มีหลายคนมักจะถามมาว่า "อยากเป็นครูจะเริ่มต้นอย่างไรดี?"
นึกในใจ "อยากเป็นครูก็เรียนครูซิคะ" คนเก่งๆ หลายคนก็เถียงว่า
เรียนครูไม่รู้วิชากการนั้นๆ ลึกซึ้ง
ไปเรียนสายตรงของวิชานั้นดีกว่า พอเรียนจบมาก็โวยวายๆ
กีดกันบ้างละ ใจแคบบ้างละ จะฟ้องศาลปกครองบ้างละ แหมๆๆๆ
เจอคนเก่งแบบนี้เข้า เพลียใจอย่างแรงค่ะ
หลายครั้ง มักบอกผู้ถามเสมอว่า วงการครูเรา อยากได้ "คนดี" ก่อนค่ะ
เพราะคนดี เมื่อเข้าไปเป็นครู เจอนักเรียนหลากหลายรูปแบบ
เขาจะพยายามพัฒนาตนเองให้เท่าทันเด็กตลอด
และพยายามที่จะให้ลูกศิษย์มีพัฒนาการตามควรในสิ่งที่หลักสูตรกำหนด
หลักใหญ่คือ อ่านออกเขียนได้และคิดคำนวนได้ ท้ายที่สุด
ครูคนนี้จะมีความเชี่ยวชาญในระดับขั้นี่เราเรียกว่า "เก่ง" เอง
แต่เมื่อไรที่ได้ "คนเก่ง" มาก่อน กลุ่มนี้เมื่อเจอปัญหาเด็กเข้า
มักจะทิ้งเด็ก และคิดเสมอว่าเด็กโง่ เรียนไม่ได้
ตัวเขาเองถ่ายทอดและสอนได้ดีอยู่แล้ว เด็กไม่รู้เรื่องเอง
แล้วก็พะนอเฉพาะเด็กเก่งแทน
ส่วนกลุ่มที่ไม่มีอะไรจะทำเลยมาเป็นครูนั้น ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
และพยายามแก้ไขกันต่อไปค่ะ
วันนี้หยิบเอา "อยากเป็นครูจะต้องทำอย่างไรมาฝากค่ะ
เนื้อความมาจากหน่วยงานของ ก.ค.ศ. ผู้ซึ่งมีหน้าที่กำหนดคุณสมบัติสำหรับผู้เข้ามาเป็นครู ดังนี้ค่ะ
ผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพ ต้อง
1. มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.
2547
2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท/เอก ในคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ค.ศ. รับรอง
3. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
4. ผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด
สบายดีไหมครับ ;)...
ชอบนะครับ พูดตรงไปตรงมาดี
ผมเองก็พยายามมอง "เด็กเก่ง" อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะนักศึกษาที่เป็นพวก "เด็กทุน"
"เด็กทุน" ที่มักจะมีอภิสิทธิ์นิด ๆ ถึงมากที่สุดในสังคมการเรียนรู้
"เก่ง" แต่ "เลว" มีให้เห็นอยู่นะครับ ;)...
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ ;)...
" Keetawan"
สวัสดี คุณWasawat Deemarnค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆ ค่ะ ตอนเริ่มเขียนบล๊อกนี้ ช่วงนั้นมีเวลาว่าง เลยอยากจะให้ความรู้แก่ผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพ พอตอนหลังมา เขียนไปได้ไม่กี่ตอน ได้รับภาระกิจในการเผยแพร่สารสนเทศเกือบทุกอย่างของสำนักงาน เลยแทบไม่มีโอกาสในการเข้ามาเขียน ที่จริงอยากเขียนอีกมากมายที่ต้องประสบในวิชาชีพนี้ อีกทั้งที่ตรงนี้เป็นที่เดียวที่สามารถพูดตรงๆ ได้ แต่ด้วยเวลา เลยไม่มีโอกาสเล่า แม้แต่การเขียนที่ตรงนี้ยังไม่มีโอกาสตรวจทานข้อความเลยค่ะ ต้องขออภัยผู้อ่าน หากเขียนตัวอักษรผิด
แต่ กรณี " ดี - เก่ง"
และ "เก่ง - ดี"
