จากการเข้าเยี่ยมชมและสัมภาษณ์

นายสถาน ตุ้มอ่อน  ชาวภูไท ณ บ้านยางคำ ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

  • ซึ่งมีทรัพยากรของครอบครัวอยู่ในพื้นที่ที่ฟื้นตัวจากระบบการทำลายด้วยระบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากว่า 40 ปี
  • ที่ทำให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์ใกล้เคียงกับธรรมชาติ และ
  • เสริมแต่งจากกิจกรรมของเจ้าของพื้นที่จนสามารถพึ่งพาอาศัยได้ในระดับครัวเรือนและชุมชน ทั้งเชิงปัจจัย 4 อย่างสมบูรณ์แบบ
  • บนพื้นที่ประมาณ 80 ไร่
  • ทำให้มีป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
  • มีน้ำซับไหลออกมาตลอดทั้งปี
  • สามารถทำนาได้โดยไม่ต้องรอน้ำฝน กล่าวคือ
    • สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง
    • ปลูกผักได้ตลอดปี
    • มีอาหารธรรมชาติทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น กบ เขียด ปู หอย ปลา หลากชนิด ผักไม้ยืนต้น สมุนไพร ไม้ใช้สอย และไม้ก่อสร้าง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • จึงเป็นที่น่าสนใจและน่าศึกษาเพื่อเป็นต้นแบบและภาพฝันของการพัฒนาให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืนนั้นมีขั้นตอนการดูแล รักษา และพัฒนาพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

                       

แปลงนาที่ปรับแต่งมาจากร่องน้ำเดิม

 

        จากข้อมูลการสัมภาษณ์ นายสถาน  ตุ้มอ่อน 

  • เป็นชนเผ่าผู้ไท (ภูไท)
  • ปัจจุบันอายุ 56 ปี เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2496 เป็นบุตรของ นายวาน และนางขัน  ตุ้มอ่อน
  • มีที่ทำกินเป็นมรดกหลายแปลงด้วยกัน แต่นายสถาน ได้รับมรดกจากครอบครัวมาประมาณ 80 ไร่ ซึ่งเป็นดินทรายจัด ใช้ปลูกข้าวไร่มาแต่เดิม จำนวนประมาณ 20 ไร่ และเป็นป่าโคกที่เคยใช้ปลูกพืชไร่อายุสั้นประมาณ 40 ไร่ และที่เหลือเป็นแอ่งแบบร่องน้ำไหล ซึ่งนายสถานได้ปรับมาเป็นที่นาในระยะประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา

 

พื้นที่ป่าโคกที่มีความสมบูรณ์ทั้งอาหารธรรมชาติและสมุนไพร

 

พื้นที่ป่าดงที่มีความรกทึบมีไม้เลื้อยและไม้ยืนต้นสารพัดชนิด

 

        นายสถาน (หรือชื่อที่เรียกกันในหมู่บ้านว่า จารย์ศรี) สมรสกับนางวิไล อายุ 44 ปี มีบุตรด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย นายอดิศักดิ์ (กอลฺ์ฟ) อายุ 28 ปี นางสาวอรวรรณ (เป็ด หรือ น้ำหวาน) อายุ 27 ปี และพระภิกษุยุทธนา (ต๊อบ) อายุ 25 ปี ปัจจุบัน นายอดิศักดิ์ ได้กลับจากงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ มาอยู่กับพ่อแม่ เมื่อประมาณ 1 ปีมาแล้ว ส่วนนางสาวอรวรรณ ปัจจุบันทำงานบริษัทที่กรุงเทพฯ สำหรับพระภิกษุยุทธนา จำพรรษาอยู่ที่วัดธาตุพนม  ปัจจุบัน นายสถานมีวัว 3 ตัว ควาย 8 ตัว จึงทำนาโดยใช้ควายไถ แบบนาดำ เกี่ยวด้วยแรงงานในครัวเรือน จำนวนประมาณ 10 ไร่ โดยการใช้น้ำจากน้ำซับที่ไหลออกมาจากพื้นที่ป่าดงที่ฟื้นตัวจากการทำข้าวไร่ และการเก็บกักน้ำด้วยระบบเครือข่ายบ่อน้ำบนป่าโคก ในพื้นที่ประมาณ 40 ไร่

 

       

อาหารพื้นบ้านแบบภูไท

ที่ได้จากนา สวน และป่า

 

ในอดีต นายวาน พ่อของนายสถาน เป็นแกนนำพัฒนาชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จึงถูกจับจำคุก และเมื่อพ้นคุกออกมาจึงเข้าร่วมการสู้รบกับทหารป่า และเสียชีวิตในป่า ทำให้นายสถาน อยู่อาศัยกับแม่ในหมู่บ้าน ที่เป็นแนวร่วมของทหารป่า และมีผู้ร่วมสู้รบจำนวนมากมายในปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มที่ทำงานร่วมกันด้านการพัฒนาชุมชน การดำรงชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติ ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ภายใต้นโยบาย 25/23 สมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งอภัยโทษให้กับผู้ที่มอบตัวและวางอาวุธทุกคน ให้กลับมาทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง โดยนายสถานก็ได้มาดูแลและพัฒนาในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งได้รับมรดกจาก นางขัน ตุ้มอ่อน

