CSR ความหลงอย่างใหญ่หลวงของบริษัทประเทศไทย


CSR เป็นคำที่เพิ่งเกิดขึ้นในแวดวงบริหารจัดการของบริษัทใหญ่ๆ ของประเทศไทย

เวลานี้ หลายบริษัท รวมถึงรัฐบาล ถึงแก่กำหนดให้บริษัทและส่วนราชการทำ CSR กันขนานใหญ่ ถึงขั้นเรียกว่า "เป็นบ้าเป็นหลัง" ก็คงได้

CSR คืออะไร... มันมาแต่ไหนกัน..??? เป็นเรื่องควรขบคิด ก่อนจะทบทวนว่าควรทำหรือไม่ และทำอย่างไร...จึงจะได้ผล

เชื่อว่า คำๆ นี้ เกิดขึ้นมาจากแนวคิดที่เกาะติดความคิดต่างประเทศ (เชื่อว่าต่างประเทศคือแม่แบบความเจริญของสังคม)  ประมาณ ๑๐ ปีก่อนหน้านี้ ภายหลังจากคำว่า CRM ซึ่งตามหลังคำว่า Brand  (ซึ่งก็ตามหลังคำว่า Corperate, และตามหลังคำว่า Image, Position และ Profit  เข้ามาแพร่ระบาดในสังคมไทยเป็นพัก ๆ )

ความหลงอย่างใหญ่หลวง จึงเกิดขึ้น เมื่อ คนไทย ใช้บริบทของฝรั่ง มาเป็นแม่แบบ  โดยเฉพาะแม่แบบสำหรับการบริหารราชการ-องค์กรในกำกับของรัฐไทย

ที่กล่าวคำว่า "หลง" นี้ หมายถึง หลงทาง หลงผิด คือเข้าใจไขว้เขว ไปจากสิ่งที่ควรทำ ควรเป็น

CSR โดยความหมายตามคำและนัย  หมายถึงการทำงานที่ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม  คิดอย่างนี้ ก็คือแนวคิดแบบเทวะสิทธิ์ คือมนุษย์ได้รับมอบพันธะสัญญาจากพระเจ้า (God) เพื่อสร้างสิ่งดี ๆ แต่มนุษย์ก็มีหน้าที่บางอย่าง เมื่อหน้าที่ขัดกับสิ่งดี ก็ต้องทำส่ิงชดเชยหรือแก้ไข..ให้ผลดีขึ้น..

ซึ่งต่างจากบริบทของ สังคมพุทธ  ที่เชื่อว่า สังคมอยู่ร่วมกันโดยการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีผู้ให้-ผู้รับ อยู่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ทุกคนเป็นผู้ให้และผู้รับ จึงต้องกำกับการทำงานด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา (และอื่น ๆ) เพื่อให้การทำงานของมนุษย์ทุกคน เต็มที่ (ขณะที่มีผลกระทบในทางเสียหายต่อผู้อื่นให้น้อย แต่ให้ผลดีต่อผู้อื่นให้มากๆ ๆ ๆ) ด้วยสติ รู้เท่าทันกับ สรรพสิ่งรอบตัว และตัวเอง..

ตัวอย่างเช่น คุณยายทำขนมกล้วยขาย  ก็จะทำเท่าที่วัตถุดิบมีสุกพอ และขายไปเท่าที่พอขาย ไม่เอากำไรสูงสุด ไม่กักตุนกล้วยเพื่อผลิตสูงสุด เมื่อขายได้กำไรบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือ่(ตลาดวายแล้ว) ก็พร้อมจะแจกให้ลูกค้ากินฟรี โดยไม่กังวลว่าจะเสียราคา

ขณะที่ระบบคิดเช่นนี้จะไม่เกิดในการขายขนมกล้วย ของ SME ที่กำกับด้วยหลัก การตลาด ๔Ps ๔Ms 

CSR ไม่ใช่เรื่องแสดงตัวว่ารับผิดชอบต่อสังคม หรือร่วมมหกรรมที่แสดงว่าตนเองห่วงใยสังคมในด้านต่าง ๆ

แต่ CSR คือการทำหน้าที่ของตน โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งด้านดีและเสียที่จะเกิดแก่ผู้อื่น

บริษัทน้ำมัน  แม้จะปลูกป่าทั้งประเทศ ก็ป่วยการ ถ้าขนส่งก๊าซไม่ทันแก่ความต้องการ หรือน้ำมันมีราคาแพงจนเกินคาด ในขณะที่ตนเองได้กำไรมหาศาล 

บริษัทมือถือ จะส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไร มากน้อยแค่ไหน ก็ป่วยการ เมื่อยังสนับสนุนให้คนกระหน่ำโทรคุยกันในทุกเรื่อง ทุกเวลา เพื่อให้เกิดการใช้โทรศัพท์สูงสุด โดยมินำพาว่า ทรัพยากรถูกผลาญไปอย่างไม่คุ้มค่า..  

CSR ไม่ใช่เรื่องการกูโลก รับผิดชอบต่อสังค

แต่เป็นเรื่องที่ต้องบอกตนเองว่า จงสังวรณ์ที่จะไม่สร้างผลกระทบแก่สังคม จากการทำงานของตนเอง

หมายเลขบันทึก: 481763เขียนเมื่อ 12 มีนาคม 2012 10:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 มิถุนายน 2012 17:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)
  • น่าสนใจมาก
  • บางหน่วยงานทำผิดประเด็น
  • ผมเขียนไว้ที่นี่ครับ
  • เอามาฝากด้วย
  • http://www.gotoknow.org/blog/yahoo/317143

ขอบคุณพี่ขจิต..

ที่ร่วมคิดเห็นกัน

บทความที่โยงกันไว้...ได้แวะเยี่ยมเยือนแล้ว

ได้ความรู้เพิ่่มขึ้นอีกมาก..

  • ถ้าใช้คำหลักว่า CRS เหมือนกัน
  • จะมารวมกันครับ
  • ลองตามอ่านที่
  • http://www.gotoknow.org/blogs/posts/tag/csr
  • ขอบคุณครับ
  • สนุกเบย
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี