แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

ตอนที่ ๓ เป็นข่าว เป็นเรื่อง


มาเล่าเรื่องสนุกๆต่อนะคะ หลังจากที่พลอยได้ยินเรื่องราวแปลกๆหลายเรื่องแล้ว ชวนให้นึกสงสัยว่า จริงไม่จริง ใช่ไม่ใช่ เชื่อไม่เชื่อ ดีไม่ดี พลอยก็ได้รู้เรื่องแปลกๆหลายอย่าง ตามประสาคนอยากรู้ อยากเห็น ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างถาม มาเล่าให้เพื่อนๆฟังอีกค่ะ

จำได้ไหมค่ะ  ตอนนั้นที่มีข่าวใหญ่ที่เกี่ยวกับเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่อำเภอแก่งกระจาน พ.ศ. 2554 เป็นอุบัติเหตุครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่เฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำต่อเนื่องกันในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีโดยเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต และนำมาซึ่งความโศกเศร้าของบุคคลในครอบครัว อ่านต่อได้ในวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีนะคะ

ช่วงแรกที่มีข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกลำแรก ซึ่งเป็นข่าวดังมาก เสียชีวิตทั้งลำ น่าสงสารและน่าเศร้ามาก มีลูกศิษย์ไปคุยข่าวนี้ให้หลวงพ่อกล้าฟัง (หมายเหตุที่วัดป่าไม่มีโทรทัศน์ค่ะ และพระวัดป่าไม่ดูทีวีค่ะ) หลวงพ่อบอกว่า เดี๋ยวเครื่องจะตกอีก ฟังแล้วอึ้งค่ะ แบบว่าไม่อยากจะเชื่อค่ะ

เฮลิคอปเตอร์ลำที่ 1

อีก 3 วันต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทีมช่วยเหลือที่เข้าไปในพื้นที่ก็เกิดอุบัติเหตุตกอีกค่ะ เป็นข่าวที่ช็อคทั้งประเทศ น่าเศร้าเสียใจมาก น่าสงสารครอบครัวของผู้เสียชีวิตมากๆค่ะ

เฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2

นอกจากนั้นยังเป็นข่าวที่พวกพี่ๆลูกศิษย์วัดและพระในวัด อึ้งมาก เพราะหลวงพ่อกล้าบอกว่าจะตกอีก แล้วก็ตกอีกจริงๆ เพียงไม่กี่วัน ก็มีคนเข้าไปบอกหลวงพ่อ ว่าเครื่องบินตกอีกแล้ว หลวงพ่อกล้าท่านก็บอกว่า อืม เดี๋ยวจะตกอีก ที่เดิมนั่นแหละ

อ้าว ทำไมเป็นงั้นล่ะ เครื่องมันจะตกอีกได้ไง ก็มันเพิ่งตกไป ทำไมหลวงพ่อพูดแบบนั้นล่ะ ไม่จริง ไม่อยากจะเชื่อค่ะ แต่ของแบบนี้มันพูดเล่นกันได้ที่ไหนค่ะ เป็นพระท่านก็มีศีล ท่านก็ไม่โกหกนะ

อีก 5 วันต่อมา มีรายงานข่าวอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกอีก ก็ใกล้ๆที่เดิมนั่นแหละค่ะ ทีมที่ส่งเข้าไปรับศพผู้เสียชีวิต ตกอีกแล้ว เป็นข่าวที่ช็อคคนไทยทั้งประเทศ อะไรมันจะขนาดนั้น เครื่องบินมันเก่าหรือ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันตกอีกแล้ว ทำไมมีการตายเป็นว่าเล่นแบบนี้  ทำไมมันกลายเป็นความจริง  หลวงพ่อรู้ได้ยังไง

เฮลิคอปเตอร์ลำที่ 3

 

จากข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้มีข่าวลือเป็นความเชื่อต่างๆมากมาย เช่น

ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้มีความเชื่อว่า ที่เฮลิคอปเตอร์ตกถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ผู้เสียชีวิตมากมายนั้น เป็นเพราะแรงอาถรรพ์หรือคำสาปของชาวกะเหรี่ยงที่เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนั้น โดยชาวกะเหรี่ยงอาวุโสที่มีอายุกว่า 103 ปี ที่มีชื่อเรียกกันในท้องถิ่นว่า ปู่คออี๋ ซึ่งเป็นผู้นำจิตวิญญาณและเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องคาถาอาคม กล่าวว่าเป็นเพราะแรงคำสาปของชาวกะเหรี่ยงที่เจ็บแค้นที่ถูกทหารไทยขับไล่ที่อยู่อาศัยจนมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย เมื่อปี พ.ศ. 2538 อีกทั้งมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17 ศพ ซึ่งเลข 7 เป็นเลขอาถรรพ์ตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง เนื่องจากเลข 7 เมื่อเขียนกลับหัวแล้วจะคล้ายกับคำว่าตายในภาษากะเหรี่ยงโบราณ[16]

