กำจัดแมลงวันที่เป็นพาหะนำโรคโดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้เขียนรับผิดชอบจัด เวทีเรื่องเล่าเร้าพลัง ซึ่งจะจัดให้มีทุกวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน ถ้าเดือนไหนไม่อยู่ก็จะมอบหมายคนอื่นๆช่วยและเดือนนี้ผู้เขียนก็ติดภารกิจต้องไปราชการเพื่อจัดทำมาตรฐานการพยาบาลกับเพื่อนๆพยาบาลชาวกรมอนามัยที่ จังหวัดอุบลราชธานี ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะมอบหมายให้คนอื่นช่วยเวทีแทน แต่ก็รู้สึกเกรงใจ จึงขอเลื่อนน้องๆคุณกิจที่ทำหน้าที่มาเล่าเรื่อง 1 วัน คือจากวันพฤหัสบดี เป็นวันศุกร์ เพื่อจะได้ทันกลับมาจัดกิจกรรมเอง แล้วก็รู้สึกดีใจที่ได้เลื่อนวันจัด เพราะเวทีวันนี้ มี 4 เรื่องเล่าที่น่าสนใจมาก เริ่มเรื่องแรก “เครื่องดักแมลงวัน” เล่าโดย .....นายปรมินทร์ อ่อนมณี และ นายพีระ ศรีวิชัย จากงานโภชนาการ
ในภาพเป็นอ้ายพีระ และน้องฟอร์ด
เริ่มด้วยฟอร์ดเล่าว่า งานโภชนาฯ กับแมงวันเป็นคู่กัดกัน เพราะแมลงวันเป็นพาหะนำโรคที่เป็นอันตรายและก่อให้เกิดความรำคาญ สามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและมาก แมลงวันที่พบเห็นบ่อยเป็นแมลงวันบ้าน ซึ่งตัวเมียจะวางไข่ในมูลสัตว์หรือซากสัตว์ ที่เน่าเปื่อย โดยวางไข่ ครั้งละ 75-150 ฟอง และจะวางไข่ทุกๆ 3-4 วัน ตลอดชั่วอายุจะวางไข่ประมาณ 6 ครั้ง
โดยทั่วไปเรานิยมกำจัดแมลงวันโดยใช้สารเคมีซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อมนุษย์และสภาพแวดล้อม และที่สำคัญยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพราะต้องนำเข้าสารเคมี จากต่างประเทศ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดการตกค้างของสารเคมีในอาหารหรือสิ่งอุปโภคบริโภคได้
ดังนั้นงานโภชนาการจึงมีการคิดค้นหาวิธีกำจัดแมลงวัน โดยไม่ใช้สารเคมี โดยมีการวางเป้าหมายในการผลิต คือ
-
ต้องนำวัสดุและอุปกรณ์ที่เหลือใช้ มาประยุกต์ในงานให้เกิดประโยชน์
-
กำจัดแมลงวันที่เป็นพาหะนำโรคโดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
-
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม และเกิดประโยชน์
-
ลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีกำจัดแมลง
แต่ก่อนจะมาเป็นเครื่องดักแมลงวัน ต้องต้องศึกษาให้ “รู้เขารู้เรา” ก่อน ตามสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า ถ้าเรารู้จักศัตรูแล้ว รบ 100 ครั้งก็ชนะ 100 ครั้ง ซึ่งก็พบว่า วิถีชีวิตและพฤติกรรมแมลงวันนั้น คือ
-
ชอบที่โล่งแล้วลงมาตอม
-
เมื่อตกใจแล้วจะบินขึ้นสูง
-
จะบินหาที่โล่ง หรือที่มีแสงสว่าง
-
แมลงวันจะบินลงไม่เป็น
