รูปแบบวิธีการเพาะมล็ดผักหวานป่าเพื่อเป็นต้นกล้า และวิธีการปลูกผักหวานป่าโดย(การหยอด)เมล็ดที่ผู้คนส่วนมากเข้าใจ-ปฏิบัติ-และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เป็นวิธีการที่ถูกใจคนแต่ยังไม่ถูกต้องเหมาะสมกับความเป็นตัวตนของผักหวานป่า

 

     ค่ำคืนของวันที่10/3/55 เสียงฟ้าร้องคำรามฝนฟ้าโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง(1ชม.)ไม่ขาดสายอากาศสบายๆ อ่านหนังสือธรรมควบคู่ธรรมชาติเป็นใจไร้เสียงรบกวน(จิต) ชักชวนหัวใจให้ผ่อนคลายเมื่อนึกถึงแมกไม้สรรพสัตว์ในสวนยามฟ้าสาง สำหรับสวนผักหวานป่าแห่งนี้นับว่าเป็นสัญญาณของฝนฟ้าที่ดีของปีทีเดียว แม้ชีวิตช่วงนี้จะมีสิ่งมากมายรบกวนจิตให้ต้องคิด(ทุกข์)บ้าง แต่ไฟในใจก็สงบเย็นลงได้เมื่อสายฝนโปรยปรายช่วยให้ดินชุ่มฉำ่ำไปหลายวัน...

...ช่วงนี้แม้ว่าเมล็ดผักหวานป่าจะติดลูกเล็กบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีเมล็ดผักหวานป่าสำหรับเพาะพันธุ์มากหรือน้อยต้องรอจนกว่าต้นเดือนเมษายน(ผ่านการสลัดเมล็ดของต้น)จึงจะทราบผลในแต่ละปี...

...จะมากหรือน้อยก็ยังดีที่ยังมีดอกมีผลให้พอมีความหวังกับการเพาะปลูกขยายพันธุ์...

...ก่อนที่จะถึงฤดูกาลเพาะ-ปลูกผักหวานป่า วันนี้ข้าพเจ้าจึงขอนำข้อมูลความรู้เกี่ยววิธีกับการเพาะปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ดมาอธิบาย(ตอบคำถาม)ผ่านบันทึกเพื่อให้ผู้อ่านท่านทั้งหลายที่จะทดลอง-ปลูกผักหวานป่าในปี2555นี้ได้มีข้อมูลสำหรับการนำไปต่อยอดการปฏิบัติเพื่อให้คุ้มค่า(เวลา)และได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกท่าน...

 

           

                                              *ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์*

1.ภาพนี้คือวิธีกานำเมล็ดผักหวานป่าที่ผ่านการล้างเอาเปลือกออกเสร็จแล้ว นำมาเพาะกับทรายหยาบเพื่อให้ออกรากเป็นถั่วงอก.

                                                          *ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์*

2.ภาพนี้เป็นการนำเมล็ดผักหวานป่าที่ล้างเสร็จแล้ว นำมาเพาะในแกลบดำเพื่อให้รากแทงออกเป็นถั่วงอก.

                                                          *ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์*

3.ภาพข้างบนเป็นการนำเมล็ดผักหวานป่าที่แทงรากออกจากเมล็ดในระยะที่เรียกว่าถั่วงอกหลังจากผ่านการบ่มเพาะโดยทรายหยาบ แกลบดำ (บางที่จะใช้วิธีการเพาะโดยกองไว้กับดินใต้ร่มไม้แล้วใช้ฟางข้าวหรือกระสอบป่านคลุมแล้วรดน้ำเพื่อให้ออกราก) นำมาปลูกแล้วใช้ท่อpvcสวมไว้(หรือบางที่ใช้เข่งหรือตาข่ายเขียวครอบอีกที).

                                                   *ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์*

4.ภาพนี้เป็นคำตอบที่ผู้คนส่วนมากที่เดินทางมาที่"อุฑยานผักหวานป่า'๔๔"จะต้องตั้งคำถาม.