เป็นเรื่องที่ท้าทายมากค่ะ อีกทั้งจะถึงวาระการสอบบรรจุอีกแล้ว มิพักกับการที่ต้องเจอสภาพของบุคคลที่บอกว่า พ่อแม่บังคับให้มาสอบ วันหน้าจะมาเล่าบรรยากาศของการที่พ่อแม่บังคับให้มาสอบค่ะ เศร้าใจอย่างแรงค่ะ
สวัสดีครับขออนุญาตเรียนถามครับ... ... คือว่าผมอยากเป็นครูครับ...ครูสอนศิลปะ เพราะจบศิลปะสายตรงมา ก่อนหน้านี้...ก็ได้ทำงานเกี่ยวกับศิลป และการออกแบบ
จากนั้นก็บวชอยู่ 1 ปี ซึ่งในระหว่างที่บวชอยู่นั้น พ่อก็ได้เอาใบสมัครเรียน ป.บัณฑิตมาให้ ซึ่ีงในขณะนั้น ป.บัณฑิตยังไม่ถูกยกเลิก...ผมเองสนใจ แต่ผมเองก็ไม่ได้สมัครไป ก็กะว่าขอบวชให้เสร็จสิ้นก่อน... พอสึกออกมาก็ทราบข่าวว่า ป.บัณฑิตถูกยกเลิกพอดี...แล้วก็ได้มาสมัครเป็นอัตราจ้าง ตำแหน่ง จนท.ดูแลห้องอินเตอเน็ทที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ได้ติดตามข่าวคราวเกี่ยว ป.บัณฑิตมาโดยตลอด...แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ความชัดเจนซักเท่าไหร่ เลยอยากจะขอความกรุณาครับว่า...พอจะมีวิธีไหนที่จะเป็นครู แบบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้บ้างครับ ... เพราะก็ได้ยินมาว่า ให้สอบ 9 มาตรฐาน หรือว่า เรียนโท แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นครูได้อย่างไร .. ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ตอบคุณเฉลิมพล
ดิชั้นไม่เข้าใจว่าดิชั้นเขียนอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ ข้อความที่ดิชั้นเขียนข้างบนก็บอกอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรในการที่จะเป็นครู
คำว่าครู ภาษาวิชาการบอกว่า "วิชาชีพ" ภาษาปากบอกว่า "จะเป็นครู" หรือ ดิชั้นต้องเขียนว่า "ผู้ที่จะเป็นครู" ต้องทำดังนี้ แทนคำว่า "ผู้จะเข้าสู่วิชาชีพ ต้อง...1 2 3 4 "
โปรดอ่านบทความให้ละเอียดถี่ถ้วน แล้วค่อยตั้งคำถามได้มั๊ย? ฝึกนะคะ เวลาไปสอนจริงๆ จะได้ไม่รู้สึกเสียใจว่า เป็นครูได้ยังไง
ผมขออนุญาติถามครับ อาจจะเป็นคำถามนอกประเด็น ผมมีความสงสัยว่า คณะ ศึกษาศาสตร์ และคุรุศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ที่ต้องสอบแข่งขันกันเพื่อจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยนั้น กับ คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ... ที่เข้าเรียนโดยง่ายดาย และค่าเทอมก็ถูกกว่า หลายคนสอบไม่ติด ก็เรียนครูราชภัฏ เรียนได้เกรดสูงง่าย จนบางคนดูถูกคณะคุรุศาสตร์ราชภัฏ อยากจะทราบว่า
- มหาวิทยาลัยสองประเภทที่กล่าวมานี้แตกต่างกันอย่างไร ส่งผลถึงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร
- หากมีนักเรียนจบ ม.6 อยากจะเรียนเป็นครู จะช่วยแนะนำให้เรียนสถาบันไหนดีครับ
ขออนุญาติเรียกอาจารย์นะครับ อาจารย์ somkamol มีความรู้ มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ อาจารย์มีความคิดเห็น ทัศนคติอย่างไรเพิ่มเติมบ้างครับ ในเรื่องที่ผมสงสัยนี้
ขอบคุณครับ
หากเป็นคำตอบที่อาจารย์ไม่ประสงค์จะเปิดเผยในที่สาธารณะ [email protected]