        พื้นที่ทำกินประมาณ 80 ไร่นั้น เดิมเป็นพื้นที่ป่าดง ประมาณ 20 ไร่ ทางด้านทิศตะวันตก และป่าโคก ประมาณ 40 ไร่ทางด้านทิศตะวันออก เป็นที่ทำมาหากินแปลงหนึ่งของนายวาน ก่อนจะยกให้นายสถาน ปัจจุบันนายสถาน ได้แบ่งพื้นที่ดังกล่าวออกเป็น 3 แปลง ให้กับลูก 3 คน ๆ ละประมาณ 22 ไร่ครึ่ง ยังเหลือส่วนที่เป็นนาที่ยังไม่ได้ยกให้ใคร ลูกคนที่กลับมารับมรดกแล้ว คือ นายอดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน และคาดว่า พระภิกษุยุทธนา กำลังจะลาสิกขาบท มาประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับมรดก ในเวลาไม่กี่ปีต่อจากนี้

 

 

แปลงผักสวนครัวปลอกสารพิษ ที่ปลูกหมุนเวียนตลอดปี

 

การทำมาหากินของครอบครัวนี้

  • ได้พึ่งพาทรัพยากรหลักจากป่า สัตว์เลี้ยง และนาข้าว
  • ที่ทำให้ได้อาหารธรรมชาติ สารพัดชนิด พืชผักธรรมชาติ สมุนไพร ที่มีความอุดมสมบูรณ์และเสริมด้วยปุ๋ยคอกจากวัวและควาย
  • ทำให้สามารถปลูกผักอายุสั้นบนพื้นที่นาดอนได้ตลอดทั้งปี
  • รวมทั้งการมีน้ำซับไหลมาจากป่าดงทางทิศตะวันตกตลอดทั้งปี ก็ได้ทำให้มีความยั่งยืนด้านการทำนา ปลูกผัก อาหารธรรมชาติสารพัดชนิด ที่เกิดจากน้ำซับและการนำน้ำซับมาใช้ประโยชน์
  • ในขณะเดียวกันบริเวณพื้นที่ป่าโคก ก็ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ และการใช้งบประมาณส่วนตัวเพื่อทำบ่อน้ำขนาดต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10 บ่อ เพื่อสร้างแอ่งน้ำธรรมชาติแบบกึ่งฤดูกาล
  • ที่ทำให้การขยายพันธุ์ของสัตว์จำพวกกบ เขียด อึ่ง หอย ปู และสัตว์ป่าที่ชอบน้ำอื่นๆ อยู่ในพื้นที่ป่าโคกอย่างสมบูรณ์
  • ทำให้มีอาหารหลากหลาย ทั้งเพื่อการบริโภคในครอบครัวและการอนุญาตให้เพื่อนบ้านได้มาเก็บหาเพื่อการบริโภค แต่ห้ามมิให้นำไปเพื่อการค้า
  • จึงทำให้เกิดแหล่งอาหารธรรมชาติที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ตลอดปี เป็นรายได้เสริมรายจ่ายที่จำเป็นของครอบครัว
  • และเป็นที่พึ่งทางอาหารและของใช้ต่างๆ ของเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องได้เป็นอย่างดี

 

นาข้าวปลอดสารพิษ ได้รับปุ๋ยธรรมชาติจากใบไม้ในป่าดงและป่าโคก

 

        การดำเนินการชองนายสถาน

  • ได้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจทั้งในครัวเรือนของนายสถาน เอง
  • โดยนายอดิศักดิ์ ได้กลับมาจากการรับจ้างที่กรุงเทพฯเพื่อมาดูแลพ่อแม่และสานต่อเจตนารมณ์ของการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพึ่งตนเองร่วมกับพี่น้องอีก 2 คน 
  • ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มอดีตทหารป่าได้ร่วมพัฒนาแนวคิดเพื่อการพึ่งตนเอง โดยพัฒนาเป็นกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อคุณภาพชีวิต โดยการพัฒนาทุนทางธรรมชาติ ทุนทางภูมิปัญญา และทุนทางสังคม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • โดยการฟื้นฟูวิถีชีวิตของคนไทยเผ่าผู้ไท ที่เคยอยู่กับธรรมชาติแบบพึ่งตนเอง มานับพันปี
  • จึงนับได้ว่า นายสถาน ตุ้มอ่อน เป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นผู้นำ เป็นนักปฏิบัติ และเป็นผู้เข้าใจการพัฒนาชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในทุกมิติของความจำเป็นของการดำรงชีวิตของคนและชุมชน
  • สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการยกย่อง และนำไปสู่การสรุปบทเรียนเพื่อการขยายผลการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
  • ที่สามารถให้คนเข้าไปร่วมอยู่ ร่วมใช้ชีวิต และพัฒนาปรัชญา “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน”

ผมจึงขออนุญาตขนานนามสถานที่นี้ว่า

วิมาน สถาน จารย์ศรี วิไล

จากความสมบูรณ์แบบ วิมาน

อนุสรณ์แด่

  • พ่อสถาน ที่มีชื่อเรียกพื้นบ้านว่า จารย์ศรี และนางวิไลผู้ภรรยาคู่ชีวิตในวิมานแห่งนี้