นี่คือการประชุมประจำปีของ ทีดีอาร์ไอ เมื่อวันที่ ๑๕ ก.พ.๕๕ ที่ต้องการสื่อต่อสังคมไทยว่า การศึกษาไทยเข้าขั้นโคม่า เกินกำลังของคนในวงการศึกษาจะแก้ไหว เราต้องช่วยกันเข้าไปช่วยกัน “ยกเครื่อง” การศึกษาไทย ท่านที่สนใจรายละเอียดอ่านเรื่องราวและ ดาวน์โหลด เอกสารประกอบการประชุม ได้ที่นี่
ผมได้รับเชิญเป็นประธานการประชุมช่วงที่ ๑ ระหว่างเวลา ๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. จึงได้อ่านเอกสารประกอบการประชุมของช่วงนี้ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ : สู่การศึกษาที่มีคุณ ภาพอย่างทั่วถึงโดยอัมมารสยามวาลา, ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์และ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ล่วงหน้า อ่านหรือดาวน์โหลดเอกสารนี้ได้ที่นี่ และ PowerPoint ประกอบการนำเสนอที่นี่ และฟังเสียงการประชุมช่วงนี้ได้ที่นี่
จะเห็นว่าประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาสูงเหมือนประเทศอื่นๆ ที่เอาใจใส่การศึกษา และผลการสัมฤทธิ์ทางศึกษาสูง แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของไทยต่ำและลดต่ำลงเรื่อยๆ รวมทั้งมีอัตราการออกจากการเรียนในช่วงมัธยมศึกษาสูง แสดงว่าระบบการศึกษาของเราจะต้องทำอะไรผิดทางอย่างแน่นอน
แต่เราก็มีโรงเรียน และนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูง เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ แต่นั่นเป็นส่วนน้อยมาก แสดงว่า ระบบการศึกษาของเรามีทั้งส่วนที่คุณภาพต่ำ และส่วนที่ที่คุณภาพสูงหรือสูงมาก (กลุ่มโรงเรียนสาธิต) สะท้อนภาพความไม่เป็นธรรมในสังคมด้านการศึกษา
สาระของการประชุมมีรายละเอียดและความซับซ้อนมาก ข้อสังเกตหรือข้อคิดเห็นและคำถามจากผู้เข้าร่วมประชุมก็มีค่ามาก ยากแก่การสรุป แต่ผมก็สรุปว่า หัวใจของการยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง (Quality & Equity) ต้องทำ ๒ อย่าง คือ
๑. Accountability ที่ต้องเปลี่ยนจุดความรับผิดรับชอบ จากรับผิดรับชอบต่อหน่วยเหนือ ไปสู่รับผิดรับชอบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง และรับผิดรับชอบที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
๒. Freedom หรืออิสรภาพของโรงเรียน ด้านการใช้งบประมาณและด้านการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเป็นอิสรภาพที่มีการตรวจสอบ
ผมเพิ่มเติมว่า เพื่อให้บรรลุการศึกษาที่มีเป้าหมายพัฒนาความสามารถและความเป็นมนุษย์ ต้องตีความเป้าหมายนี้ให้ชัด โดยที่มีผลการวิจัยมากมายเป็นเวลากว่าสิบปี สรุปออกมาเป็นหนังสือ 21st Century Skills ที่แปลเป็นไทยในชื่อ ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21สรุปได้สั้นๆ ว่าต้องเรียนให้บรรลุทักษะ (ในการใช้ความรู้) ไม่ใช่แค่มีความรู้ที่จำได้ ที่เรียกว่าทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ โดยเน้นจัดการเรียนรู้แบบ PBL และครูต้องรวมตัวกันเรียนรู้วิธีทำหน้าที่ครู ที่เรียกว่า PLC
ในเว็บไซต์ของ ทีดีอาร์ไอ มีบทความดีๆ เรื่องการศึกษาหลายบทความ ความล้มเหลวของระบบการประเมินผลการศึกษาไทย : สาเหตุและข้อเสนอแนะผมตีความบทความนี้ว่า การประเมินผลที่ไม่เอาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ เป็นความสูญเปล่า หรือเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไม่คุ้มค่า ก็เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้ม จึงทำให้ระบบการศึกษาไทยใช้เงินมาก แต่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ รวมทั้งมีผลการวิจัยของ UNICEF บอกว่า งบประมาณด้านการศึกษาที่เพิ่มขึ้นนั้น ไปลงที่โครงสร้างพื้นฐานมากกว่าด้านทรัพยากรการเรียนรู้
นสพ. บางกอก โพสต์ วันที่ ๑๗ ก.พ. ๕๕ ลงบทบรรณาธิการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อ่านได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.พ. ๕๕