จากประเด็นที่กล่าวมา พะเยายังมีพื้นที่ที่มีปัญหาในเรื่องของโฉนดที่ดินอยู่มิใช่น้อย ไม่นับในพื้นที่อื่น ๆ เอาเฉพาะในพื้นที่รอบกว๊านพะเยาจะเห็นว่า การสร้างผนักกั้นกว๊านทำให้น้ำเอ่อขึ้นมารุกไล่ที่ชาวบ้าน ซึ่งประเด็นนี้กฏหมายที่ตราไว้ กลายเป็นว่าชาวบ้านรุกที่กว๊านพะเยา (ไม่ได้หมายรวมเอานายทุนที่ซื้อและถมที่เอาเอง-ซึ่งเป็นอีกกรณีหนึ่งในที่นี้)
๔
การจัดการที่ดินโดยชุมชน
๑.ระดับพื้นที่
-
จัดทำแนวเขตการปกครองให้ชัดเจน และเขตพื้นที่ทำการเกษตรให้ชัดเจนเพื่อจัดทำ "โฉนดชุมชน"
-
ให้ อปท. มีส่วนร่วมในการเก็บภาษีโฉนดชุมชน
-
จัดทำข้อมูลแนวเขต ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ป่าชุมชนอย่างชัดเจน
๒.ระดับจังหวัด/ภาค
-
ให้หน่วยงานของรัฐเข้ามามีส่วนร่วในการแก้ไขปัญหาที่ดิน โดยชุมชนเป็นผู้กำหนด ได้แก่ การพิจารณาแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยใกล้ตัวชาวบ้านที่สุด การจัดตั้งกองทุนที่ดินในชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินหลุดมือ
๓.ระดับนโยบาย
-
ให้มีการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน
-
จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารกลุ่ม ทำหน้าที่บริหารงานทั่วไปและเชื่อมโยงกลุ่มกับพันธมิตรภายนอก
-
สมาชิกมีสิทธิเข้าทำกินในพื้นที่ได้ หากจะขายต้องขายให้เฉพาะกับสมาชิกในกลุ่มเท่านั้น และต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ
-
จัดตั้งธนาคารที่ดิน/ กองทุนที่ดินเพื่อสะสมเงินทุนไว้สำหรับใช้ในกิจการส่วนกลางของกลุ่ม
-
ยกเลิก/ทบทวนนโยบายที่ให้เปลี่ยนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นที่ทำกิน หรือที่ สปก. เพื่อจะได้ป้องกันการรุกป่าเพื่อให้เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
เดี่ยวนี้คนไม่ทำนา
นิยมสะสมที่ดินไว้มากๆ
ส่วนคนทำนากลับไม่มีนาทำ
คนที่มีที่ดินเยอะๆก็มักปล่อยที่ดินให้ว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์
หรือก็มีอยู่บ้างที่ชาวบ้านชาวนาซึ่งมีที่ดินอยู่ไม่มากนัก เมื่อตกไปถึงมือลูกๆ
แทนที่ลูกๆจะเก็บที่ดินเหล่านั้นไว้ทำประโยชน์ กลับจะขายเสียอีก
ก็เลยเป็นว่าชาวนาชาวดินจะทอดทิ้งดิน ทิ้งที่ทำำกิน ทิ้งอาชีพเดิมของตัว
ส่วนคนอาชีพอื่นๆ กลับมาหาซื้อที่ดินไปเก็บไว้
ประเทศเกษตรกรรม กำลังนำผืนดิน ท้องนาไปขายเล่น เก็งกำไรกัน
ทำเหมือนกับดินนี้เป็นสินค้าตัวหนึ่ง ดิน(นา)น่าจะอยู่กับชาวนา
ต่างกับในยุคสมัยที่ผ่านมา ที่ชาวบ้านเขายกนาให้กันฟรีๆ หรือไม่ก็ถวายวัดไปเลย
ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
หลายประเด็น เป็นหนังยาวครับ...ต้องพูดคุย ต่อสู้ อดทนอีกนานครับ