อีกทั้ง ในเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งแรก เมื่อพบศพผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด 5 ศพ แต่ไม่พบชิ้นส่วนศีรษะที่ขาดหายไป และเมื่อจะนำศพขนกลับ ไม่สามารถกระทำได้เพราะมีฝนตกลงมา ชื่อว่าเป็นเพราะยังหาชิ้นส่วนของร่างกายไม่ครบ นอกจากนี้แล้ว ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุครั้งที่ 2 เมื่อ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี หัวหน้าหน่วยที่ค้นหาเหตุอุบัติเหตุครั้งแรก ก่อนขึ้นเครื่องเริ่มปฏิบัติการณ์ได้เอ่ยประโยคที่เสมือนเป็นลางบอกเหตุว่า "เดินทางไปด้วยตัวเองเพื่อนำน้อง ๆ ทั้ง 5 กลับมาให้ได้ในวันนี้ (19 ก.ค.) เพราะญาติ ๆ ของพวกเขารออยู่" และเมื่อสื่อมวลชนได้พยายามติดตามขอเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ด้วย ปรากฏว่า พล.ต.ตะวัน ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "อย่าไปเลย เดี๋ยวก็ตกกันหมด" [17]

ทางด้านนักโหราศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ย มีความเห็นว่าบริเวณพื้นที่ป่าแก่งกระจานนั้น มีลักษณะฮวงจุ้ยคล้ายกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา[18] นอกจากนี้แล้ว ยังมีภาพถ่ายของอุบัติเหตุครั้งที่ 3 ที่เมื่อเผยแพร่ออกมาแล้ว มีรูปของสิ่งที่ดูคล้ายคน 2 คน นั่งอยู่ในจุดเกิดเหตุท่ามกลางเปลวไฟ[19] อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพบกได้ปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้กำลังพลของกองทัพเสียขวัญ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจได้มีการทำพิธีทำบุญครั้งใหญ่[20]

 

แบบนี้มีเคลียร์ค่ะ ต้องเข้าไปเคลียร์กับหลวงพ่อกล้าด่วนค่ะว่า มันเกิดอะไรขึ้นค่ะ หลวงพ่อ  ความจริงมันเป็นยังไง  แล้วที่เค้าว่ากันว่า  มันจริงไหมค่ะหลวงพ่อ

หลวงพ่อบอกว่า  บริเวณนั้นหลวงพ่อเคยธุดงค์ ปักกลดมาแล้ว  แถวนั้นลมมันแรงมาก ลมมันดูดแรง  เครื่องบินมันเก่า  มันต้านแรงลมไม่ไหว  มันก็ตก  เป็นธรรมดา

แล้วที่ไม่ธรรมดาละคะหลวงพ่อ  ที่เค้าเล่าว่า มีหมู่บ้านลับแลอยู่ จริงไหมค่ะ

 

หลวงพ่อบอกว่า บริเวณนั้นมีหมู่บ้าน  มีคนอยู่จริงๆ ก็เป็นชาวป่า เป็นชาวกะเหรี่ยง  เค้าเคยมาใส่บาตรหลวงพ่อ

 

บริเวณนั้นมีศาล  เค้าเอาฟางไปปูในศาล  พอตอนเช้าฟางก็หายไป 

 

แสดงว่ามีคนเอาไปใช่ไหมค่ะ  หลวงพ่อก็พยักหน้า

 

ตกลงว่า  มันเป็นอะไร  มันคืออะไรกันแน่ ค่ะ  ไม่เข้าใจเลยค่ะ  หลวงพ่อก็ตอบแล้วนะ  หรือว่าเราถามไม่ตรง  ฟังแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจเลย  แต่พลอยก็ไม่กล้าถามอีกค่ะ  มีคนมารอพบหลวงพ่ออีก  บางเรื่องถ้าคำตอบมันยากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ  หลวงพ่อจะไม่ค่อยตอบ หรือตอบแล้วเราต้องไปตีความเอาเองอีกค่ะ ก็ไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่า

 

เฮ้อ..พลอยล่ะ งง จริงๆ  เรื่องนี้        

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 481182เขียนเมื่อ 6 มีนาคม 2012 18:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤษภาคม 2012 09:32 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง