ส่วนไทยเรานั้นตรงกันข้ามเลย เพราะเราต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไป “รับใช้ฝรั่ง” ให้ได้ดีนั่นเอง

ผมได้เคยเขียนเล่าไว้แล้วว่า ศ.ดร. ญี่ป่น หลายคนที่ผมได้เคยคุยด้วย พูดอังกฤษไม่ได้ศัพท์  จัดได้ว่าด้อยกว่า นศ. ป. โท ในความดูแลของผมแทบทุกคนก็ว่าได้ ...แต่ทำไมญี่ปุ่นพัฒนาจนเป็นมหาอำนาจโลก ในขณะที่ไทยเป็นได้แค่ลูกหาบที่คอยแบกเสลี่ยงพานายญึ่ปุ่นไปชมวิวโลกาภิวัตน์

 

แม้จนบัดนี้นักวางนโยบายการศึกษาไทยก็ยังตะบันคิดกันได้แบบโง่ๆว่า ภาษาอังกฤษคือ “กุญแจ” ไปสู่ความเจริญ ..ทำให้เกิดการเรียนภาษาอังกฤษกันอย่างบ้าคลั่งในโรงเรียนไทย โดยบังคับเรียนตั้งแต่ ป. ๑  มานาน ตั้งแต่ปีมะโว้กระมัง

 

ในขณะที่ญี่ปุ่นนั้นเขาเพิ่งจะเริ่มบังคับให้เรียนอังกฤษกันในระดับ ป. ๕ เมื่อปีพศ. ๒๕๕๔ นี้เอง (ล้าหลังกว่าไทยไป  ๕๐ กว่าปี เพราะผมจำได้ว่าพวกพี่ๆ และตัวผมเองที่รร. Bannorg interนาฉันแน่น   นั้นถูกบังคับให้เริ่มเรียนอังกฤษเมื่อ ป.๕ โดยใช้ตำราที่เรียกว่า ไดเร็ก (direct methos) )

 

ผมมาคิดว่า เอ..ทำไมญี่ปุ่นถึงได้มา “กระตือรือร้น” เรียนกันเอาในพศ. ที่สายมากบัดนี้แล้ว  ก็มาถึง “บางปู” (เลยบางอ้อมานิด) ว่า อ๋อ..เมื่อก่อนเขาฉลาดมาก ไม่ยอมเสียเวลาเรียนอังกฤษให้โง่แบบเรา จึงใช้วิธีให้คนจำนวนน้อยที่เก่งๆ แปลตำราฝรั่งมาเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เด็กๆเรียน จึงสามารถพัฒนาชาติได้อย่างรวดเร็ว

 

พอมาตอนนี้เขาเจริญทัดเทียมฝรั่งแล้ว  ก็มาคิดได้ว่าจะพัฒนาชาติให้รุดหน้ากว่าฝรั่งได้อย่างไร เพราะต้องไปลงทุนในเมืองฝรั่งมาก  ดังนั้นก็ต้องมี “คนใช้” เป็นฝรั่งมาก ..ครั้นจะไปบังคับให้ฝรั่งมาเรียนภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ก็เลยจำต้องเสียเวลามาเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะได้ไป”สั่ง”ให้ลูกน้องฝรั่งทำงานรับใช้ได้ดังใจนั่นเอง  ..รวมทั้งสั่งขี้ข้านานาชาติ เช่นไทย จีน แขก เวียต  ให้เทกระโถนได้ดังใจด้วย

 

ส่วนไทยเรานั้นตรงกันข้ามเลย เพราะเราต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไป “รับใช้ฝรั่ง” ให้ได้ดีนั่นเอง  ก็หว่านแหเรียนกันทั้งประเทศ สุดท้ายพูดกันได้สองสามคำ เช่น โคล่า โตโยต้า กุชชี่ และถึงแม้พูดได้คล่องก็เถอะ แล้วถามว่านายฝรั่งที่ไหนเขาจะมาพูดคุยกับคนระดับล่างอย่างคุณ เพราะเขาสั่งงานผ่านผู้จัดการคนไทยระดับสูงเพียงไม่กี่คนต่างหาก (สั่งงานผ่านนายทาส)

 

ความงั่งของคนไทยเรามันถึงขนาดว่า  รมว. แรงงานท่านหนึ่ง (จบโท วิศว จากสรอ. อีกต่างหาก...ซึ่งผมเคยอ้างถึงเรื่องนี้มาแล้ว) บอกว่าขณะนี้ไทยเรามีปัญหาเพราะถูกแรงงานฟิลิปินส์แย่งงาน “คนใช้” ในฮ่องกง เนื่องจากฟลป. พูดอังกฤษเก่งกว่า ดังนั้นท่านประกาศก้องแสดงวิสัยทัศน์อันกระฉูดว่า..ไทยเราต้องลงทุนเพื่อเน้นการเรียนภาษาอังกฤษให้มากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่จะตกงานกันมากไปกว่านี้

 

 (โอว..ตอนแรกผมนึกว่าเรียนเพื่อไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ตอนนี้ต้องลดระดับมาเป็นขี้ข้าเจ๊กฮ่องกงแล้ว  ฮื่อ ฮื่อ)

 

...คนถางทาง (๖ มีนาคม ๒๕๕๕)