จู่ๆเหตุการณ์วันนี้ก็ชวนให้นึกถึงการ์ตูนหน้าเหมือนแมว ที่มีความสามารถพิเศษ อยากได้อะไรก็ขอให้ล้วงหยิบมาให้ได้ทันใจ เจ้าการ์ตูนตัวนี้เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆในยุคเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ต่อมาความดังของมันจางหาย ระยะท้ายๆเหมือนจะมีคำวิจารณ์ว่า การ์ตูนนี้สอนให้เด็กปัญญาอ่อน คิดแต่ที่จะพึ่งพิงคนอื่น มีอะไรไม่ช่วยตัวเองเลย เอาแต่แบมือขอดะ แถมยังสอนให้ก้าวร้าว ไม่สู้คน จับจด
ตัวละครสำคัญที่มีหน้าตาเหมือนแมว มีชื่อว่า “โดราเอมอน” ตัวละครอีก 2 ตัวที่ทำให้เรื่องนี้ดาวน์ลงตามเสียงสังคม น่าจะเป็นเด็กตัวเอก 2 คน คนหนึ่งชื่อ “โนบิตะ” อีกคนชื่อ “ไจแอนท์”
นึกถึงแล้วก็เกิดอารมณ์ขัน ขำตัวเองว่า เป็นไปได้ เรื่องของงานจูงใจให้ไปแตะเรื่องนี้ได้ยังไง
ที่ได้รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นช่วงลูกยังเล็ก พวกเขาชอบอ่านมัน ไปร้านหนังสือทีไร เห็นเล่มใหม่ เรื่องใหม่จะหยิบจับมาให้จ่ายเงินซื้อ มีการ์ตูนฉายอยู่ตรงหน้า จะไม่ยอมไปไหน จนกว่าจะจบตอน
ความที่อ่านหนังสืออะไรก็ได้ จึงเหมือนได้บารมีลูก เปิดโอกาสให้รู้จักมัน
จำได้ว่า ที่เลิกอ่านก็ด้วยรู้สึกเบื่อ อ่านผ่านหลายเล่มเข้า เมื่ออ่านจบลง จะมีความเห็นนี้โผล่มาในห้วงคิด “ขึ้นต้นยังงี้ แล้วก็จบงี้อีกแหล่ว”
เมื่อคำว่า “รู้แล้ว” ถูกบันทึกไว้ในสมอง การอ่านต่อๆมาก็ไม่สนุก แล้วในที่สุดก็ไม่อยากเอื้อมหยิบขึ้นมาอ่าน จนเหลือนานๆครั้งมากจึงเปิดอ่านอีก
ที่เล่านี่ไม่ได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านใหม่ คำว่า “เบื่อ” ในเฟสบุ๊คกระเด็นมาเข้าตา ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า เคยรู้สึกเหมือนกัน
เจ้าภาวะ “รู้แล้ว” นี่แหละที่ทำให้เกิดเบื่อ เซ็ง ที่ก้าวข้ามมาได้ก็เพราะหาวิธีละลายความเบื่อไปซะ เพื่อไม่ให้พลังชีวิตของตัวเองหดหาย
เคยเห็นคนที่เบื่อมากๆแล้วหดหู่ ไม่อยากทำลายตัวเองด้วยความเบื่อ ก็เลยทำใหม่ ตั้งคำถามชวนให้หาคำตอบ “เห็นอะไรใหม่” มีอะไรอีกที่สมองบันทึกการรับรู้ ที่ไม่ใช่เรื่องเดิมๆกับเรื่องตรงหน้าบ้าง
คำถามนี้ช่วยให้ก้าวข้ามไปพบกับความสนุก สัมผัสอารมณ์ใหม่ๆ กับเหตุการณ์คล้ายเดิมๆ สนุกกับการคาดเดาคำตอบ เหมือนเล่นเกมส์ทายปัญหา แล้วได้คำตอบออกมาพลิกไปไม่เคยซ้ำ แถมยังถูกทุกข้อ ในความรู้สึกของตัวเอง
ไหนๆเจ้าโดราเอมอนก็โผล่ขึ้นมาเตือนความจำ จึงลองหาคำตอบว่าเห็นอะไรใหม่บ้าง ก็พบว่ามีเรื่องดีๆ ใหม่ๆซ่อนอยู่มากมาย ถ้าอ่านแต่ตัวหนังสือสัมผัสไม่ถึงคุณค่าหรอก คุณค่านี้คนใจเร็ว ด่วนตัดสิน สัมผัสไม่ถึง มองไม่เห็น คนที่อ่านด้วยใจเท่านั้นจึงเข้าถึง
เพิ่งได้คำตอบว่า ทำไมตอนนั้น ลูกชอบอ่าน รู้สึกเป็นโชคที่สมัยนั้นยอมจ่ายตังค์ซื้อมาให้พวกเขาอ่าน
เจ้า “โดราเอมอน” มาช่วยเติมฝันให้เด็กๆ ความเป็นตัวแทนของฮีโร่ที่เด็กๆใฝ่ฝัน อยากอยู่ด้วย พฤติกรรมแบบว่า มีอะไรบอกมา หนูพึ่งได้ เป็นเพื่อนได้ เป็นบ่าวได้ เป็นพี่ได้ อยากลองอะไร ใจดีให้หมด ได้ลองหมด แถมยังเป็นเพื่อนเล่น เป็นพี่ ที่ไม่ทิ้ง อยู่ด้วยก็ได้ประสบการณ์ดีๆที่ตื่นเต้น ประทับใจ
สิ่งประดิษฐ์แต่ละอย่างที่ดึงออกมาได้เหมือนเนรมิต น่าทึ่งจริง อะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็น ทำอะไรได้แปลกๆ ทำให้งงงวย
เวลาสัมพันธ์ด้วย ก็รู้สึกได้ว่ารัก เมตตา ใส่ใจ ภักดี ห่วงใย สนุกด้วย ทุกข์ด้วย แอบคอยดูแล ไม่ทิ้งไกล
เหล่านี้มีอยู่เกลื่อนให้เด็กเก็บมาเติมฝัน
เพิ่งเห็นว่า ที่ผ่านมารู้จักโดราเอมอนเพียงผิวเผิน จึงตามไปหาที่มา อ่านแล้วอึ้ง
ศักดิ์ฐานะของมันสูงส่งในด้านวัฒนธรรมอย่างที่คาดไม่ถึงเลยเชียว ตำแหน่งของมันคือ “ทูตแอนนิเมชั่น” ตัวแรกของญี่ปุ่น ที่มีตำแหน่งเป็น ถึง “ทูตสันถวไมตรี“ อย่างเป็นทางการของประเทศญี่ปุ่นทีเดียวเชียว
ขอบคุณโดราเอมอนที่แอบเพาะเมล็ดต้นแห่งความสุขไว้ในใจของลูกๆฉัน
๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่หมอเจ๊
โดเรม่อน ยังประทับอยู่ในใจ ตอนเด็กๆ พี่น้องดูกันทั้งบ้าน
ชอบไทม์แมชชีน กะเครื่องช่วยบินค่ะ จนตอนนี้ยังได้คุยกับหลาน เพราะชอบเช่นกัน
พี่หมอสบายดี ส่งกำลังใจกับการงานเสมอ เช่นเคย นะคะ