วิธีดำเนินการ
คัดเลือกวัสดุและอุปกรณ์ เช่น ขวดพลาสติก ที่มีอยู่ ทำการประกอบชิ้นส่วนต่างๆให้เป็นรูปทรงกระบอกโดยมีฐานด้านล่างยกสูง มีช่องว่างให้แมลงวันบินเข้าไปข้างใน ดังรูป
เมื่อประกอบอุปกรณ์เสร็จแล้วนำไปทดสอบการใช้งาน วางกับดักไว้บริเวณที่มีแมลงวันชุม โดยใส่เศษอาหารคาวเป็นเหยื่อล่อไว้ใต้ฐานกับดัก วางทิ้งไว้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วเข้าไปตรวจสอบ จะพบว่ามีแมลงวันบินเข้าไปติดอยู่ในกับดักจำนวนมากจำนวนของแมลงวันจะขึ้นอยู่กับช่วงที่มีแมลงวันชุกชุม แต่ปรากฏว่า เมื่อแมลงวันเต็มแล้วต้องนำไปทิ้งทั้งขวดทำให้สิ้นเปลือง เพราะไม่สามารถเปิดฝาทิ้งหรือฝังแมลงวันได้
จึงปรับปรุงคิดรูปแบบใหม่ โดยดัดแปลงให้มีฝาเปิด ปิด อยู่ด้านบน เพื่อที่เมื่อดักจับแมลงวันได้เต็ม สามารถเปิดฝาเทแมลงวันออกได้ ทำให้นำกลับมาใช้ได้ใหม่ด้วย
ทำไม.... ถึงต้องเป็นขวดน้ำพลาสติกใส
เพราะขวดน้ำพลาสติกไม่ว่าจะใสหรือขุ่นล้วนมีอันตรายทั้งนั้นถ้าเรานำกลับมาใช้ใหม่ และยิ่งอันตรายมากขึ้นเมื่อโดนความร้อนแม้เพียง ๖๐ องศาเซลเซียส เพราะความร้อนจะทำให้สารเคมีในขบวนการผลิตละลายออกมาอยู่ในน้ำนั้น เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ และอนุพันธ์ปิโตเคมี เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพิษต่อร่างกาย โดยเฉพาะเกือบทั้งหมดจะเป็น สารก่อเกิดมะเร็งหรือกระตุ้นให้เซลล์ร่างกายทำงานผิดปกติทั้งนั้น รวมทั้งทำลายสมอง รังสีอัลตราไวโอเลต(แสงแดด) มีส่วนในการสลายโมเลกุลเหล่านั้นให้ละลายออกมาในน้ำได้ น้องฟอร์ดบอกว่า บางคนชอบเอาขวดน้ำใส่ไว้ในรถยนต์ เมื่อจอดรถไว้ในที่แดดส่องทำให้รถร้อน น้ำในขวดก็ร้อนไปด้วย ให้สังเกตง่ายๆว่าน้ำจะมีกลิ่นและรสแปลกๆ ถ้าเจอให้ทิ้งทันทีอย่าเสียดาย
แนวทางในการพัฒนาต่อ
จะสร้างกับดักแมลงวันที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบและรูปทรงได้ตามความเหมาะสมของสถานที่ และตามความต้องการของผู้ใช้ ปากกรวยที่ให้แมลงวันบินขึ้นมาอาจจะปรับให้ต่ำลง และยกฐานของกับดักให้สูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร เพราะถ้าฐานยกสูงเกินไปจะทำให้แมลงวันบินออกนอกกับดัก ท่านที่สนใจลองนำไปใช้ดู หรือจะรอ ver 3 ก็ได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ


ดีจัง บ้านไหนที่ทำปลาแดดเดียวขาย ควรทำไว้ใช้ให้รอบบ้านเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ นานๆมาแอ๋วก็ดีใจค่ะ หม่อนหวานหอมชื่นใจมาฝากค่ะ
สวัสดีครับ ...เจ๊ เหมือนได้มานั่งฟังด้วยตนเอง
ต้องแนะนำให้แม่ค้าปลาเค็มทำดูบ้างแล้ว
บ้านเราริมเล แมงวันจ้านจริง
สวัสดีค่ะ น่าสนใจมากค่ะ