รางวัลชีวิตต้องการความพอดี
บริหารจัดการงานกับชีวิต
ปีการศึกษา ๒๕๕๔ กำลังจะผ่านพ้นไป มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นในโรงเรียน ครูปรับตัวเข้ากับสภาพความยุ่งยากในโรงเรียนขนาดเล็กได้ ทั้งยังคิดค้นรูปแบบวิธีสอน ที่ช่วยนำพานักเรียนสองชั้นพัฒนาไปพร้อมกันด้วยครูเพียงคนเดียว ไม่ลืมที่จะสอนซ่อมเสริม ผสมการเคี่ยวเข็ญให้นักเรียนรักการอ่าน ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างหลากหลาย
มั่นใจกับการทำงานหนักของผู้บริหารและครู ผลการทดสอบONET ป.๖ น่าจะออกมาดีกว่าปีก่อนๆ สอบNT ป.๓นักเรียนบอกว่าทำได้ ผลสอบปฏิบัติการอ่านออกเสียง ร้อยละ๙๐ นักเรียนอ่านคล่อง ช่วยผ่อนคลายความกังวลใจไปได้เยอะ
แต่บางทีก็ถามตัวเองว่า จะเอาอะไรกันนักกันหนากับโรงเรียนเล็กๆ ครูผู้สอนแค่ ๔ คน ทำงานเดินหน้าจนลืมสุขภาพตนเองและคนรอบข้าง ความต้องการความมั่นคงทั้งตนเองและองค์กร ต้องการเห็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องทำงานมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ความท้อมาพร้อมกับปีทองของโรงเรียน รางวัลที่ได้จากการทำงาน นับครั้งไม่ถ้วนทั้งเกียรติบัตรและเงินรางวัล ทั้งในระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัดและระดับชาติ แต่รางวัลชีวิตที่ต้องการความพอดี พอใจ และพอเพียง เรากลับลืมนึกถึงซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกล่อมเกลาจิตใจ
ก่อนที่จะสับสนไปมากกว่านี้ จึงหยุดคิดและอ่านหนังสือที่อยู่ตรงหน้า"นิพพานระหว่างวัน"ของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านสอนว่า
๑. ทำงานทีละอย่างและทำงานแต่ละอย่างด้วยความตั้งใจเต็มร้อย
๒. หมั่นกลับมาตามดูอิริยาบถอันเนื่องมาจากการทำงานคือทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
๓. ทุกครั้งที่มีความขัดแย้งในที่ทำงานอย่าแก้ปัญหาด้วยทิฎฐิ แต่ให้แก้ปัญหาด้วยสติ
๔. ทำงานด้วยการเลียนแบบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ หรือดอกไม้ คือไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ช่วยเสริมเติมต่อพลังใจ ให้กลับไปบริหารการจัดการงานกับชีวิต ให้ไปด้วยกันแบบพึ่งพาและเป็นสุข
เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็กwww.bannongphue.com
ผอ.ครับ เยี่ยมมากๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพนะครับ
ถ้าไม่ชอบใจประกาศขายของข้างบน ลบได้นะครับ