ช่วงนี้.....ครูอ้อยจะพบปะกับผู้ปกครองมาก  เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบางครอบครัวในการจัดการศึกษาให้ลูกหลาน   และบางท่านก็จิตวิตกกับลูกหลานเรื่องการเรียนมากมาย  บางท่านต้องหาเวลา  หาโรงเรียนพิเศษให้ลูกได้ไปเรียนเพื่อกำจัดเวลาว่างของลูก  เพราะคิดว่า  การไปเรียนพิเศษนั้นคือ.....มีประโยชน์สำหรับลูกของตน

มันเป็นความเชื่อที่ก่อเกิดในตัวคนจริงๆนะ  เรื่องของการเรียนพิเศษของเด็ก  ถามครูอ้อยไม่รู้กี่ครั้ง  ไม่รู้กี่คนแล้ว  จำไม่ได้  ที่ได้ถามเรื่องนี้ว่า.....ให้ลูกเรียนพิเศษดีหรือไม่.....ครูอ้อยไม่ตอบในทันที    ต้องดูนักเรียน  ดูพ่อแม่ก่อน  จึงจะตอบได้

ทำไมเป็นเช่นนั้น   ก็เพราะการเรียน  ต้องถามใจของผู้เรียนว่า  มีความต้องการหรือเปล่า.....หากยัดเยียดให้เขา  กับให้เขาเกิดความต้องการด้วยตัวเอง....ค่าที่ได้จะต่างกันมาก

ครูอ้อยกำลังจะหมายถึง...การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นบนความต้องการ  เรียกว่าใฝ่เรียนใฝ่รู้  หากเกิดในตัวเด็กคนใด  เท่ากับความสำเร็จได้เกิดขึ้นแล้ว...หลายๆครอบครัว  มีเงิน  ส่งลูกให้ไปเรียน  แต่ลูกได้ไป  ได้ออกจากบ้าน  คิดว่าไปเที่ยวไปเล่น  ไม่ได้เห็นคุณค่าของการเรียนเท่าใด   น่าเสียดายทั้งเวลาและ เงินทอง

ถูกหรือไม่คะ  ที่มีคนถามครูอ้อยว่า...จะให้ลูกเรียนพิเศษดีหรือไม่...ครูอ้อยต้องดูเด็ก และดูผู้ปกครองก่อน

เด็กบางคน  ไร้วินัย  ไร้ความขยันหมั่นเพียร  ไร้วิธีการเรียนรู้ของตนเอง  ผู้ปกครองต้องหันมาใส่ใจ  ในเรื่องเหล่านี้ให้มาก  ส่งเสริม ให้ลูกของตนมีสิ่งเหล่านี้เสียก่อน  ก่อนจะยัดเยียดสาระรู้ให้พวกเขา...ยัดเยียดเท่าไร  หากไร้วินัย  ไร้ความขยันหมั่นเพียร  ไร้วิธีการเรียนรู้ของตนเอง...สาระการเรียนรู้ที่ได้  ก็เรี่ยหล่นตามทางตลอดไป...สูญเปล่าทางการศึกษาแน่นอน