พรุ่งนี้(7 มี.ค.2555 )เป็น "วันมาฆบูชา" วันนี้ผมก็เลยเขียนพุทธประวัติโดยสังเขปมาให้เพื่อนๆ อ่านกันนะครับ

 

 

 

 

 

 

“พระพุทธเจ้า”

 

 

 

 

 

         พระพุทธเจ้าทรงมีพระนามเดิมว่า "เจ้าชายสิทธัตถะ" พระองค์เป็นพระราชโอรสของ"พระเจ้าสุทโธทนะ" และ "พระนางสิริมหามายา" แห่งเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล)

         พระองค์ประสูติที่สวนลุมพินี หลังจากที่ประสูติได้ 7 วัน พระราชมารดาคือพระนางสิริมหามายาเสด็จสวรรคต โดยมี "พระนางปชาบดีโคตมี" เป็นผู้ทำหน้าที่ในการอภิบาลเลี้ยงดูอย่างรักใคร่ทะนุถนอม

        เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 16 พรรษา ทรงอภิเษกสมรสกับ "เจ้าหญิงยโสธรา" หรือ "พระนางพิมพา" แห่งกรุงเทวทหะ พระองค์ทรงครองชีวิตอย่างมีความสุขตลอดเวลา

        เมื่อพระองค์ทรงมีอายุ 29 พรรษา พระนางยโสธราทรงประสูติพระโอรสอันเป็นที่รักยิ่งปานดวงใจ พระนามว่า "ราหุล"  และไม่นานหลังจากนั้น เจ้าชายสิทธัตถะก็ได้ตัดสินพระทัยเสด็จออกผนวช เพื่อแสวงหาหนทางแห่งการดับทุกข์ให้กับชีวิต

        ภายหลังจากที่พระองค์ทรงใช้เวลาในการแสวงหาโมกขธรรมเป็นเวลา 6 ปี พระองค์ได้ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะที่ทรงมีพระชนมายุได้  35 พรรษา และทรงใช้เวลาในการเดินทางประกาศเผยแผ่พระศาสนาอยู่เป็นเวลา 45 ปี

       ต่อมาพระองค์ได้ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ในขณะที่ทรงมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา

 

         หากมองในแง่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เราจะพบว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นอัจฉริยะ เป็นยอดแห่งมนุษย์ทั้งหลาย เป็นมนุษย์ผู้ที่มีความประเสริฐอย่างสมบูรณ์แบบ และทรงมีความยิ่งใหญ่อย่างยากที่จะหาคนมาเปรียบเทียบได้

         ในวัยเยาว์ ...... พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายที่ทรงมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์  ทรงรักในการศึกษา เป็นคนว่านอนสอนง่าย มีความกตัญญูกตเวที  และทรงมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่ตลอดเวลา

         ในวัยหนุ่ม....... พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายที่ทรงมีความอัจฉริยะ ทรงสำเร็จการศึกษา 18 ศาสตร์ ในขณะที่ทรงมีพระชนมายุได้ 16 ปีเท่านั้น ทรงเป็นพระสวามีที่แสนดีและน่ารักของพระนางยโสธรา  และเป็นเจ้าชายที่รักใคร่ของปวงประชาราษฎร์

        ในวัยชรา...... พระองค์ทรงเป็นพระศาสดาที่มีพระหฤทัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์  เป็นพระศาสดาที่ทรงทำงานอย่างหนักเพื่อประกาศแนวทางแห่งความดีงามและความถูกต้องให้ประชาชนได้ประพฤติปฏิบัติตามเพื่อนำชีวิตไปสู่ความเป็นอิสระภาพจากมวลกิเลสาสวะ  และหลุดพ้นจากปัญหาหรือความทุกข์ทั้งปวง

 

       พระพุทธจริยาวัตรที่พระองค์ทรงปฏิบัติ เป็นแบบอย่างแห่งความดีงาม ที่ทุกคนควรจะยึดถือและปฏิบัติตามมากที่สุด ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิต การคิด การพูด การกระทำ และการทำงานด้วยอุดมการณ์อันมั่นคง

       ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นพระศาสดาที่ทรงทำงานหนักเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน

       พระองค์จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่และเป็นพระศาสดาที่โลกไม่มีวันลืม

 




"Sambuddathwa Jayanthi Theme Song"
(from..... Ananmanan.com)