การเขียนช่วยเยียวยาจิตใจ
มีโอกาสไปงานHA Forum คณะของเราออกเดินทางออกจาก มข.เวลา8.30น.โดยรถบัสของคณะแพทย์ ถึงกทม.4โมงเย็น ทันลงทะเบียนพอดี
วันรุ่งขึ้นเดินทางไปห้องอบรม ตามหาห้องJupiter14 จนพบ รีบดูรายชื่อมีชื่อตัวเองดีใจ ลงทะเบียนทันworkshop ลิขิตชีวิตประภัสสร กับ อักษรแห่งการเยียวยา (Life-illumination writing and a Healing Journal) โดยนพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์ ดร.นพ.สกล สิงหะ คุณศุภากร ปิติภูมิวิเศษติดตามอ่านงานของท่านวิทยากรจาก gotoknowและอ่านหนังสือหยดน้ำแห่งจินตนาการ รู้สึกชื่นชมค่ะ
ก้าวไปในห้องด้วยความรู้สึกอบอุ่น นั่งที่พื้น พรมนุ่มๆ สัมผัสถึงความสบาย ผ่อนคลาย อาจารย์ให้ใช้หมอนได้ตามอัธยาศัย ช่วงรอกิจกรรมเริ่ม มองไปเห็นพี่นาง มณีวรรณ จำได้เข้าไปทักทาย เหมือนคุ้นเคยมาหลายปี
เริ่มการอบรม
อ.นพ.วิธานเอาสมุดบันทึก3เล่มมาให้เวียนกันดู ท่านบันทึกไว้ในแต่ละวัน
ท่านบรรยายว่า
การเขียนได้ความรู้สึกของปากกาที่สัมผัสกระดาษ
ทุกที่เขียนได้หมด conditionน้อย
ชีวิตเราหลายองค์ประกอบที่เราคุมได้ไม่ได้
สถานที่เวลา ควบคุมไม่ได้
ปากกา สมุด ควบคุมได้
เขียนแล้วเห็นจุดอ่อนแอ เปราะบางของเรา
เราเข้าใจเราเอง
มีเรา-เส้นทาง-แรงบันดาลใจ
อ.นพ.สกลบรรยายว่า
มาเติมอะไรบางอย่างที่ควรเป็นของเราแต่เราลืม ทอดทิ้ง เก็บซ่อน
ผู้ป่วยมีศักยภาพ
เรามักมองการเจ็บป่วยเป็นโรค เป็นการเสียสมดุล ไม่เห็นต้นทุน
ต้องฝึกการมอง
อยากเห็นต้นทุนผู้ป่วยต้องเห็นต้นทุนตนเองก่อน
การเขียน เป็นvisual though
นามธรรม
จับต้องได้
เขียนเล่นๆ มีคุณค่า
เป็นการจดจ้องได้
Dream product มีผลผลิต
ครอบครัวที่มีเด็กป่วย จดบันทึกสิ่งดีๆ เล็กๆน้อยๆ
ลูกกินข้าวได้ ตื่นมาเล่นกับพี่ๆน้องๆ
บันทึกรูปภาพ รูปร่าง
เด็กจากไป มีบันทึกเป็นโอสถประจำบ้าน
เราเคยรัก เขาจาก เราเสียใจมาก
เป็นเรื่องราวทรงพลัง
พ่อ-แม่ มีของมีค่าที่สุด
หนังสือเล่มนี้
ฉันเป็นใคร
รักใคร ถูกดูแลโดยใคร แกร่งโดยใคร
ทั้งหมดเป็นชีวิต
โอบกอดเราเมื่อคนๆนี้จากไป
จดบันทึก
ให้ความหมาย
วรรณศิลป์ กวี คล้องจอง
ขยายความสุข
เป็นต้นทุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ประสบการณ์ อยู่กับมัน
จับความรู้สึกเรา