***คุณเด็กใหม่ =
- มหาวิทยาลัยสองประเภทที่กล่าวมานี้แตกต่างกันอย่างไร ส่งผลถึงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร
ตอบ คำถามนี้ ให้ย้อนถามตัวเองก่อนว่ารู้สึกอย่างไร? แล้วตอบคำถามดังนี้ คุณสอบติด ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ คุณจะเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยใด? เพราะอะไร? ........นั่นคือคำตอบที่คุณได้ไปแล้ว
ส่วนการสอบบรรจุ อันนี้มันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล ถ้าคุณทำข้อสอบได้คุณก็ถือเป็นผู้สอบบรรจุได้
แต่ เมื่อเข้าสู่การทำงาน ในกลุ่มของผู้มาติดต่อก็คงไม่ทราบหรอกคุณเรียนมาจากไหน แต่ในกลุ่มนักวิชาการด้วยกัน คุณคิดว่าอย่างไรล่ะ ให้ตอบเอง เพราะมันเป็นคำตอบที่ถูกต้องอยู่แล้ว
แต่ถ้าคุณถามถึงตลาดแรงงานทั่วไป แน่นอนว่ามีผลอยู่แล้ว คุณลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท ยกตัวอย่าง มีคนจากสองสถาบันที่ยกตัวอย่างมาสมัครงาน คุณจะเลือกใครเป็นช้อยแรก? นั่นล่ะคำตอบ
แต่ถ้าตอบแบบอุดมคติก็จบข่าว เอาแบบชีวิตจริงมาตอบมันใช่ทุกข้อนะคะ
- หากมีนักเรียนจบ ม.6 อยากจะเรียนเป็นครู จะช่วยแนะนำให้เรียนสถาบันไหนดีครับ
ตอบ คำตอบข้างบนคงตอบโจทย์ข้อนี้ไปแล้วนะคะ
ขอบคุณที่ชม แต่ขอตอบแบบชีวิตจริงในสังคมนะคะ อุดมคติเป็นเรื่องดี แต่ชีวิตความเป็นจริงต้องเลือกจุดยืนของตนเองที่เหมาะสมโดยไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นค่ะ หลักชีวิตจริง
สวัสดีครับ....
ผมว่าผมทบทวนดีแล้ว...จากข้อความที่เขียนไว้ข้างต้น ...ก็พอเข้าใจครับ..
จากข้อ 1 2 3 4
ดังนั้นผมขออนุญาตตั้งคำถามใหม่ครับ...จากข้อที่ 3 ที่กล่าวว่า...
"ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา"
...
ซึ่งผมไม่มีใบประกอบวิชาชีพ...
เลยอยากถามว่า...ผมจะควรใจทำอย่างไรในขณะนี้ที่จะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาครับ...
....
ปล.....ถ้าคำถามผมได้สร้างความน่ารำคาญ อันได้แสดงถึงความไม่รู้เรื่องของผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ...
เพราะผมเองไม่มีความรู้เรื่องวิชาการ หรือ กฎบัญญัติ อะไรต่างๆเลย
มีแต่ประสบการณ์การทำงานในวงการงานศิลปะ และ ออกแบบ...ซึ่งความรู้เฉพาะทาง กับประสบการณ์ในโลกกว้างถือว่าผมพอมี
และงานในขณะนี้ที่ทำอยู่แม้จะไม่ได้เป็นครู...แต่ก็อยู่กับนักเรียน สอนวิชาการใช้ชีวิต และก็ความรู้ที่พอจะหยิบยื่นให้เด็กได้เมื่อเด็กมาปรึกษา
...
จากการที่ได้คลุกคลีกับเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น ได้พูดคุย..มันก็เลยจุดประกายว่า...ผมน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่คนนึงที่จะเปลี่ยนแปลง และสร้างอะไรดีๆให้แก่เด็กรุ่นต่อๆไปได้ ผ่านความรู้ความสามารถทางศิลปะ...
...
จากนี้ถ้าเจ้าของบล็อคได้พยายามตอบคำถามผม...ที่ถือว่าชัดเจนแล้ว...
แล้วผมเอง...ยังไม่หายสงสัย..ผมก็ขอยอมรับความผิดพลาดนั้นแต่เพีบงผู้เดียวครับ...
...
