Mixed Methodology Research เทคนิคการวิจัยในเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ตามด้วยงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)

เรียนเพื่อนๆๆชาว Blog วันนี้คุย....เรื่อง Mixed Method Research ของ P'Ple นะคะ (อาจจะไม่ดีพอนะคะ) .....ถือว่าได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้...ก็แล้วกันนะคะ


   โดยเริ่มต้นจากการอกแบบงานวิจัย (Reserch Design) ในงานวิจัย.....จากเทคนิค...การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ...ตามด้วยการทบทวน (Review) เอกสาร และทบทวนวรรณกรรม และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรงานวิจัยใน ระดับDissertation...ไม่เกิน5-6ปี....โชคดีมากมหาวิทยาลัย....มีฐานข้อมูลจากต่่างประเทศ....P'Ple สามารถค้นหาข้อมูลได้ใน...ฉบับเต็ม (Full Text)....กับตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรใน..Modelตามสมมุติฐาน...ค้นมากกว่า 400 เล่ม) .... แล้วกำหนด กลุ่มตัวอย่าง....ตามหลักการที่จะใช้ในการออกแบบไว้ของP'Ple ....ใช้กลุ่มต้วอย่าง จำนวน 420 คน ...แต่เมื่อดูความสมบูลย์....เหลือข้อมูล...418 คน ตามกฎของ Fan.Y.W.(2001, p.442)บอกว่าการวิเคราะห์SEMกลุ่มตัวอย่างไม่ควรน้อยกว่า 400 คน  (ตรวจความสมบูลย์ของแบบสอบถาม=การบรรณาธิกรณ์ ...ไม่ครบถ้วนจำนวน 2 ฉบับ)... กำหนดไว้ในวิธีการสุ่ม (Random Sampling) .... แล้วดำเนิน...การตรวจสอบ.....ระดับของตัวแปรเชิงประจักษ์  (Observation or Manifest Variable) และ ตัวแปรแฝง (Latent Variable) ที่ทำการศึกษาในแบบจำลองที่ได้.....ตัวแบบทางสมมุติฐานModelสมมุติฐาน หรือ Modelในการวิจัย หรือเดิมเรียก Conceptual Framwork....ของเรา  


การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

วิเคราะห์....ด้วยสถิติพรรณนา (Descriptive Statistic) ด้วยโปรแกรม SPSS.... เพื่อนำเสนอ....ข้อมูลทั่วไป.......แล้ว.....ดำเนินการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์สมการโครงสร้างเชิงเส้น(SEM)ของตัวแปรที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ดูว่าModel Fit หรือไม่).....และศึกษาอิทธิพลของตัวแปรทั้ง 5 ตัวแปร ด้วยโปรแปรม LISREL Version8.72 เพราะถ้าวิเคราะห์ SEM  ไม่สามารถวิเคระห์ได้ด้วยโปรแกรม SPSS คะ...


การวิเคราะห์....อิทธิพลเส้นทางของตัวแปรภายนอก...ต่อ...ตัวแปรภายใน


    - อิทธิพลทางตรง(Direct Effect)


    - อิทธิพลทางอ้อม (Indirect Effect) 


    - อิทธิพลโดยรวม (Total Effect)


.......ในการวิจัยเชิงปริมาณ.....จะใช้สถิติขั้นสูง.... ในการยืนยัน (Confirm) ในความน่าเชื่อถือ.....ด้วยหลักสถิติ.....ว่าด้วยตัวเลขที่ค่า Sig. หรือ ค่าp-value.....น่าเชื่อในระดับหนึ่งค่อนข้างมาก....ตามหลักของนักสถิตินะคะ 


    งานวิจัยของP'Ple วิเคราะห์ด้วย....เทคนิค.....การวิเคราะห์....สมการโครงสร้างเชิงเส้น  (Structural Equation Model: SEM) ด้วยโปรแกรม LISREL  Version 8.72


การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)


   การทำดุษฎีนิพนธ์  (Dissertation) ... เพื่อให้....เสริมความแข็งแกร่ง...และ...ความสมบูลย์...น่าเชื่ิอถือมากที่สุด.....จะเติมเ็ต็ม (Fulfillment) ....ด้วยงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qalitative Research) ....เพื่อที่จะค้นหาข้อมูลเชิงลึก......จากกลุ่มตัวอย่าง.....ตัวแปรละ 5 คน...รวมจำนวน 25 คน ใช้การสัมภาษณ์.....การสัมภาษณ์เชิงลึก....แบบที่มีโครงสร้าง......และ...เครื่องมือ...ในการวิจัยเชิงคุณภาพ...คือ...ผู้วิจัย (P'Ple) ....งานวิจัยก็จะได้ข้อมูลเชิงลึกจริงๆๆ....ซึ่งการวิจัยเชิงปริมาณ..ไปไม่ถึง...เช่นเรารู้คะแนนความเครียดสูงมากๆๆ.....แต่ว่าไม่รู้เขาเครียดในเรื่องอะไร?.....มีความเสี่ยงเรื่องอะไร?....


ดังนั้น...การ In-dept interview จึงเกิดประโยชน์สูงสุดตรงนี้ละคะ








...หลังจากที่ได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณซึ่งเป็นข้อมูลเชิงกว้าง  .....ต่อมา P'Ple....ได้ดำเนิน.....การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) ซึ่งเป็น.....ข้อมูลเชิงลึก....ด้วยวิธี.....การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview)  จาก.... ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ (Key Informant) โดยพิจารณาจาก....วัยรุ่นไทยในระหว่างตั้งครรภ์ ..... ที่พบสิ่งที่น่าสังเกตและมีความลึกของปัญหา หรือ มีนัย (Significance) ต่อ... ตัวแปรทั้ง 5 ตัวแปรแฝงๆละ 5 คน...รวมจำนวน 25 คน ในเรื่องดังนี้ โดยเลือกจาก


1) พบว่าคะแนนของความเครียด (Stress) อยู่ในระดับสูง 


2) พบว่าคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) อยู่ในระดับต่ำ 


3)พบว่าคะแนนการสนับสนุนทางสังคม (Social Support) อยู่ในระดับต่ำ


4) พบคะแนนการรับรู้ข้อมูลการสนับสนุนสุขภาพทางร่างกายและทางการแพทย์ พบว่าปัญหาและพบว่าความเสี่ยงสูง (Somatic and Medicine Support)

 

5)พบว่าคะแนนภาวะซึมเศร้า(Depression) อยู่ในระดับสูง


ทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิง .....คุณภาพ(Qualitative) ด้วยเทคนิค....การตรวจสอบข้อมูล...แบบ “สามเส้า” (Triangulation) ของ สุภางค์  จันทรวานิช. (2546 หน้า 31- 35) ......วิเคราะห์ข้อมูลด้วย......วิธีการจำแนกประเภทข้อมูล (Typological Analysis) สุภางค์  จันทรวานิช. (2546 หน้า 70- 72)















ผลลัพธ์การวิจัย


1. ได้ตัวแบบ "Teen Moms Care Model" ...... ซึ่งมีองค์ประกอบในตัวแบบคือ "1D4S"

2. พบว่า Modelตามสมมุติฐานการวิจัยสอดคล้อง (Fit)กับ ข้อมูลที่สถิติ....หรือ... ข้อมูลเชิงประจักษ์

3. พบว่า ตัวแปร  Somatic & Medicine Support และ Stress มีอิทธิพลทางตรงต่อ Depression และ Self-esteem และ Social Support  มีอิทธิทางอ้อมเชิงลบ



        ขอบคุณค่ะ....ที่ให้ความสนใจบทความ