...ทำไม?ต้นกล้าที่ที่ซื้อมาปลูกไม่ตายแต่ไม่โตซักที.

...ทำไม?ปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ดแต่ก็ยังไม่โต.

...ทำไม?ปลูต้นผักหวานป่าที่เพาะเป็นถั่วงอกแล้วไม่โตทั้งที่รากไม่ขาดดูแลดียิ่งกว่าลูกเสียอีก.

***คำตอบ***

...เพราะวิธีการเพาะ-ปลูกผักหวานป่าที่กล่าวมาทั้ง4ข้อนั้นเป็นการปฏิบัติต่อเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม.

...เนื่องจากการเพาะเมล็ดผักหวานป่าให้แทงรากอกมาเป็นถั่วงอกแล้วค่อยถอนออกมาปลูกหรือชำในถุงเพาะชำ.

...ในระหว่างการถอนย้ายต้นกล้าผักหวานป่าที่เป็นถั่วงอกออกมาปลูกหรือชำในถุง"ระหว่างการถอนย่าย"รากผักหวานป่าสัมผัสกับอากาศภายนอก(อุณภูมิที่ต่างจากดินเพาะ)ทำให้"ตาราก"ฝอยตาย.

...ต้นไม้จะมีทั้งรากแก้วและรากฝอย(รากหาอาหาร) เป็นส่วนสำคัญ"สำคัญเท่ากัน"เมื่อตารากฝอยตาย ก็จะไม่งอกออกมาใหม่สำหรับต้นผักหวานระยะถั่วงอกจึงเป็นสาเหตุให้ต้นผักหวานป่าที่ปลูกไม่ตายแต่ไม่ยอมโต.

 

5.การรนำวัสดุมาคลุมหรือครอบต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูกก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผู้ปลูกจะต้องยุ่งยากหรือเพิ่มต้นทุนการปลูกโดยเปล่าประโยชน์ เพราะในภาพข้างบนที่เห็นแม้ต้นกล้าผักหวานป่าที่เพาะ(อย่างเหมาะสม)ขณะที่นำมาปลูกมีแค่ตอที่ถูกหอยทากกัดกินก็สามารถแทงยอดออกมาใหม่สร้างลำต้นได้ใหม่ "ในที่นี้ต้องการเรียนยืนยันกับท่านผู้อ่านถึงความสำคัญว่าอยู่ที่รากไม่ได้อยู่ที่ยอด"

6.ภาพข้างบนเป็นต้นกล้าผักหวานป่าที่หยอด(ปลูก)ด้วยเมล็ดโดยการนำเมล็ดสุกที่ผ่านการล้างเสร็จแล้วปลูกลงดินโดยตรง(ภายใต้ร่มเงาตะขบ)โดยไม่นำไปเพาะถั่วงอก.

***โดยสรุป***

...สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอแนะนำสำหรับท่านที่จะปลูกผักหวานป่าโดยวิธีการหยอดด้วยเมล็ดให้ทำการหยอดเมล็ดผักหวานป่าลงดินปลูกโดยตรง หรือท่านที่จะปลูกต้นกล้าก็ให้เลือกซื้อต้นกล้าจากแหล่งที่เพาะเมล็ดผักหวานป่าลงถุงเพาะโดยตรง(จากแหล่งที่ท่านเชื่อถือ) ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดในวันนี้ไม่ได้มีเจตนามุ่งหวังกับส่วนที่ว่าใครผิดใครดีกว่า แต่จุดประสงค์ที่มุ่งหวังเพียงเพื่อให้คำตอบที่ผ่านการใช้เวลาทดลองปฎิบัติมาแล้วทั้งสองด้านเพื่อให้ผู้อ่านหรือท่านที่จะปลูกผักหวานป่าได้มีข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยใจของท่านเองก่อนลงมือปลูก(ปฏิบัติ)จริง...

                     ...สวัสดีทุกๆท่านและขอบพระคุณค่ะ...