอย่างบ้าระห่ำ เมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น บางครั้งสูงถึงสองเท่าในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ พวกช่างก่ออิฐ พ่อค้า พระ ตลอดจนนักกฎหมาย ต่างผันตัวมาเป็นพ่อค้ารายวันเพื่อพยายามหารายได้จากการขายหัวทิวลิป

ราคาหัวทิวลิปพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่ความคลั่งไคล้ดอกทิวลิปใกล้จะจางหายไปนั้น หัวทิวลิปที่หายากบางชนิดขายได้ราคาเท่ากับค่าเงิน ๑ แสนเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบันเลยทีเดียว

 

หลังจากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.๑๖๓๗ ตลาดทิวลิปก็พังครืน บรรดาพ่อค้าต่างตื่นตระหนกกับราคาหัวทิวลิปที่ร่วงลมาเหลือเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเดิม บางครั้งยังน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ กำไรที่น่าจะได้ อันตรธานหายไปในพริบตา และความรู้สึกคลั่งทิวลิปก็หายไปอย่างรวดเร็ว พอ ๆ กับที่คนเริ่มคลั่งไคล้กันในตอนแรก

 

 

ทิวลิปชนิดที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ ชนิดที่มีสีเกือบเหลืองล้วน หรือ เกือบขาวล้วน หรือ มีริ้วสีม่วง หรือ แดงสดแซม ที่น่าขันที่สุดก็คือ จริง ๆ แล้ว ดอกทิวลิปพวกนี้ติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่พบได้ในเฉพาะดอกทิวลิปนั่นเอง

 

 

 

 

หัวทิวลิปที่เป็นที่ต้องการของตลาด หัวหนึ่งราคา ๓,๐๐๐ กิลเดอร์ มีให้พบเห็นทั่วไป นักเขียนคนหนึ่งเขียนไว้ใน ค.ศ.๑๖๓๗ ว่า เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้สามารถนำไปซื้อของต่อไปนี้ได้ทั้งหมด

หมู ๘ ตัว
วัว ๔ ตัว
แกะ ๑๒ ตัว
ข้าวสาลี ๒๔ ตัน
ข้าวไรย์ ๔๘ ตัน
เหล้าไวน์ ๒ ถัง (Hogshead มีความจุ ๒๓๘.๗ ลิตร)
เรือ ๑ ลำ
เบียร์ ๔ ถัง
เนย ๒ ตัน
เนยแข็ง ๑,๐๐๐ ปอนด์
ถ้วยเงิน ๑ ใบ
เสื้อผ้าใหม่ ๆ
เตียง ๑ หลัง

 

.....................................................................................................................................................

 

 

 

ปัจจุบันนี้ ผมเห็นที่เชียงใหม่ ซื้อ-ขายกัน หัวละ ๑๐๐ บาท ครับ

"ทิวลิป" งดงามเฉพาะเปลือกนอก หากแต่ไม่มีกลิ่นหอมใด ๆ ให้ได้กลิ่นรัญจวนใจเลย บันทึกภาพได้สวยงามดี ...

แต่ถ้าเป็น "มะลิ" บ้านเรา บริสุทธิ์งดงาม แถมด้วยกลิ่นหอม นอนหลับสบาย

เอ จะเลือกดอกไม้ชนิดไหนมาอยู่ข้างกายดี ???

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

.....................................................................................................................................................

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ ...

เบเยอร์, ริก.  นาทีประวัติศาสตร์ ๑๐๐ เรื่องลับพลิกโลก/ ริก เบเยอร์: เขียน ศุภมิตร เขมาลีลากุล: แปลจาก The Greatest stories never told: 100 Tales from history to astonish, bewilder, and stupefy. - กรุงเทพฯ: อมรินทร์, ๒๕๕๔.