ข้าพเจ้าได้เขียนเสนอในภาพรวมไว้แล้วว่า หากไม่หันเข็มทิศ ชาติไทยคงอับปาง และสิ้นชาติใน ๑๘ ปี (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/481832) จากนี้ไปข้าฯจะมาให้เหตุผลสนับสนุนเพิ่มเติม
เริ่มตั้งแต่มันสมองของชาติของเรา (คือประดานักวิชาการ) ที่ไม่ใส่ใจในสวัสดิภาพของประเทศชาติ เช่น ไม่ตระหนักในภัยเศรษฐกิจจากต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในประเทศกันมากหลายอย่างน่าตกใจ ทั้งนี้โดยการเชิญและอำนวยความสะดวกโดยรัฐบาลทุกยุคของเราเอง
จนตัวข้าฯเองร้อนใจมาก ดังนั้นในปีพศ. ๒๕๔๓ จึงได้ทำการประเมินด้วยการกลั่นมาเองจากข้อมูลพื้นฐานของพวกฝรั่ง (เพราะหาข้อมูลไทยไม่พบ แม้ในระบบของธนาคารแห่งชาติ หรือ กระทรวงการคลัง) ...ข้าฯ พบข้อมูลตัวเลขอันน่าตกใจมากว่า รายได้ประชาชาติไทย (GDP) ที่รัฐบาลไทยทุกยุคสมัย ภูมิใจกันหนักหนา (ว่ามันเพิ่มขึ้นเร็วมากในทุกปี) นั้น 70% เป็นของชาวต่างชาติ ส่วนอีก 30% ที่เหลือนั้น 25% อยู่ในมือคนรวยไม่กี่ตระกูล เพียง 5% เท่านั้นที่อยู่ในมือคนไทยอีก 60 กว่าล้านคน
ตัวเลขดังกล่าวนี้ไม่มีใครในประเทศไทยรู้ ...ทั้งที่ร่ำเรียนกันมามีดีกรีสูงๆ จนเป็นที่เคารพกราบไหว้ของคนทั่วประเทศ .
..ถามง่ายๆว่าประเทศที่มี ”สมอง” ด้อยคุณภาพเช่นนี้มันจะอยู่รอดได้หรือ ในบริบทการล่าอาณานิคมภายใต้หน้ากากโล”ภา” ภิวัฒน์อันโหดเหี้ยมนี้
กระทั่งปีพศ. ๒๕๔๙ (๖ ปีภายหลังการประกาศของข้าฯ) อดีต รมว. คลัง รมว . สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงได้ออกมาแถลงว่า GDP ประเทศไทย 70% เป็นของคนต่างชาติ
ขนาดนี้แล้ว นักวิชาการไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตกใจจนกรีดร้องระงมกันหมดประเทศ ยังตีกอล์ฟกันสนุกสนานเหมือนเช่นเคย
ข้าฯเตือนมาแต่ปี ๒๕๔๓ ในเรื่องนี้ จนถึงวันนี้พศ. ๒๕๕๕ ครบรอบนักษัตร ๑๒ ปีพอดี โดยข้าฯได้จิ้มนิ้วเขียนบทความเตือนมานับล้านคำเห็นจะได้ในประเด็นนี้ (ไม่ได้เว่อ บทความขนาด 5000 คำ จำนวน 200 บทความ เห็นจะได้) โดยไม่ได้ค่าตอบแทนสักสลึง
หวังว่าข้าฯยังจะมีพลังบุญที่ได้สะสมไว้มากพอที่จะมาเขียนต่อได้อีก 200 ตอนนะ หึหึ
ใครไม่ฟังไม่อ่านไม่ว่า ขอพระสยามเทวาธิราชฟังคนเดียวก็พอแล้ว แล้วทรงบัญชาสั่งการกู้ชาติให้ทันก่อน ๑๘ ปีด้วยเทอญ
...คนถางทาง (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕)
ชาติไทยเราใช่แต่สมองไม่ดี กำลังก็ไม่ดีด้วย (แม้มีศักยภาพเป็นประเทศใหญ่ลำดับ ๑๙ ของโลก) กำลังของเราคือ ทหาร ก็อ่อนแอ มีแต่ทหารพุงพลุ้ย ตีกอล์ฟประจบนายเต็มประเทศ หึหึ
เบื้องหลังการถ่ายทำคือ ข้าฯได้อ่านนิตยสาร newsweek พบว่า gdp กับ gnp ของไทยมันต่างกันมาก ก็เลยไปค้นข้อมูล แล้วคำนวณกลับ ได้ตัวเลข 70% ออกมา ทั้งที่ข้าฯ ไม่เคยเรียน econ มาก่อนในชีวิตแม้แต่วิชาเดียว ข้าไปถามนักเศรษฐศาสตร์หลายคนว่า gdp คืออะไรก็ไม่มีใครรู้ ไปค้นหาใน text ในห้องสมุดก็ไม่เจอ เพราะมันเป็นของค่อนข้างใหม่ เพราะสมัยก่อนนี้วัดกันด้วย gnp