***คุณเฉลิมพล =
" 1. มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท/เอก ในคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ค.ศ. รับรอง
3. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
4. ผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด "
4 ข้อดังกล่าว คือหัวใจหลักของผู้ที่คิดอยากจะเป็นครู โดยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี และทั้งสี่ข้อสามารถหาได้ง่ายมากจากอินเตอร์เนต การที่ดิชั้นยกหัวใจหลักมาเช่นนี้ ดิชั้นคิดว่าคนที่คิดจะเป็นครูต้องต่อยอดเองได้ วิธีการไม่ได้ยากเลย ดิชั้นเชื่อว่าคุณเข้า google เป็นแน่นอน ถ้าคุณหาบทความนี้เจอได้ ดิชั้นเชื่อว่า คุณเข้าไปหาวิธีการให้ได้ซึ่ง "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ได้แน่นอน
หากถามว่ารำคาญมั๊ยกับคนที่ใช้คำถามแบบไม่อ่าน ตอบได้เลยว่า "ไม่รำคาญ" แต่ "รับไม่ได้"
เหตุผลเพราะ คุณต้องการที่จะเป็นครู แล้วลองนึกถึงสภาพว่า แม้แต่คนที่เป็นครูยังไม่คิดที่จะค้นคว้าหาข้อมูลทั้งๆ ที่มีไกด์ไลน์ที่ชัดเจนให้อย่างนี้ แล้วเด็กที่คุณต้องสอนล่ะจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่เด็กสองสามคน แต่มันจวบจนคุณอายุถึง 60 นะ ที่จะมีเด็กมารับการถ่ายทอดจากคุณ แล้วเด็กเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมเหมือนคุณอีกกี่ร้อยกี่พันคน นี่คือสิ่งที่ดิชั้นคิดตลอด เวลาที่เจอคำถามในแนวทำนองแบบที่คุณถาม
และดิชั้นจะดีใจมาก เวลาเห็นคำถามที่แสดงถึงการได้ ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ มาในระดับหนึ่งแล้ว มากกว่าคำถามที่มาจากสิ่งที่ฉันต้องการเพียงอย่างเดียว
จากข้อความ "มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา" แค่นี้ ดิชั้นเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคุณหรอกค่ะ ที่จะรู้ได้ว่าคุณต้องทำอย่างไร ที่แน่ๆ ตัวดิชั้นก็เขียนเรื่องนี้เหมือนกันในเว็บนี้ ลองเริ่มต้นการเป็นครูด้วยวิธีดังกล่าวดูวิคะ ไม่ใช่เพื่อตัวคุณแต่เพื่อเด็กๆ ที่คุณจะไปสอน
ขอบคุณมากนะครับ...ที่เมตตาตอบคำถามของผม....
...
ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกแล้วครับ....ซึ่งแน่นอนผมเองก็ไม่อยากให้เด็กเป็นแบบผมอย่างแน่นอน...
เพราะผมเองก็ยอมรับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ถ้าได้รู้ว่าตัวเองเป็นต้นแบบที่ใช้ไม่ได้...
เหมือนได้เป็นการเตือนสติ.....
ขอขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ...และน้อมรับนำไปปรับปรุงครับผม...
....
ขอบคุณมากๆครับ....
...
ไว้โอกาสหน้าผมจะมารบกวนถามคำถามอีก
ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นคำถามที่ดีกว่านี้ครับ...
***คุณเฉลิมพล = ยินดีอย่างยิ่งค่ะ หวังไว้ว่า ครั้งหน้าจะได้รับใช้คุณในฐานะ "ครูเฉลิมพล" นะคะ ...
หากอ่านคู่มือหรือข้อความไม่เข้าใจ ยินดีอธิบายให้ค่ะ
ขอขอบพระคุณจากใจจริงอีกครั้งครับ...
สวัสดีครับ ผมขอถามเรื่องหนึ่งจากความคิดที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เรียกว่า (ค้นหาตัวเอง)
***คุณความคิดเริ่มต้น = แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะ
คุณก็แค่อยากหนีสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เบื่อกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมาก
งานครู ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นต่างจังหวัดที่ขาดแคลนหรอก ทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีสภาพปัญหาทั้งนั้น เพียงแต่เราจะแยกแยะปัญหาเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้าง
