ชีวิตที่ต้องดำเนินไปในโลกใบนี้กับการอยู่เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับสังคมหรือผลักภาระให้กับสังคม สิ่งที่ต้องยึดเกาะปฏิบัติไว้ให้แนบแน่นกับชีวิตคือธรรมะ ธรรมะที่จะเข้าสู่ใจแต่ละดวงให้สงบเย็นเห็นแสงสว่างอาจมาได้หลากหลายทางแต่เป้าหมายอันเดียวกันคือความสงบ สันติ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

 

                 "สร้างชีวิต" (ปิยโสภณ)

...งานเขียนของ พระศรีญาณโสภณ(สุวิทย์ ปิยวิชโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม๙ กาญจนาภิเษก เป็นบทธรรมะที่ข้าพเจ้าอ่านแล้วให้แง่คิดชีวิตและกำลังใจได้ดี จึงกราบขออนุญาตนำบางช่วงบางตอนของงานเขียนมาลงไว้ในบันทึกเพื่อต่อปัญญาเสริมสร้างพุทธศาสนา...

 

     งานสร้างชีวิต...มีความเสี่ยงเหมือนพายเรือในทะเลหลวง บางครั้งก็ราบรื่น แต่บางคราคลื่นลมก็โหมกระหน่ำรุนแรงเกินจะทนทาน

 

     มรสุมในทะเลเหมือนมรสุมของชีวิต เรือต้องแข็งแรงไม่บอบบาง เหมือนใจเราต้องแกร่งกล้าคราเผชิญอุปสรรคปัญหา เราท้อแท้อ่อนแอเมื่อใด เมื่อนั้นเรือชีวิตก็จะอับปางทันที

 

     ทุกชีวิตล้วนพบอุปสรรคปัญหา มิใช่มีเพียงเรา ปัญหาของเราอาจดูเหมือนใหญ่หลวง แต่ของคนอีกจำนวนมาก อาจเป็นจริงยิ่งกว่านิยาย อาจโหดร้ายยิ่งกว่าเรา

 

     อุปสรรคขวากหนามทางอารมณ์ เป็นปัญหาหลักของชีวิต  มรสุมคลื่นลมเปรียบเหมือนอารมณ์ของเรา เราต้องตั้งสติให้มั่นคง

 

     ฉลามร้าย  เปรียบเสหมือนอารมณ์แห่งราคะ

     ตัณหา   เปรียบเสหมือนอารมณ์แห่งความโลภ

     คลื่นลม  เปรียบเสหมือนอารมณ์แห่งโทสะ

     ทะเลลึก  เปรียบเสมือนอารมณ์แห่งโมหะ

                  คือความลุ่มหลงขาดสติ

 

     เมื่ออาสาจับมือกันทำงานสร้างชีวิต จิตใจต้องตั้งมั่นคง เป้าหมายและหลักชัยต้องชัดเจน

 

     การเดินทางที่ไร้เป้าหมาย แม้จะถึงเป้าหมายแล้วเราอาจไม่รู้ว่านั่นคือเป้าหมายของตนก็ได้ ในที่สุดก็หาความหวังในชีวิตไม่ได้

 

     เราต้องหัดพอใจในบางสิ่งและบางขณะ เพราะความพอใจเป็นความสุข เหมือนการเดินทางเหนื่อยแล้วได้หยุดพักบ้าง เมื่อมีแรงค่อยเดินทางต่อไป

 

     การหยุดพักจะทำให้ได้นิ่งคิด ปัญหาต่างๆล้วนแก้ไขได้เมื่อเรานิ่ง ยิ่งครุ่นคิดยิ่งขุ่นมัว เหมือนน้ำไม่นิ่ง ละอองฝุ่นก็ไม่ตกตะกอน

 

     การมองโลกในแง่ดีกับแง่ร้าย ทำให้พื้นฐานของใจต่างกัน 

     บางครั้งที่มนุษย์เราเป็นทุกข์ ก็เพราะเมื่อใจเป็นสนิมแล้วต้องการและคาดหวังจะให้คนนั้นคนนี้มาขัดสนิมคือมาเห็นใจมาเข้าใจ

 

     "การฝากความหวังไว้กับคนที่ไม่สมหวัง เราจะผิดหวังยิ่งกว่าเขา"

     เราต้องค้นหาปัญญาจากปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะในความมืดอาจมีจุดสว่าง ในความไม่ดีของคนนหนึ่ง อาจมีสิ่งดีอีกมากมาย เพียงแต่เราไม่เพ่งมองให้ชัดเท่านั้นเอง

     บางครั้ง เราต้องยอมคิดรวบยอดเพื่อแก้ปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ นั่นคือคิดว่า ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด ไม่มีคนที่ดีที่สุด ไม่มีสิ่งที่เลวที่สุด ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ

 

     เมื่อพูดถึงปัญหา พึงพูดถึงวิธีแก้ปัญหาด้วย เพราะปัญหาจะพอกพูนพันเท่าทันทีเมื่อเราย้ำพูดแต่ปัญหา เมื่อใดเราคิดวิธีแก้ปัญหาไปด้วย ปัยญาจะเกิดทันที

     ปัญหาบางอย่าง อาจไม่ต้องการคำอธิบาย หากแต่ต้องการความนิ่งสงบ เพราะความนิ่งเป็นสิ่งที่มีพลังมหาศาลกว่าพลังงานใดๆ

 

     พลังงานเครื่องจักร ต้องการความเคลื่อนไหว แต่พลังงานความรัก ต้องการความนิ่ง ความอ่อนโยน เมื่อเราไม่รู้จักตัวเองพอ อาจจำเป็นต้องนิ่งฟังคนอื่นบ้าง

 

     สรุป  เมื่อจะสร้างชีวิต ต้องสร้างความรักก่อน

เพราะความรักเกิดจากความสมดุล เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นธรรม กระทั่งเปลี่ยนรักให้เป็นความเข้าใจ ไม่มีใครสร้างชีวิตได้ด้วยอารมณ์ แม้ชีวิตจะเริ่มต้นด้วยอารมณ์ก็ตาม "งานสร้างชีวิต จึงต้องการเหตุผลที่เป็นธรรม จากใจทั้งสองดวง"

 

***บางช่วงบางตอน จากงานเขียนจากครูบาอาจารย์(พระสงฆ์)ที่มาถึงมือเข้าสู่ใจให้ข้าพเจ้าได้พลังต่อเติมชีวิตจากข้อคิดในหนังสือที่คนรู้จักเก็บมาจากโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองกรุงที่หนังสือมากมายทุกสิ้นเดือนต้องเก็บลงกล่อง***

 

     น้อมนำธรรมแบ่งปันพลังใจ...ขอบคุณค่ะ