เรื่องราวไหลจากปลายปากกาและดินสอ
มีอะไรบางอย่างเหลือค้าง เป็นร่องรอย
Community of writing
ถูกเยียวยา-เยียวยา
มนุษย์เรามีศักยภาพ
มหัศจรรย์มากๆ
มีต้นทุน
สมุดบันทึก เป็นuni
เอกสารของเรา
ไม่สนใจว่ามันจะสมบูรณ์
เลอะไม่ฉีกออก
Mistake เป็นสิ่งที่ดี
การบันทึก เขียนมอบแด่ตน
รอคนมาเก็บเอาไป
เป็นกระจกสะท้อน
คลังของเรื่องราว
เรามีเครื่องมือช่วยชีวิตคน
ช้าลง ความสุขชัดขึ้น
ดูแลตนเอง
ความสุขเป็นทักษะที่ต้องฝึก
ไม่ฝึกจะฝืด
เศร้า ดีใจ แสดงถึงว่าเรายังเป็นคน
ไม่ใช่ไม่รู้สึกรู้สม
มีปฏิกิริยา
ถ้าขาดความไว
พลาดการดูแลคนบางคน
เราอาจเป็นคนสุดท้ายที่เขามาหา
จากนั้นอ.นพ.วิธานพาทำกิจกรรม
งานแรกวิทยากรให้เขียนบันทึก5ช่วงเวลาดีๆวานนี้
ผู้เขียนๆได้ดังนี้
1.ตื่นนอนตอนเช้ามืด ได้หุงข้าวให้ลูกชาย รู้สึกว่าได้ดูแลเขาก่อนจะออกเดินทาง ได้ทำหน้าที่แม่
2.เดินทางมาถึงรถบัส ได้นั่งกับน้องที่คุ้นเคยกัน คนบ้านเดียวกัน
3.แวะรับประทานอาหารที่โคราช แวะที่นั่นได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวเยนตาโฟของชอบ ได้ซื้อขนมโมจิเพื่อฝากลูกหลายกล่อง
4.มาถึงNovotel ลงทะเบียนทันเวลา ได้พักกับน้องคนเดิม
5.ช่วงเย็นเดินshopping ที่ตลาดเมืองทอง รับประทานก๋วยเตี๋ยวอร่อยและได้กลับที่พัก ออกกำลังกาย จ้อกกิ้งจนได้เหงื่อ
เปิดสมุดหน้าต่อไป
1วันเรามีอะไรพอสมควร
ให้เขียน50อย่าง รวบรวมเรื่องราวเป็นต้นทุนความสุข
อะไรที่นึกถึงทีไรมีความสุขทุกที
ผู้เขียนๆได้ครบ50ข้อ
ลูก แม่ พี่ น้อง หลานๆ บ้าน ต้นไม้ ตะวันยามเช้า สระพลาสติก ฟิตเนส ดอกไม้ แสงจันทร์ ดาว เพื่อน ผู้ป่วย หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน โรงพยาบาล อาหาร กาแฟ น้ำส้ม ปลา นก กล้องถ่ายรูป หนังสือที่ชอบ ปากกา สมุด การเดินทาง ทะเล ภูเขา ท้องฟ้า ถนนทางเดิน รถยนต์ พาหนะ น้ำใจ ความสำเร็จ ความภูมิใจ อุปสรรคที่ผ่านมา เงิน ศิลปะ ธรรมชาติ งานเขียน ผู้คนรอบข้าง ห้องน้ำ ห้องนอน หญ้าสีเขียว ต้นข้าว ทุ่งนา ควาย แมลง ฝนตก ความฝัน การนอนหลับ
ต่อมาวิทยากรให้เจาะจง1เรื่อง ต่อเรื่องความสุขให้มันชัด เกิดอะไรขึ้น นึกถึงเหตุการณ์ที่เราสุขจริงๆ
ตื่นนอนตอนเช้ามืด มีความสุขกับบรรยากาศยามเช้า เสียงไก่ขันดังมาแล้ว รุ่งอรุณของวันใหม่...
