Athena
เจนณิพัฒน์ ยะอนันต์

case IV Goal Setting, Performance Management, and Rewards :Solution


Andy ควรบริหารพฤติกรรมลุกน้องอย่างไร ตั้งเป้าหมายแบบไหนจึงเหมาะสม
  1. 1.      การแก้ไขปัญหา (Solution)

1.1.   กำหนดวิธีการตั้งเป้าหมาย รูปแบบการประเมินและวัดผล และการให้รางวัลสำหรับพนักงานทั้ง “The Golden Bow” :  สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาตามวิธีการดังกล่าวนี้ สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับ Davis ได้ครบทุกด้าน ทำให้พนักงานทั้งหมดเกิดความรู้สึกว่า Davis ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นผู้บริหารร้านที่มีความยุติธรรม ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อาศัยทฤษฏีของ ของ Maslow มาวิเคราะห์ถึงความต้องการที่อยู่ภายในจิตใจของพนักงานทุกคนในร้านอย่างแท้จริง จากนั้นนำความต้องการที่ได้มาหาตัวผลักดันโดยการบริหารความคาดหวังของพนักงานแต่ละระดับให้เกิดแรงจูงใจโดยการอาศัยทฤษฏีของ Victor Vroom ซึ่งหาก Davis สามารถสร้างแรงจูงใจให้พนักงานแสดงความรู้ความสามารถในการบริหารภาระหน้าที่งานของเขา มีความรับผิดชอบในภาระหน้าที่งานของเขาแต่ละคนอย่างอิสระก็จะทำให้พนักงานของ The Golden Bow แสดงความรู้ความสามารถได้ออกมาอย่างเต็มที่ และมีความสุขอยู่เสมอกับพฤติกรรมที่แสดงออกมา จากนั้น Davis ค่อยร่วมกับพนักงานในการในการกำหนดเป้าหมาย การประเมินผลหรือการวัดผลของประสิทธิผลของร้าน ตลอดจนการกำหนดรางวัลตอบแทนตามคิดของ GEORGE  R. TERRY กล่าวว่า “การวางแผนคือ  เทคนิคการมองอนาคตอย่างมีระบบ  เป็นการพยากรณ์การปฏิบัติงานในอนาคต  ว่าจะต้องทำอะไร  ทำเมื่อไร  และทำที่ไหน  เพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ” โดยการกำหนดวัตถุประสงค์ของการทำงานเพื่อมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ Davis ต้องการวัตถุประสงค์ที่สามารถให้กิจกรรมนั้นๆ บรรลุผล  เพราะฉะนั้น  วัตถุประสงค์ที่ดีควรคำนึงถึงความ  SMART  ของวัตถุประสงค์ 

1.2.   ปรับโครงสร้างองค์กร ให้ Davis ปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในร้านส่วนของ Cooking ใหม่ โดยการแบ่งสัดส่วนการทำงานออกอย่างชัดเจน และให้การทำงานนั้นมีความต่อเนื่องกันในแต่ละดับพื้นที่ โดยการปรับปรุงร้านดังกล่าวสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในร้าน และทำให้ Davis นั้นสามารถกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดของพนักงานภายในร้านได้อย่างชัดเจน แต่อาจต้องใช้เวลาการทำที่นาน เพราะ Davis อาจต้องเข้าไปทำความเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการทำงานแต่ละส่วนให้ชัดเจน โดยการอาศัยทฤษฏีของ McKinsey 7s Framework เป็นการนำปัจจัย 7 ประการ ในการประเมินองค์การ ที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์องค์การ เป็นกรอบการทำงาน 7s ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ทั้ง 7 ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น 1) กลยุทธ์ขององค์การ (strategy) 2) โครงสร้างองค์การ (structure) 3) ระบบการปฏิบัติงาน (system) 4) บุคลากร (staff) 5) ทักษะ (skill) 6) รูปแบบการบริหารจัดการ (style) 7) ค่านิยมร่วม (shared values)

1.3.   ปรับทัศนติมุมมองของ Eddie ให้ตอบสนองได้อย่างถูกต้องเนื่องจากไม่ว่าพนักงานเหล่านั้นจะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ใด ได้รับอัตราค่าจ้างแบบใด ย่อมต้องมีความรับผิดชอบในแต่ละหน้าที่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นต้องปรับทัศนคติให้ Eddie นั้นมีความสุขกับหน้าที่ของตน ผนวกกับการรับผิดชอบในหน้าที่ของตนโดยไม่คำนึงถึงรายได้ที่ได้รับ โดยวิธีการปรับนั้นต้องอาศัยทฤษฏีของ Maslow เป็นต้วค้นหาความคิด ความต้องการที่แท้จริงของ Eddie และจากนั้นค่อยใช้ทฤษฏีการทฤษฎีคุณลักษณะของงาน (Job - Characteristics Theory) ของ J.Richard Hackman และ G.R. Oldham ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจจากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของ Eddie ให้ Eddie ทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน จากนั้น Davis ค่อยเริ่มต้นหาวิธีการกำหนดตัวชี้วัด เป้าหมาย และแบบการประเมินสำหรับพนักงานทุกคนอีกครั้ง