เด็กต่างจังหวัด คุณอาจจะมองว่าเขาขาดแคลน เพราะคุณยึดวัตถุมาเป็นตัวตัดสินใจว่าเขาไม่มีวัตถุเหล่านั้น เขาจึงขาดแคลน โดยแท้จริงแล้ว นั่นคือวิถีชีวิตของเขาบนสภาพสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป
หากวัดประชากรเป็นหลัก คุณนึกถึงสภาพพื้นที่ของกทม. เพียงแค่หยิบมือ แต่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ต่างจังหวัด ถ้าไม่นับรวมจังหวัดใหญ่ มีประชากรหลักแสน กับพื้นที่ที่มากกว่ากทม.หลายเท่าตัว คุณเห็นภาพของมดที่แออัดกันตรงปากรูมั๊ยละ
คุณรู้มั๊ยว่าเด็กกรุงเทพมหานครมีภาวะเสี่ยงและขาดแคลนยิ่งกว่าเด็กต่างจังหวัดหลายเท่านัก ทั้งเสี่ยงต่อเทคโนโลยีที่รายรอบตัวทุกเมื่อทุกวัน เสี่ยงต่อสิ่งเร้าและเย้ายวน เสี่ยงต่อผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาพร้อมกับจิตใจที่หลากหลาย เสี่ยงต่อการทอดทิ้ง เสี่ยงต่อภาวะการณ์ท้องโดยไม่พึงประสงค์ ฯ
ลองไปสอนดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ค่ะ
ขอรบกวนถามนะครับ... คือว่า...เมื่อเราได้ใบอนุญาตในการสอน จากการ สอบ 9 มาตรฐานมาแล้ว... ... เรามีสิทธิ์ที่จะนำใบอนุญาตนี้...ไปขอสอน..ตามโรงเรียนที่เปิดรับ ทั่วประเทศไทยใช่หรือไม่ครับ.. ... ถ้าสิ่งที่รู้มาขาดตกบกพร่องอย่างไร...ช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณเฉลิมพล = เมื่อครบ 9 มาตรฐาน คุณจะสามารถขึ้นทะเบียนใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ได้ก่อน เพื่อไปสมัครสอนในโรงเรียนที่สอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถึง ระดับกว่าปริญญาตรี ทุกสังกัดค่ะ เป็นเวลา 1 ปี โดยมีสัญญาจ้างตำแหน่งครูผู้สอนเป็นหลักฐานไว้นะคะ
ขอบพระคุณมากครับ...
พอดีปีที่แล้วยังไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพตอนที่รับสมัครและได้หลังจากปิดรับสมัครไปแล้ว จึงทำให้ไม่แน่ใจว่าสมัครสอบได้เปล่า เพราะบางที่บอกให้นับหน่วยกิต ซึ่งชื่อของแต่ละวิชามันไม่ขึ้นชื่อเอกนั้นๆ โดยตรงจึงไ่ม่นับ เลยเกิดความสับสนว่าต้องทำยังไง หรือควรไปเรียนตัวไหนใหม่ ที่ให้สามารถสมัครสอบได้ ต้องขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ พยายามสอบถามหลายที่แล้วยังไม่มีใครพอที่จะสามารถให้คำตอบแบบกระจ่างชัดได้
***# nadda # ถามผิดที่ก็ไม่ได้คำตอบซิจ๊ะ ต้องถามที่หน่วยงาน ก.ค.ศ. นะจ๊ะ รบกวนนิดเดียว คราวหน้า ประโยคนี้ " ได้เปล่าคะ " ขอเปลี่ยนเป็น " ได้หรือเปล่าคะ" คนอ่านคนฟังจะได้รู้สึกอยากตอบมากกว่านี้นะจ๊ะ
อยากจะขอสอบถามว่า ตอนนี้จบกศน.มาครับ แล้วไม่ได้ต่อระดับปริญญาตรี เพราะทำธุรกิจอยู่ แต่ที่อยากสอบถามดูก็เพราะด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง เรื่องธุรกิจก็อยู่ตัวแล้ว ปล่อยได้ ปีนี้ผม33แล้วครับ แต่ก็ยังใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นอยู่คืออยู่กับเพื่อนๆและน้อง น้องๆผมบ้างคนนี้ 16 ปีเองน่ะครับ แต่ก็คบได้ครับ เพราะัหัวสมัยใหม่อยู่แล้ว และมีเด็กเข้ามาขอคำปรึกษาหลายๆด้านเยอะมาก ทั้งเรื่องปัญหาต่างๆของครอบครัวเขาและเรื่องการเรียน พอดีว่าเคยไปเรียนที่ออสเตรเลียมาครับ เลยพอได้เรื่องภาษามาสอนน้องๆเขาบ้าง พอนานไปๆ ก็รู้สึกว่า ทำไมเราไม่ไปเป็นครูสอนล่ะ ดีกว่ามานั่งเฉยๆ งานเราก็อยู่ตัวดีแล้ว แล้วก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนที่เป็นหมอ เขาก็เเนะนำดี ผมเลยตัดสินใจว่าจะเป็นครูแต่คงขอระดับมัธยมอ่ะครับ เพราะคิดว่าระดับนี้ถ้าคุยกัน จะรู้เรื่องกว่าครับ เลยอยากขอคำแนะนำหน่อยครับ ผมไม่จำกัดเวลาเรียนต่อที่จะไปเป็นครูครับ (แต่ก็ไม่อยากให้เกิน5ปีครับ)