แสงสีทองสาดส่องมา ตะวันสีสดใส ดวงโตๆโผล่พ้นขอบฟ้า มองไปข้างๆบ้าน ดอกไม้สีเหลืองสดยังคงทำหน้าที่ของมัน แต่งแต้มโลกสวย
ออกไปออกกำลังกายที่สระพลาสติก สายน้ำยามเช้า ดูสงบ แสงสีเงินระยับ จับที่ผิวน้ำ สบายตา
แมลงข้างทางยังคงมีให้ชมเสมอ เพียงแต่เดินช้าลง เพื่อมีเวลาใส่ใจมากขึ้น ชีวิตยามเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบอะไร มีธรรมชาติโอบรอบข้างอย่างอบอุ่น
ดอกไม้ สายน้ำ ท้องฟ้า ยังคงดูแลเราเสมอ ทำให้จิตใจผ่อนคลาย
ก้าวทุกก้าวที่เดินคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะพาเราสู่จุดหมาย
ธรรมชาติที่แสนงามคือสิ่งที่ช่วยเยียวยา ยามใดที่เราอ่อนล้า
ชีวิตยังคงต้องเดินต่อไป ตามที่เราฝัน
คนรอบข้าง คนใกล้ชิดคือกำลังใจ ธรรมชาติ คนรอบข้าง คนที่เรารัก ผู้คน ต้นไม้ สายน้ำ ดอกไม้คือมิตรที่ช่วยเยียวยาจิตใจ
ที่สำคัญคือตัวเราเอง
ที่คอยขับเคลื่อนพลังชีวิต
ฉันจะคอยดูแลตัวเอง
ดูแลคนรอบข้าง คนใกล้ชิด
และดูแลธรรมชาติ
แล้ววิทยากรให้ทุกคนเอาสมุดไปวางไว้ตรงกลางห้อง
ให้แต่ละคนเดินไปหยิบบันทึกที่ไม่ใช่บันทึกตัวเอง มาอ่านๆแล้วอยากเขียนบอกเขาว่าอย่างไรบันทึกต่อท้ายได้เลย
ให้คิดต่อว่าบันทึกที่ต่อท้ายไปเป็นความคิดหรือความรู้สึก
เอาไปวางใหม่
เดินไปหยิบเล่มใหม่ทำเช่นเดิมอีก2ครั้ง
บันทึกต่อครบ3คนแล้ววาง เลือกสมุดตนเองกลับคืนมา
ยังไม่ต้องอ่านแต่บันทึกความรู้สึกลงไปก่อน
บันทึกว่ามีอะไรใหม่
ผู้เขียนบันทึกว่า
-ได้มิตรภาพดีๆ
-มีมุมมองทางบวก ทำใจให้เป็นสุข
-ชีวิตมีบวกและลบ โฟกัสจุดบวกมากๆ จะเติมพลังได้ดี
-ชีวิตเริ่มต้นได้เสมอ
-การเขียนช่วยเยียวยาจิตใจ
-เริ่มจากตัวเราเอง เยียวยาตัวเราเองแล้วแผ่รังสีถึงคนรอบข้าง รังสีแห่งความรัก การแบ่งปัน รังสีแห่งพลัง
กลับมาอ่านที่เพื่อนๆบันทึกให้ พบข้อความว่า
คนที่1
คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนรักธรรมชาติ เพราะคุณสามารถมีความสุขได้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ ฉันรู้สึกมีความสุขกับธรรมชาติที่คุณเขียน
คนที่2
มองเห็นภาพของธรรมชาติ
รู้สึกถึงแสงอบอุ่น
คนที่3
ขอชื่นชมผู้เขียน มองเรื่องราวใกล้ตัว ธรรมชาติ คุณได้มองเห็นชีวิต อยู่กับความจริงของปัจจุบันได้ในทุกนาทีที่ผันผ่านและได้บรรยายถึงความสวยงามออกมาได้อย่างสวยงาม ให้ผู้คนรอบข้างที่ผ่านมาได้อ่านความรู้สึกของคุณ...จริงๆชีวิตเราควรจะเป็นเช่นนี้แต่เรามักจะลืม มองข้าม พาลไปนึกถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดอยู่เสมอๆ
วิทยากรให้จับกลุ่ม3คน เล่าถึงความรู้สึก พูดจบให้กล่าวว่าจบ
แล้วช่วยกันสรุป
วาดภาพตนเองโดยหลับตาวาด โดยไม่ต้องยกปลายปากกา ได้เป็นปกสมุด
ช่วงบ่ายวิทยากรคือคุณศุภากร ปิติภูมิวิเศษพา body scan โดยการนอนฝึก
ฝึกลมหายใจ ผ่อนคลาย