 

  1. 2.      การเลือกแนวทางการแก้ไขพร้อมแนวคิดและทฤษฏีที่เรียนมา

เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาข้อ 2.1  กำหนดวิธีการตั้งเป้าหมาย รูปแบบการประเมินและวัดผล และการให้รางวัลสำหรับพนักงานทั้ง The Golden Bow

การแก้ไขปัญหาจากในกรณีศึกษาถือว่า Davis มีขั้นตอนและวิธีการที่ดี ชัดเจน แต่ Davis ต้องกำหนดเป้าหมาย รูปแบบการประเมินและวัดผล และการให้รางวัลสำหรับพนักงานทั้ง The Golden Bow แบบกไม่เลือกปฏิบัติ เป็นผู้บริหารร้านที่มีความยุติธรรม โดยเริ่มต้นจาก

วิเคราะห์ถึงความต้องการของพนักงานทุกคนที่มีอยู่ภายในจิตใจจากทฤษฏีของ ของ Maslow

                       

รูปทฤฏีความต้องการของ Maslow’s

 

จากทฤษฏีข้างต้น Davis ใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมความต้องการของพนักงานในร้านด้วยการสังเกต และการตั้งข้อสมมติฐานล่วงหน้าก่อนการสังเกตุ จากนั้นค่อยทำการวิเคราะห์พฤติกรรมที่ได้จากการสังเกตอีกครั้งว่ามีความสอดคล้องกับข้อสมมติฐานหรือไม่ ซึ่งในกรณีศึกษานี้ Davis ได้วิเคราะห์ความต้องการของ Eddie ได้อย่างถูกต้องดังประโยคที่ว่า “Eddie seemed to get the dishes clean. But he was so slow davis originally thought Eddie just was not quick about anything, but he changed his mind as he observed his behavior in the kitchen. Eddie loved to talk to the cooks. Often turning his back on the dishes for minutes at a time to chitchat……….”  ซึ่งจากการสังเกตและข้อสรุปเหล่านี้เองที่ Davis ได้เข้าใจถึงความต้องการของ Eddie ซึ่งยังอยู่ในระดับความต้องการขั้น 1 และ 2 ของ Maslow ดังเหตุผลที่ว่า 1) Eddie การศึกษาน้อยจึงต้องการผลตอบแทนด้านรายได้เป็นอันดับหนึ่ง 2) Eddie เป็นคนที่ทำงานได้ดีและมีความรับผิดชอบสูงหากเขาได้รับค่าตอบแทนที่พึงพอใจ เขาจะมีความตั้งทำงานได้เป็นอย่างดี

แต่จุดสำคัญหาก Eddie ทำงานได้สักระยะ และเขามีการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานความคิดของ Eddie จะเปลี่ยนไป และเริ่มมีความต้องการด้านการยอมรับดังเห็นได้จากประโยคที่ว่า “The severs kidded him about what a worker he had become, and they stacked the plates and separated the silver to help him break his record” 

สำหรับพนักงานคนอื่นๆ Davis ต้องทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมความต้องการที่ซ้อนอยู่ภายในจิตใจด้วยรูปแบบที่ Davis มีความชำนาญคือการสังเกตและการตั้งข้อสมมติฐาน และหาข้อเท็จจริงเพื่อมาตอบคำถามข้อสมมติฐาน

