การสะสมอาหารก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งในการทำให้มะนาวมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะตระเตรียมทางดินหรือทางใบนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกคือสภาพความเป็นจริงของต้นมะนาว

 

หลังจากผ่านการเก็บเกี่ยวมะนาวหรือมะนาวสาวอายุ 2-3ปีที่พร้อมต่อการเปิดดอกแรก ควรมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการตัดแต่งกิ่ง การจัดการดอกผลที่ออกมาในระยะที่ไม่เหมาะสมต่อการทำมะนาวนอกฤดูให้มีความเหมาะสมสอดคล้องต่อการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวและกระบวนการเตรียมต้นหรือกระบวนการอื่นๆต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย การวางแผนที่เป็นระบบผ่านการไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบจะช่วยให้การทำมะนาวออกนอกฤดูทำได้ไม่ยาก และต้นมะนาวไม่โทรมมีอายุการให้ผลผลิตยาวนานหลายปี
 
การสะสมอาหารก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งในการทำให้มะนาวมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะตระเตรียมทางดินหรือทางใบนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกคือสภาพความเป็นจริงของต้นมะนาวว่ามีความเหมาะสมสัมพันธ์กับวิธีการที่จะให้อาหารทางใดบ้าง เช่นสมมุติว่าให้ปุ๋ยหรืออาหารทางดินและต้นมีความสมบูรณ์เพียงพอแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารทางใบ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องดิน น้ำ ปุ๋ยหรืออาหารพืช สายพันธุ์ สภาพความพร้อมของต้น การดูแลบำรุงรักษาในอดีต. ฯลฯ

การสะสมอาหารโดยใช้หินฟอสเฟต ซึ่งเป็นกลุ่มวัสดุปูนมีชื่อว่า แคลเซียมฟอสเฟต (0-3-0) ที่ทำหน้าที่ให้แร่ธาตุฟอสฟอรัสที่มีราคาต่ำที่สุด และค่อยๆ ละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชทีละน้อยตลอดเวลา ช่วยสร้างรากหาอาหารเก่ง อีกทั้งโครงสร้างของหินฟอสเฟตมีองค์ประกอบของแคลเซียมอยู่ด้วยช่วยให้มะนาวได้รับธาตุรอง และในกรณีที่ดินเป็นกรดก็ยังช่วยแก้กรดของดินอีกด้วย การใช้หินฟอสเฟตจะใช้ประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อต้นมะนาวอายุ 1 ปี  อาจไม่ใส่คราวเดียวกันทั้งหมด การใช้วิธีการแบ่งใส่ทีละน้อย หลายๆครั้งจะได้ผลดีกว่า การใช้หินฟอสเฟตทำให้มะนาวมีความพร้อมต่อการออกดอกมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมีตัวกลาง ไม่ต้องใช้มากต้นทุนต่ำ

การสะสมอาหารโดยการใช้โดโลไมท์ ยังคงเป็นกลุ่มวัสดุปูนอีกชนิดหนึ่งเช่นกันมีชื่อว่า แคลเซียม แมกนีเซียม คาร์บอเนต ใช้แก้กรดในดินบริเวณใต้ทรงพุ่มและในสวน (ควรวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของดินอย่างน้อยปีละครั้ง) ใช้ได้ดีโดยใส่ในอัตราเดียวกันกับหินฟอสเฟตและสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่ใส่พร้อมกับปุ๋ยเคมีที่มี ไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนียหรือยูเรีย ตราบใดที่ดินมีค่า พีเอช ไม่เกิน7 ถ้าพีเอชน้อยกว่า7 ก็ยังคงใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ ประโยชน์ที่มีมากก็คือ เมื่อพืชได้รับแมกนีเซียมเพียงพอจะมีคลอโรฟิลด์มากทำให้จับพลังงานจากแสงแดดมาใช้ประโยชน์ได้มาก พืชสร้างอาหารได้มาก ออกดอกได้ดี ผลโตเร็ว สิ่งที่ควรระวังในการใช้โดโลไมท์และฟอสเฟตคือจะต้องไม่ใช้กับดินที่มีสภาพเป็นด่าง  ส่วนรายละเอียดวิธีการเตรียมสะสมอาหารเพิ่มเติมจะขออนุญาตินำเสนอในโอกาสถัดไปนะครับ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com