ผลดีที่ “ดูเหมือนว่า” จะได้นั้นเป็นเพียงผลระยะสั้น ซึ่งเห็นได้ง่าย แต่ผลเสียระยะยาวนั้นมันเห็นได้ยาก กว่าจะเห็นได้ก็สายเสียแล้ว

ผมได้เขียนบทความแสดงความเห็นต่อผลเสียของการใช้แทบเล็ตของเด็กป.หนึ่ง โดยละ ผลดี ไว้..ไม่ได้พูดถึง เพราะผลดีนั้นก็รู้กันอยู่แล้วว่าจะทำให้เด็ก “เรียนความรู้ได้เร็ว” ยิ่งขึ้น   แต่แม้นี้ก็เป็นความรู้แบบจับยัดอัดเข้าสมองแบบพิมพ์เดียวกันหมดทั้งประเทศ ซึ่งจะมีข้อเสียอโดยตรงตามมาทันทีคือ

 

ความรู้เป็นพิมพ์เดียวกันหมด (เปรียบเสมือนปลูกพืชเชิงเดี่ยวทั่วประเทศ ...น่ากลัวอันตรายมาก) ...เด็กเชิงเดี่ยว

 

ถ้าเปรียบเป็นมะม่วงก็เท่ากับมะม่วงบ่มแก๊ส สุกไว แต่ไม่อร่อย ...เด็กบ่มแก๊ส

 

นอกจากผลเสียโดยตรงนี้แล้ว ก็ยังมีข้อเสียโดยอ้อมอื่นๆ ที่ผมได้นำเสนอมาแล้วในบทก่อน

 

ผลดีที่ “ดูเหมือนว่า” จะได้นั้นเป็นเพียงผลระยะสั้น ซึ่งเห็นได้ง่าย แต่ผลเสียระยะยาวนั้นมันเห็นได้ยาก กว่าจะเห็นได้ก็สายเสียแล้ว

 

ผมจึงได้เขียนเสนอไว้นานแล้วว่า ผู้ใหญ่คืออนาคตของชาติที่แท้จริง เพราะเด็ก (อนาคตชาติตัวปลอม)ในวันหน้าคือผลพวงแห่งนโยบายของผู้ใหญ่ทั้งสิ้น หากผู้ใหญ่มันโง่ มองไม่เห็นผลเสียระยะยาวในนโยบายของตน จะหวังให้เด็กในอนาคตเป็นคนเก่ง คนดี นั้นคงยาก

 

เด็กแว้นเต็มประเทศไทยวันนี้ ลองคิดสิครับว่ามันเกิดจากนโยบายอะไร ของรัฐบาลไหน ในอดีตที่ผ่านมา  ...แล้วถ้าเราเล็งเห็นผลเสียระยะยาวเสียแต่เนิ่นๆ มันจะเป็นอย่างไร

 

บทก่อน ผมได้เสนอผลเสียประการหนึ่งคือ  “การบ่มเพาะความชุ่ย”  วันนี้ผมมาคิดเชื่อมต่อว่า ความชุ่ยกับความไร้วินัย น่าจะมีการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน  ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมาก

 

คนญี่ปุ่นไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์เมื่อเทียบกับฝรั่ง แต่ด้วยความมี”วินัย”มาชดเชย ทำให้เขาสร้างชาติสู้ฝรั่งได้ แต่ไทยเราความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่มี และ วินัยก็มองไม่เห็น แล้วไอ้แทบเล็ตนี้มันจะนำเราไปสู่นรกขุมไหนในอนาตต... ผมคงโชคดีที่จะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนแก่พอที่จะได้มีโอกาสรู้เห็น

 

...คนถางทาง (๑๙.๓.๒๕๕๕)