แล้วลุกมาเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวอิสระโดยอ.นพ.วิธาน
ทำท่า งอเข่า ดึงหู ศอกงอไปข้างหลังมากๆ ตึงสะบัก ทำให้ตึงที่สุด
แล้วให้เดินรอบๆห้อง หลับตาเดินก็ได้ ลืมตาก็ได้
เดินให้เต็มเท้า
ผู้เขียนชอบหลับตาเดินเพราะต้องเดินช้าลงระวังมากขึ้น กลัวจะชนคนข้างๆ ทำให้เรามีสติขึ้น
หลับตาวาดภาพเราเอง โดยไม่ต้องยกปลายปากกา
ลืมตาขึ้น
เขียนบรรยายลงไป ถ้าไม่มีเธอชีวิตจะเป็นอย่างไร อยากขอโทษ ขอบคุณ อยากบอกอะไร
1.อวัยวะที่เราอยากขอบคุณ
2.อวัยวะที่เราละเลย
3.อวัยวะที่เราไม่ชอบ
4. อวัยวะที่เราชอบ
ยินดีที่ได้พบกันครับคุณถาวร
เอาเพลงความสุข มาฝากนะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=feicIO2ClsY
เขียนเหมือนพรั่งพรูออกมาจากใจ
ได้อารมณ์ความรู้สึกร่วม (แม้จะไม่เท่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง)
ขอบคุณมากนะคะพี่อุ้ม...ที่ถ่ายทอดแบ่งปันประสบการณ์ตรง
หายไปตั้งหลายวันแน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์อ.นุ
ยินดีที่ได้พบอาจารย์ค่ะ ขอบคุณสำหรับจีวันBANDค่ะ
แวะไปฟังเพลงความสุขมาแล้ว ชอบมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมออ้อ ทพญ.ธิรัมภา
ขอบคุณค่ะ
เดือนนี้ห่างไปจริงๆ สัปดาห์ก่อนที่จะไปกทม.งานหนักและลูกชายไม่สบายค่ะ ยังคิดถึงเสมอ คุณหมอสบายดีนะคะ
ไปHAคราวนี้สุขใจที่ได้เข้าworkshopนี้ค่ะ ชื่นชมวิทยากรทุกท่าน สมาชิกผู้เข้าร่วมทุกคน ทุกคนมาด้วยใจจริงๆค่ะ สิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดมีคุณค่ามากและจะอยู่ในจิตใจไปนานค่ะ
บันทึกจากการจดบันทึกอย่างรวดเร็วค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณคนบ้านไกล
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ณัฐพัชร์
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ
วันนั้นได้พบอาจารย์ ไม่มีโอกาสได้ทักทายแต่ก็รู้สึกยินดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ
อ่านแล้ว เหมือนได้เข้า work shop ด้วย
พี่แก้ว ยังพูดถึงเสมอเวลาเป็นวิทยากร KM คือ น้องอุ้ม ที่เขียนด้วยใจและ สิ่งที่มีในตัวอย่างแท้จริง
ขอบคุณที่นำเรื่องดีดี มาให้อ่าน
ขอบคุณที่นำเสื้อ HA มาฝาก
พี่ดีใจที่มีน้องดีดี แบบ น้องอุ้ม
อย่าลืมใสคำสำคัญว่า
HA Forum 2012 นะคะ จะได้หาอ่านง่ายค่ะ
พี่อุ้ม สบายดีนะครับ
พี่เปลี่ยนรูปใหม่ เลยทำให้ผมไม่คุ้น (ความผิดผมเอง)
-----
บันทึกนี้ พี่ทำให้ผมดับเลยนะครับ
แต่ดับเพื่อมีแรงบันดาลใจเขียนบันทึก
รู้ว่า ตนเองยังเขียนไม่เท่าไร
แต่อาจารย์หมอวิธานก็เล่าว่า ให้เขียนไปเถอะ
การเขียนเยียวยาผมจริง ๆ ครับพี่อุ้ม
สวัสดีค่ะพี่แก้ว
ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ชื่นชมพี่แก้วนะคะ เป็นคนต้นแบบของน้อง
เนื้อหาที่เขียนลงอาจารย์บอกเหมือนกันว่าเป็นความลับของเรา เพื่อเราจะกล้าเขียน ในห้องไม่ได้เปิดเผยแต่อุ้มมาเขียนไว้ในนี้ค่ะ
เห็นอะไรดีๆในงานก็คิดถึงพี่แก้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะใส่ HA Forum 2012 เข้าไปด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะน้องทิมดาบ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
พี่อุ้มสบายดีค่ะ ช่วงนี้งานมากหน่อย ผ่านพ้นเดือนนี้คงเบาๆลงค่ะ ไม่ได้ไปทักทายน้องและสมาชิกนานแล้วค่ะ
workshopนี้น่าสนใจมาก เข้าร่วมแล้วก็รู้สึกประทับใจ ชื่นชมอาจารย์วิทยากรทุกท่าน ชื่นชมสมาชิกผู้เข้าร่วมworkshop หลายๆกิจกรรมที่เราทำสื่อความเป็นตัวตนของเราออกมา พาเราให้เข้าถึงตัวเองมากขึ้นเพราะบางครั้งเราก็ละเลยตัวเราเอง รักตัวเอง กล้าบอกเล่าความรู้สึกลงในบันทึก เปิดเผยตัวเองมากขึ้น รักคนรอบข้าง รักการเขียนบันทึก
เวลาค่อนข้างจำกัดแต่ก็ได้อะไรมามากมายค่ะ อาจารย์บอกว่าปกติก็จะใช้เวลา4วัน3คืน
พี่อุ้มชอบงานเขียนของอาจารย์ อ่านหยดน้ำแห่งจินตนาการจากอาจารย์วิธานแล้วก็ได้แรงบันดาลใจดีๆในการเขียน เห็นความสำคัญ คุณค่าของการเขียนบันทึกค่ะ
ขอบคุณน้องมากค่ะ เป็นกำลังใจในการเขียนบันทึกค่ะ ชื่นชมการบันทึกของน้องนะคะ
สิ่งที่จะนำมาพัฒนางานต่อ
ใช้การเขียนเพื่อการเยียวยา นำมาใช้ในผู้ป่วยจิตเวชที่มีความพร้อม ให้เขามีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ 1เล่มเขียนบันทึกทุกวัน ทยอยเขียน ในหัวข้อ
1.สิ่งที่เขานึกถึงแล้วมีความสุข เขียนให้ได้มากข้อที่สุด
2.เขียนบรรยายเหตุการณ์ที่ทำให้มีความสุขในชีวิต
3.เขียนความภูมิใจในตนเองวันละ3ข้อ
4.เรื่องอื่นๆที่อยากจะเขียน
พยาบาลตามงาน ชื่นชม ให้กำลังใจเขาทุกวัน
ขอบคุณบันทึกที่ดีๆๆขอเรียนรู้ด้วยคนค่า
ปีที่แล้วมีโอกาสไปร่วม
สวัสดีค่ะคุณท้องฟ้า
มองภาพเห็นบรรยากาศผ่อนคลาย ดูแล้วมีความสุขค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
มีโอกาสคงได้พบกันในงานในคราวต่อไปค่ะ
ตามมาอ่าน ไม่ได้เข้าห้องนี้ พี่อุ้มสรุปได้ดีมากเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง namsha
ขอบคุณค่ะ
ห้องนี้เงียบสงบมาก ผ่อนคลายค่ะ
เป็นอีกประสบการณ์ดีๆค่ะ
ข้าพเจ้า...พลาดบันทึก เน้นๆ เช่นนี้ไปได้อย่างไรหนอ?
อ๋อ...ช่วงอยู่ดูแลแม่ที่บ้านนั่นเอง
ตามอ่านสาย ล่าช้า ดีกว่า ไม่ได้อ่านเลย...เนอะ :)
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณสำหรับการเขียนของคุณอุ้ม ที่ช่วยให้ผมได้เห็นภาพชัดเจนของการ"ลิขิตประภัสสร"และ"อักษรแห่งการเยียวยา" ผมเป็นคนนึงที่อยากเข้าอบรมในหลักสูตรนี้ แต่ยังจัดการตัวเองไม่ได้ คิดว่ายังไงต้องหาโอกาสไปเรียนรู้กับอาจารย์วิธานและทีมงานสักครั้ง ขอบคุณมากๆครับสำหรับสิ่งดีๆที่ได้รับจากการอ่านในครั้งนี้..