เมื่อทำการวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของพนักงานทั้ง The Golden Bow ได้แล้ว Davis ต้องมาบริหารความคาดหวังที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับจากทฤษฏีของ Victor Vroom ซึ่งหาก Davis สามารถสร้างแรงจูงใจให้พนักงานแสดงความรู้ความสามารถในการบริหารภาระหน้าที่งานของเขา มีความรับผิดชอบในภาระหน้าที่งานของเขาแต่ละคนอย่างอิสระก็จะทำให้พนักงานของ The Golden Bow แสดงความรู้ความสามารถได้ออกมาอย่างเต็มที่ และมีความสุขอยู่เสมอกับพฤติกรรมที่แสดงออกมา โดย Davis ต้องรู้ให้ได้ว่าพนักงานทั้งหมดต้องมีส่วนประกอบ 3 อย่างคือ 1) Expected ซึ่งถ้า Davis รับรู้ Expectation ได้อย่างถูกต้องจะนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์การทำงานของพนักงานทั้งร้านได้อย่างถูกต้อง ดังเห็นได้ชัดเจนจากที่ Davis นั้นคิดว่า Eddie มีความคาดหวังในด้านผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินจากประโยคที่ว่า “He was getting paid by the hour, so why should he work faster?” และ “he offered to pay Eddie the $28 for a complete job every night” 2) Instrumentality ข้อนี้ Davis ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้ Eddie นั้นสามารถแสดงพฤติกรรมออกมาให้บรรลุยังเป้าหมายที่ Davis และ Eddie กำหนดด้วยการถามความเห็น Eddie ให้ Eddie นั้นมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายดังประโยคที่ว่า “He asked Eddie how soon he thought he could finish after the last customer left. Eddie sad an hour and a quarter” ซึ่งเมื่อ Davis บริหารความคาดหวังของ Eddie ได้แล้วด้วยการให้ค่าจ้างเท่าเดิมกับจำนวนชั่วการทำงานที่ลดลง 3) Valence ซึ่งเป็นการชี้ให้ Eddie ได้รับรู้ว่าหากเขาสามารถทำงานให้เสร็จภายใน 1 ชั่วโมง 15 นาที เขาจะยังคงได้รับผลตอบแทนเท่าเดิม จากประโยคที่ว่า ““he offered to pay Eddie the $28 for a complete job every night”  โดยรูปแบบการให้รางวัลตอบแทนจากการทำได้บรรลุเป้าหมายนั้น Davis ไม่จำเป็นต้องให้เป็นตัวเงินเสมอไป เช่น การให้รางวัลศึกษาดูงาน การบรรจุเป็นพนักงานประจำร้าน การได้รับการฝึกอบรม การติดป้ายประกาศเป็นพนักงานดีเด่นประจำเดือน เป็นต้น

จากนั้น Davis ค่อยร่วมกับพนักงานในการในการกำหนดเป้าหมาย การประเมินผลหรือการวัดผลของประสิทธิผลของร้าน ตลอดจนการกำหนดรางวัลตอบแทนตามแนวคิดของ GEORGE  R. TERRY  กล่าวว่า “การวางแผนคือ  เทคนิคการมองอนาคตอย่างมีระบบ  เป็นการพยากรณ์การปฏิบัติงานในอนาคต  ว่าจะต้องทำอะไร  ทำเมื่อไร  และทำที่ไหน  เพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ” โดยการกำหนดวัตถุประสงค์ของการทำงานเพื่อมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ Davis ต้องการวัตถุประสงค์ที่สามารถให้กิจกรรมนั้นๆ บรรลุผล  เพราะฉะนั้น  วัตถุประสงค์ที่ดีควรคำนึงถึงความ  SMART  ของวัตถุประสงค์  ซึ่งจะประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

 

 

 

Sensibility   เป้าหมายนั้นต้องมีความชัดเจนเป็นไปได้เช่น กำหนดให้ Eddie ต้องล้างจานให้เสร็จหลังร้านปิดภายใน 1 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งเป้าหมายนี้สามารถทำร่วมกันกับพนักงานในร้าน เพื่อทำการกำหนดร่วมกัน และยอมรับร่วมกัน

Measurable สามารถวัดได้ การวัดผลที่ดีต้องมีการจดบันทึกข้อมูล หรือกิจกรรมที่กระทำ อย่างในกรณีศึกษานั้น Davis ได้ให้ Eddie จดบันทึกข้อมูบนกระดานดังประโยคที่ว่า “a new chalkboard appeared next to the kitchen door leading out to the dining room. On top it read, “Eddie Goal for a Record Time”

Attainable     สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายได้ เป้าหมายนั้นต้องบรรลุได้ดังเห็นได้จากที่ Eddie จดบันทึกสติถิการทำงานไว้บนกระดานจากประโยคที่ว่า “A month later, the borad read “42 Minites”

Reasonable มีเหตุผลและอธิบายได้  การกำหนดเป้าหมายต่างๆ ต้องมีเหตุผลและ Davis นั้นสามารถอธิบายให้พนักงานรับทราบถึงเป้าหมายที่กำหนดได้ โดยในที่นี้ Davis นั้นกำหนดร่วมกับ Eddie ซึ่งถือว่ามีการอธิบายถึงเหตุผลการกำหนดนั้นไปในตัวแล้ว

Time  มีระยะเวลา จากกรณีศึกษา Davis จะมีการกำหนดเวลาการตรวจสอบเป้าหมายนั้นเป็นระยะ เช่น การตรวจสอบทุกๆ  1 สัปดาห์ จากประโยคที่ว่า “Davis had printed on the bottom “I” Davis began inspecting the dishes more often than usual, But he found no decrease in the quality of Eddie’s work”

หมายเลขบันทึก: 482474เขียนเมื่อ 19 มีนาคม 2012 05:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 มิถุนายน 2012 03:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี