ผู้วางนโยบายการเรียนอังกฤษไทยแบบทึ่มๆ น่าจะลองเอาเงินภาษีไปดูงานที่โน่นกันมั่ง

เรียนภาษาอังกฤษ๓ (เปรียบเทียบไทย vs. แสกนฯ)

 

ในประเทศกลุ่มแสกนดิเนเวีย  เขาพูดเขียนภาษาอังกฤษได้เก่งมากๆ ฟังเผินๆยังกะเจ้าของภาษา และพูดเขียนกันได้แบบว่าทุกคน ทั้งที่เขาเริ่มตั้งต้นเรียนภาษาอังกฤษกันเมื่อ ป. ๖   (ส่วนไทยเราตั้งแต่อนุบาล ๑)

 

ผมเคยสัมภาษณ์คนเก็บขยะในสวีเดน ว่าทำงานยังไง โห..แกพูดอังกฤษสำเนียงอาจารย์มหาลัยยังไงยังงั้น ไม่แต่สำเนียงพูด แต่การอธิบายอย่างเป็นตรรกะก็สุดยอด จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศในแสกน จึงได้เจริญรุดหน้าล้ำโลกไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะด้านสังคม เศรษฐกิจ หรือ การเมือง ก็ตาม

 

เพื่อนอาจารย์มหาลัยอธิบายว่าในแสกนนั้นจะมีมาตรการอะไรคล้ายๆกันหมดคือ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษเมื่อป.๖  ซึ่งความจริงอายุ  ๑๒ ปีนั้นถือว่าลิ้นเริ่มแข็งแล้ว แต่ทำไมเขาพูดอังกฤษกันคล่องปานนั้น

 

จริงอยู่ภาษานอร์ดิคของคนกลุ่มนี้มีรากมาจากสาย Germanic เหมือนอังกฤษ แต่วันนี้มันต่างกันมากทีเดียวทั้งการออกเสียง การสะกด และ ไวยกรณ์  ..นี่แสดงว่าเขาเรียนสอนกันอย่างมีปสภ. มาก ...คงต่างจากของเรามากเลย

 

ผู้วางนโยบายการเรียนอังกฤษไทยแบบทึ่มๆ น่าจะลองเอาเงินภาษีไปดูงานที่โน่นกันมั่ง (แล้วดูแบบใช้สมองด้วยนะ ไม่ใช่แบบชุ่ยๆ แบบผลาญเงินเหมือนที่ผ่านๆมา)

 

ผมเชื่อด้วยว่าการมาเรียนเอาที่ป.๖ นั้นเพราะเขาต้องการใช้เวลาในวัยเด็กบ่มเพาะความเป็นชาตินิยมให้มากที่สุด อัดฉีดความเป็นไวกิ้งให้ฝังรากลึกเสียก่อน กล่าวคือต้องรู้ตัวเองก่อนรู้คนอื่นนั่นเอง ไม่งั้นความเป็นชาติ เป็นเผ่าพันธุ์มันจะจางหายไปทีละน้อย จนไม่เหลือในที่สุด

 

ซึ่งเรื่องชาตินิยมนี้เขามีกันทุกชาติแหละ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่ไม่ยอมเรียนภาษาอังกฤษเลยจนกระทั่งในระดับมัธยมปลาย (เพิ่งมาเปลี่ยนปีกลาย ๒๕๕๔ นี้เอง)

 

ส่วนไทยเราวันนี้เรียนประวัติศาสตร์กันแบบท่องปีพศ. เท่านั้นไม่เคยคิดที่ฝังรากความรักชาติอะไรสักเท่าไหร่

 

ที่ usa การเรียนในมหาวิทยาลัยระดับป.ตรี นั้นภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับเสมอ ไม่ว่าคุณจะเมเจอร์วิศวกรรมศาสตร์ก็ตาม ส่วนของไทยไม่มีการเรียนภาษาไทย  แถมในการสอบเข้ามหาลัยวิชาภาษาไทยก็ไม่บังคับ แต่กลับบังคับภาษาอังกฤษ (ในกรณีวิศว หมอ วิทยาศาสตร์)

 

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ชาติทุกชาติในโลกนี้มีหน้าที่ต้องดำรงเอกลักษณ์ตนไว้ให้ดีที่สุด โดยมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นตามกาลเวลา แต่ไม่ใช่ว่าไปลอกเอาวัฒนธรรมเผ่าอื่นมาใช้แบบไม่ลืมหูลืมตา

 

..ถ้าหากโลกนี้มีภาษาเดียว วัฒนธรรมเดียว ผมว่าไม่น่าจะอยู่รอดได้นาน เพราะมันไม่มีความหลากหลายให้เกิดการคิดอะไรที่แปลกใหม่ หรือไม่เกิดการคานอำนาจทางวัฒนธรรมนั่นเอง

 

...คนถางทาง (๖ มีนาคม ๒๕๕๕)